ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกกฎหมายที่ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการยกเลิกพระราชบัญญัติการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก ซึ่งเห็นว่าเหตุผลอ้างความซ้อนซ้อนกับ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ปี 2546 ไม่สมเหตุผล เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายต่างกัน และเสนอให้มีการรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนเป็นประมวลกฎหมายฉบับเดียวเพื่อความชัดเจน พร้อมทั้งหารือประเด็นการยกเลิกกฎหมายเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า โดยยกตัวอย่างปัญหาการเข้าถึงไฟฟ้าในอำเภอสัตหีบ และเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยืนยันสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเพื่อยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็นแล้ว
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในขั้นรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลและสิ่งที่เตรียมมาหลายประการด้วยกันครับ แต่อย่างไรก็ตามผมต้องออกตัว แล้วก็ยอมรับว่าคำชี้แจงของท่านผู้ชี้แจง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ของผม ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม นั้นหลายประเด็นมีความชัดเจนครับ ผมจะไม่พูดซ้ำ ในประเด็นที่ผมคิดว่าได้ความชัดเจนจากท่านอาจารย์ของผมไปแล้วครับ เพียงแต่ผมขอ อนุญาตว่าวันนี้ไหน ๆ ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุท่านมาด้วยตัวเองครับ ผมตั้งคำถาม อย่างแรกเลยครับว่า ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้หลักการที่จะให้สภาแห่งนี้พิจารณาก็คือบอกว่า มีการยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นเป็นการ เพิ่มเติม นั่นหมายถึงว่าก่อนหน้านี้ก็มีมาแล้ว นั่นหมายถึงว่าในอนาคตอาจจะมีอีก นั่นหมายถึงว่าปัจจุบันกำลังให้พิจารณา เขียนแบบนี้ ครับถูกต้อง เพราะว่าสิ่งที่สภาแห่งนี้เจอมาโดยตลอดใน ๒ ปีที่ผ่านมานะครับ คือ ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลมักจะเขียนหลักการที่ผูกมัดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า ท่านไม่อาจดำเนินการที่ไปขัดกับหลักการที่ควรจะเป็นได้ ผมยกตัวอย่างเช่น การแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๓ มาตรา ๗๔ เมื่อเช้านี้ครับ หลักการนั้นเขียนมา เลยครับ บอกว่าต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมปรับเกณฑ์อายุความรับผิดทางอาญาจาก ๑๐ ปี ไม่เกิน ๑๕ ปี เป็น ๑๒ ปีเท่านั้น จาก ๑๐ ปี เป็น ๑๒ ปีเท่านั้น ไม่ว่าผมจะโน้มน้าว ด้วยเหตุผล ไม่ว่าผมจะแสดงหลักฐานพัฒนาการเด็กต่าง ๆ อย่างไร ปรากฏว่ากรรมาธิการ ไม่สามารถแปรหรือแก้ไขเกินกว่าหลักการที่รับมาได้ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๒๕ บอกการแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอนแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับ หลักการแห่งพระราชบัญญัติฉบับนั้น นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากท่านไปดูในกฎหมายหลาย ๆ ฉบับ ที่มาสภาแห่งนี้ แล้วเอาเชือกมัดแขน มัดขา มัดมือพันธนาการว่าสภาแห่งนี้ปิดปากตัวแทน ของประชาชนในการทำหน้าที่ แต่พอท่านเขียนมาแบบนี้ครับ ผมก็ต้องขออนุญาตตีความว่า การบอกว่ายกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็น นั่นหมายถึงว่าบัญชี ท้ายพระราชบัญญัติที่ท่านเสนอมาทั้งหมด ๗ ฉบับ ผมอาจจะเห็นว่าบางฉบับจำเป็นอยู่ก็ได้ นั่นหมายถึงว่าถ้าผมเห็นว่ามีฉบับอื่น ๆ อีกนะ ยกตัวอย่างเช่นที่ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านพูดเมื่อสักครู่ ผมก็อาจจะขอเพิ่มเข้าไปเป็นฉบับที่ ๘ หรือฉบับที่ ๙ ก็ได้ ตกลงดุลยภาพ หรือสมดุลในการเขียนหลักการ หรือการผูกมัดให้สภาพิจารณานั้น สมดุลเป็นอย่างไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ในเชิงของหลักการและรายละเอียดที่ผมอยากจะ สอบถามถึงครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีกฎหมายอยู่ ๒ ฉบับ ที่ผมเองอาจจะพอเกี่ยวข้อง หรือมีความรับรู้อยู่บ้าง ก็คือ พระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก พ.ศ. ๒๔๗๙ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนสงครามโลก ครั้งที่๒ กับ พ.ร.