นิยม เวชกามา หารือปัญหาพระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. 2484 ที่ขัดแย้งและล้าสมัย จนส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ที่ดิน การออกโฉนด และวิถีชีวิตของประชาชนและวัดวาอารามในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนและยกเลิกกฎหมายดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่ผมต้องพูดไม่ใช่ไม่เห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ถึงเวลาต้องยกเลิก กฎหมาย แต่วันนี้พอดีท่านผู้มีอำนาจสูงสุดในการยกเลิกกฎหมาย ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผมฝากท่านเลยครับ ยกเลิกวันนี้มี ๗ ฉบับ ทำไมต้อง ๗ ฉบับ ผมอยากให้ยกเลิกมากกว่านี้ท่านประธาน ฝากถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมาย ๗ ฉบับ ผมอ่านดูแล้วสาระมันเกิดขึ้นตั้งแต่ผมยัง ไม่เกิดก็มี แล้วก็ยังมีกฎหมายหลายฉบับท่านประธานที่มันค้างอยู่ ผมจึงฝากท่านรอง นายกรัฐมนตรี ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม ว่าคณะกรรมการพัฒนา กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอให้ทบทวนหลาย ๆ เรื่องที่เป็นกฎหมาย โบราณคร่ำครึเอาไว้ทำไม ที่ผมต้องพูดวันนี้เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่ากฎหมายท่านไปกำหนด เลยว่า ถ้า ๑๐ ปี ๒๐ ปีเอามาทบทวน บางฉบับไม่จำเป็นหรอกครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ยังต้องใช้มันอีก ๓๐ ปีก็ได้ แต่ว่าผมอยากฝากให้ทบทวนตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไป เพราะการออก กฎหมายบางฉบับมันไม่มีประโยชน์แล้ว ที่ผมต้องพูดวันนี้จำเป็นต้องพูดอย่างยิ่ง ๗ ฉบับ ไม่พอ ท่านต้องกลับไปดูใหม่ มีพระราชกฤษฎีกาหลายฉบับซึ่งเป็นปัญหาของบ้านของเมือง ผมไม่พูดถึงจังหวัดอื่น พระราชกฤษฎีกาหนองหารบ้านผมสกลนคร ปีนั้นมีพระราชกฤษฎีกา พร้อมกัน ๒ ฉบับขัดแย้งอยู่ในตัวมันเอง พระราชกฤษฎีกาหนองหาร ๒๔๘๔ วันนี้ผมไม่รู้ว่า กี่ปีแล้ว แค่ผมเกิด ๒๔๙๔ นี้ก็จำไม่ได้แล้วอะไรเป็นอะไร แต่ที่ต้องฝากท่าน รองนายกรัฐมนตรีวันนี้คือพระราชกฤษฎีกา วันนี้ที่ผมเสนอให้ท่านไปทบทวนแล้วเอามา ยกเลิก คือหมายความว่ามันมีเนื้อหาอยู่ฉบับหนึ่ง มันมี ๒ ฉบับ พระราชกฤษฎีกาหนองหาร ฉบับหนึ่งเขียนไว้แล้วสร้างปัญหาให้แก่ผู้ปฏิบัติ นอกจากสร้างปัญหาแล้วผมกลัวว่า ถ้าพระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่ยังอยู่ หนองหารบ้านผมจะไม่เหลือ ทำไม ยังว่าอย่างนั้น พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เขียนไว้ค่อนข้างคลุมเครือ หมายความว่า คำว่าเขตหนองหาร คือเขตบริเวณน้ำท่วมถึง ใช่ ในสมัยเมื่อ ๘๐ ปีก่อน มันใช่อยู่ เพราะมัน ไม่มีเขื่อน ไม่มีชลประทาน ไม่มีเหมือนทุกวันนี้ เวลาน้ำหลากมามันก็ท่วมไปหมด ท้องไร่ท้องนา คนไม่เหลือ วันนี้มันมีเขื่อน มีประตูน้ำ ผมจึงบอกว่าเป็นห่วงเมื่อเขาจะเปิดน้ำ ปิดน้ำ หนองหารผมคงไม่เหลือแน่ ลูกหลานผมเกิดมาทีหลังจะไม่รู้จักว่าบริเวณหนองหาร เท่าไร หนองหารมีเขตพื้นที่ ๕๕,๐๐๐ กว่าไร่ เพราะเรื่องนี้มันมีตัวอย่าง คือ หนองสนม บ้านผมก็มีเขตบริเวณเป็นที่รองรับน้ำมาจากภูพานเหมือนกัน แต่เพราะความเป็นหนองสนม วันนี้เหลืออยู่เดินข้ามก็ได้ครับ เพราะคนเอาไปทำที่จัดสรรหมด ออกโฉนดทับหมด ใครมี อำนาจขึ้นมาก็ออกโฉนดทับ วันนี้เหลืออยู่น่าจะไม่เกินไร่ ผมจึงฝากท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุว่า ผมเกรงว่าพระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ มันจะไปเหมือนกับหนองสนม ผมเป็นห่วงหนองสนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เสด็จลงไปที่จังหวัด สกลนครต้องไปสร้างระบบจัดการน้ำ วันนี้ระบบมันอยู่ไม่ได้ มันไม่มีน้ำ พื้นที่มันแคบเข้ามา อันนี้คือตัวอย่างที่ผมฝากท่านว่าแล้วพระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ คงไม่แตกต่างกัน วันนั้น พ.ศ. ๒๔๘๔ คือเขตบริเวณน้ำท่วมถึงตามพระราชกฤษฎีกา พอมันมีตัวเขื่อน มีประตูน้ำ น้ำท่วมไม่ถึงหนองหารจะไม่เหลือ ที่ผมบอกอย่างนี้ หมายความว่า ในฝั่งตัวเมือง ตัวเทศบาลสกลนครรุกไปกับหนองหารจนจะถึงดอนสวรรค์ อยู่แล้ว ออกโฉนดได้หมด ในขณะเดียวกันฝั่งอีกฟากหนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวบ้านทำมาหากิน แตะก็ไม่ได้ เขตหนองหารทั้งนั้น อันนี้คือผลกระทบจากพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๔ ท่าน ไปดูครับ บริเวณวัดต่าง ๆ เป็นเขตหนองหาร ผมเลยสงสัยว่าวัดดังกล่าวที่ว่า ออกโฉนดก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะเป็นเครื่องยืนยันว่ากฎหมายมันเก่า มันคร่ำครึ เป็นผลกระทบให้คนทำมาหากินวัดวาอารามกระทบหมด วันนี้น้ำท่วมไม่ถึง แต่ว่าคือ เขตหนองหารเป็นพระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ วัดหลายวัดมีปัญหาหมด ออกโฉนดไม่ได้ สร้างโบสถ์เสร็จแล้วฝังลูกนิมิตไม่ได้ เพราะเป็นเขตหนองหาร เผื่อจะสร้าง โบสถ์ได้หลังหนึ่ง ราคา ๔-๕ ล้านบาทก็ตาม ออกไปแผ่ไปขอบิณฑบาตเงินทองเพื่อจะได้ วันนี้ความเจ็บปวดของพุทธศาสนิกชน ผมฝากท่านนายกรัฐมนตรีกลับไปดูแลเรื่องนี้ อย่างจริงจัง หนองหารผมนอกจากจะไม่เหลือในส่วนนั้น ที่ชาวบ้านทำมาหากินจริง ๆ กลับไม่ได้รับการดูแล แต่ที่พวกออกโฉนดออกแล้วออกอีก โดยเฉพาะภาคราชการ แขวงการทางอะไรต่าง ๆ อยู่ในเขตหนองหารทั้งนั้น ออกได้โฉนด ทำมาหากินได้ ผมจึงบอกว่า พระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นอุปสรรคที่จะทำให้หนองหารหมดหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือประชาชนที่ทำมาหากินจะถูกบุกเข้าไปหมดแล้วในส่วนนั้น เพราะฉะนั้น ความแน่นอนตรงนี้ให้ท่านไปยกเลิกเถอะ แล้วไปออกพระราชบัญญัติหรือทำประการใด ก็ตาม ออกใหม่ให้มันเขตแดนที่ชัดเจนเป็นพระราชบัญญัติหนองหารก็ได้ เพียงแต่ว่าอย่าให้มี พระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ ตัวนี้ ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ ผมจึงฝากไว้ว่าวันนี้ ถ้ายังมีพระราชกฤษฎีกาตัวนี้อยู่ หนองหารผมจะไม่เหลือ ขอบคุณมากท่านประธานครับ