สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือเรื่องการยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อน โดยขอให้รัฐบาลประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกฉบับและกำจัดกฎหมายที่ไม่ได้ใช้บังคับภายใน 5 ปี
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอมีส่วนร่วมในการพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมด ความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้นำเสนอไป เมื่อสักครู่ โดยหลักการนะครับท่านประธาน ชัดเจนคือไม่มีความจำเป็น หลักการที่ ๒ คือ ไม่มีการบังคับใช้ในสภาวะปัจจุบัน หลักการที่ ๓ คือมีความซ้ำซ้อน ท่านพูดไปแล้ว ผมอยาก กราบเรียนครับท่านประธาน แต่ความท้าทายของกฎหมายกับเศรษฐกิจของประเทศนั้นยังมี อีกหลายมิติ โดยภาวะของการยกเลิกกฎหมายนี้ สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องกลับไปทำกฎหมาย หลักเกณฑ์การจัดทำกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ครบถ้วนครับ อันแรก คือมาตรา ๓๔ ที่มีอายุของระยะเวลาของการประเมินผลสัมฤทธิ์ในกฎหมายทุกฉบับ แม้กระทั่งกฎที่เขียนอยู่ในพระราชกำหนดต่าง ๆ ก็ต้องประเมินผล นี่คือสิ่งแรกที่ผมคิดว่า รัฐบาลควรกลับไปอ่านและทำให้ครบถ้วนก่อน ถ้าทำครบถ้วนแล้วผมว่ากฎหมายที่ท่านว่าจะ ยกเลิกเป็นพวง ๆ อย่างนี้ควรจะยกเลิกได้ เพราะว่ามี ๗๐,๐๐๐ กว่าฉบับ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) พูดไว้ภายใต้โครงการของเรกกูลาทอรี กิโยตีน (Regulatory Guillotine) ซึ่งเป็นโครงการ ที่มีการวิจัยและพบว่าความมีสัดส่วนหรือความที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายจากการมีกฎหมาย ที่เกิดขึ้นของประเทศเรา โดยเฉพาะกระบวนงานที่ค้างอยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่ากระบวนงาน และกระบวนงานที่ไม่ควรจะมีเลยใน ๑๖ กระทรวง ๔๗ กรม ควรจะโละทิ้ง ฉะนั้นอันนี้ รัฐบาลก็รู้อยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือเป็นการทำให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจมากมาย โดยเฉพาะ กฎหมายที่เกี่ยวกับการอนุญาต ยุคเปลี่ยนไปครับท่านประธาน ขณะนี้ความท้าทายใหม่ ที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน ฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยว่าดิสรัปชัน (Disruption) ก็มีเกิดขึ้นอยู่แล้ว สังคมสูงวัย เอจจิง โซซายตี (Ageing society) กำลังเข้ามาถึง เราทุกคน กำลังย่างเข้าสู่วัยนั้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ไคลเมตเชนจ์ (Climate change) ที่ท่านนายกก็กำลังไปรับออเดอร์ (Order) มาอีก ๓๐ ปี ว่าจะไม่มีการทำลายโลก ก็เกิดขึ้นครับ กฎหมายก็ต้องตามมาครับ ความขัดแย้งของภูมิศาสตร์ที่เกิดขึ้น จีโอพอลลูชัน (Geo pollution) แล้วก็สนธิสัญญาระหว่างประเทศ แม้กระทั่งความคิดที่เห็นแก่ตัว ซึ่งพูดง่าย ๆ ว่าพรุ่งนี้ฝ่ายค้านก็จะยื่นญัตติ ซึ่งเป็นเรื่องของ พฤติกรรมหรือแนวโน้มของการใช้สิทธิเกินส่วน พรุ่งนี้ก็จะมีเรื่องของการที่พูดถึงการที่ รัฐบาลใช้กฎหมายที่ล้นเกินและขัดต่อหลักนิติธรรม ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งหนึ่งที่เราต้อง คำนึงถึงของการยกเลิกกฎหมาย ๗ ฉบับนี้จิ๊บจ๊อยครับ นิดหน่อย พ.ศ. มันบอกครับ ท่านประธาน ยังมีกฎหมายที่ยังเห็นเป็นรูปธรรมของตัวเลข พ.ร.บ. การพนัน ๒๔๗๓ แก้ไขครั้งสุดท้าย ๒๔๗๘ ๘๖ ปี แล้วยังมีกฎหมายอื่น ๆ และที่ผมจะขอพูดสำคัญที่สุดคือการ ประเมินผล โดยประเมินผลสัมฤทธิ์ เช่น พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ใช้บังคับในภาวะวิกฤติที่ผ่านมาแบบผิดเพี้ยน ลองส่งไป ให้ประชาชนดูสิครับว่าอำนาจตามมาตรา ๙ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่กำหนดออกจากมาตรา ๙ มันถูก มันสมควรต่อภาวะหรือสภาวการณ์ปัจจุบันที่ใช้หรือไม่ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝาก ไปเลยครับท่านประธานว่าเราควรจะเคร่งครัดต่อการใช้กฎหมายที่รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๗๗ กำหนดให้ทำนะครับ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องเข้าใจในบริบทของการเปลี่ยนแปลง ผมยังบอก เลยว่าความท้าท้ายใหม่ ๆ มันไม่ใช่แค่ ๖-๗ ประเด็นที่ผมพูดไป มันเป็นพาราดาม (Paradigm) ใหม่ของคนที่เรียกว่าพลเมืองโลกเกิดขึ้นครับ เด็กรุ่นใหม่เรียนรู้วิธีการ เด็กรุ่น ใหม่เข้าใจถึงองค์ความรู้ ยิ่งเฉพาะเรื่องกฎหมาย เป็นหัวใจที่เขารับรู้ได้ว่าเขาจะได้รับความ เป็นธรรมอะไร กฎหมายบางฉบับต้องถูกกำจัดทิ้ง ท่านสามารถเอามาเป็นพวงเลยครับ ผมอยากใช้นิยามตอนนี้ว่าท่านยกร่างกฎหมายสิครับว่า พ.ร.บ. กฎหมายที่ไม่ได้ใช้บังคับ ภายใน ๕ ปี ทุกฉบับในศาลยกให้หมดเลย อะไรที่มาปรากฏถึงการใช้บังคับโดยเฉพาะ หลักเกณฑ์ข้อ ๒ ที่ว่า สภาพบังคับทางกฎหมายไม่เกิดขึ้นในภาวะปัจจุบันแล้วควรจะยกทิ้ง สำรวจที่ศาลได้ครับ ศาลจะบอกเลยว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีใช้มา ๑๐ ปีแล้ว ถอดเลยครับ โดยสภาพมัน นี่คือสิ่งที่ต้องทำครับท่านประธาน ฝากท่านประธานนำเรียนไปยังท่านรอง นายกรัฐมนตรีด้วยว่าอะไรที่ควรทำก็ขอให้ทำ และอะไรที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่สามารถก้าวข้าม วิกฤติของประเทศได้ช่วยทำด้วยครับ ขอบคุณครับ