บ. จัดการฝึกอบรมเด็กบางจำพวก ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๐๑ ที่บอกว่า เกี่ยวข้องอยู่บ้าง เพราะว่าพอไปอ่านบันทึกวิเคราะห์สรุปรายงานสรุปผลการรับฟัง ความคิดเห็นการสัมมนาต่าง ๆ ท่านให้เหตุผลหลายอย่างว่าปัจจุบันมีกฎหมายใด ๆ ผมไม่ติดใจนะครับ แต่มีอยู่เหตุผลหนึ่ง ท่านบอกว่าที่ต้องยกเลิกกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ เพราะมีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ปี ๒๕๔๖ ผมไม่เห็นว่าข้ออ้างนี้เป็นข้ออ้างที่ฟังขึ้น เกี่ยวกันตรงใด กลุ่มเป้าหมายในการคุ้มครองเด็กตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ปี ๒๕๔๖ กับ กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ใน พ.ร.บ. ฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก คนละกลุ่มกันเลยครับ ในขณะที่ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กปี ๒๕๔๖ ไปยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ และฉบับที่ ๒๙๔ นั่นก็จบแล้วครับ ฉะนั้นถึงแม้ผมเห็นชอบในหลักการว่ากฎหมาย ๒ ฉบับนี้มีเหตุจำเป็นที่ควร จะต้องยกเลิก มันมีกฎหมายใหม่แล้วนะ มี พ.ร.บ. ศาลเยาวชนที่มาเสริมต่าง ๆ แต่รายละเอียดที่ท่านแนบมาว่ามันไปเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ปี ๒๕๔๖ ผมอ่าน อย่างไรก็ไม่เข้าใจ ก็ไม่เห็นว่ามันเป็นข้ออ้างตรงใด ในขณะเดียวกันวันนี้เรามีกฎหมาย คุ้มครองเด็ก หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคำว่า เด็ก ล้นเกินนะครับ ผมอยากให้ท่านประธาน ได้เห็นอย่างนี้นะครับ บุคคลย่อมพ้นจากผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อยี่สิบปีบริบูรณ์ตาม กฎหมายแพ่ง เด็ก หมายถึงอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี เยาวชนคือ ๑๕ ปีไม่เกิน ๑๘ ปี ตาม พ.ร.บ. ศาลเยาวชน เด็กคือบุคคลอายุไม่เกิน ๑๘ ปีตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก วัยรุ่นคือ คนอายุเกิน ๑๐ ปี แต่ไม่เกิน ๒๐ ปีตาม พ.ร.บ. ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เยาวชนคือบุคคลตั้งแต่แรกเกิดจนอายุไม่เกิน ๒๕ ปีตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาเด็ก และเยาวชนแห่งชาติ เด็กปฐมวัยคือตั้งแต่ก่อนเกิดจนไม่เกิน ๖ ปี ตาม พ.ร.บ. การพัฒนา เด็กปฐมวัย ถ้าท่านมีเวลาให้กับผม ผมจะลากไปอีกสัก ๒๐ ฉบับ ที่มีการเขียนหรือพูดถึง ประเด็นเรื่องของเด็กและเยาวชน อาจารย์ของท่านนะครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้เคารพท่านมากนะครับ ถึงแม้จะคุ้นเคยกับท่าน ก็เคารพอีกแบบหนึ่ง ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ถึงบอกว่า จริง ๆ แล้วนี้มันมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเด็ก รวมกฎหมายลำดับรองด้วยทั้งหมด ๔๓๐ ฉบับ ทำไมท่านไม่ใช้เกณฑ์เดียวกันกับประมวลกฎหมายภาษีอากร ก็คือการรวบรวมกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับเด็กทั้งหมด ยกเป็นประมวลกฎหมายเด็กและเยาวชนได้หรือไม่ นั่นเป็น ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต และเป็นการพัฒนาประเด็นเรื่องการคุ้มครองเด็ก ในระยะยาวครับ
ส่วนประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือเป็นประเด็นในเชิงรายละเอียดนะครับ เช่น กรณีของพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการไฟฟ้า พ.ศ. ๒๔๘๔ จริง ๆ มันมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการผลิตไฟฟ้าใด ๆ ต่าง ๆ นะครับ ตรงนี้ต้องดูองค์ประกอบให้ครบวงจรครับ วันนี้ท่านทราบ หรือไม่ครับในประเทศไทยมี ๑ อำเภอที่ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าตรงนี้ได้ ต้องไปใช้ไฟฟ้าในกิจการ ของทหาร คือที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนกันหลายครั้งว่า มาตรฐานไฟฟ้ามันไม่เท่ากับพื้นที่อื่น ๆ ในขณะที่ต้นทุนและราคาสูงกว่า ทั้งหมดทั้งมวลครับ ผมอยากจะสรุปแต่เพียงว่าการยกเลิกกฎหมายที่มีความจำเป็นนั้น จำเป็นครับ แต่ก็ต้องสอดรับ กับการยกเลิกกฎหมายอื่นอีก และในขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาดูสิว่าเราจะรวบรวมกฎหมาย ให้น้อยลง แต่เพิ่มประสิทธิภาพของการบังคับใช้ที่ครอบคลุมได้อย่างไร ส่วนตัวของพรรคก้าวไกล เราพร้อมที่จะรับหลักการ พ.ร.บ. ยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับ กฎหมายอื่น ดังที่ผมได้นำเรียนเหตุผลมาทั้งหมด ขอบคุณครับท่านประธาน