วิษณุ เสนอยกเลิกกฎหมายเก่าซ้ำซ้อน ปรับปรุงระบบยุติธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

วิษณุ เครืองาม ชี้แจงการเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายล้าสมัยและซ้ำซ้อน 7 ฉบับที่หมดความจำเป็น โดยอ้างเหตุผลจากความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และหลักการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ที่กำหนดให้มีกฎหมายใช้เท่าที่จำเป็น และยืนยันความพร้อมรับฟังข้อเสนอเพื่อพิจารณายกเลิกเพิ่มเติมในอนาคต

ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิก กฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... มายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณารับไว้พิจารณา หลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือเป็นการขอยกเลิกกฎหมายบางฉบับทั้งฉบับ ซึ่งหมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับ กฎหมายอื่นที่มีอยู่แล้ว เป็นการเพิ่มเติมจากที่ได้เคยออกกฎหมายทำนองนี้มาแล้ว ๒ ครั้ง คือเมื่อปี ๒๕๕๘ ครั้งหนึ่ง และเมื่อปี ๒๕๖๐ อีกครั้งหนึ่ง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ว่าความจำเป็นในการที่จะต้องยกเลิกกฎหมายที่มีอยู่แต่เดิมนั้นเป็นสิ่งที่เป็นที่ประจักษ์ มาโดยตลอด ในสภาแห่งนี้ก็ได้มีการอภิปรายถึงกฎหมายหลายฉบับที่เก่าแก่ ล้าสมัยบ้าง น่าจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญบ้าง ซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นที่มีอยู่แล้วบ้างหรือไม่ เคยมีการนำกฎหมายนั้นมาใช้ ทำให้เกิดปัญหา ยุ่งยากในการตีความบ้างและบางครั้งประชาชนโดยทั่วไป เข้าใจว่ากฎหมายบางฉบับยกเลิก ไปแล้ว แต่ปรากฏว่าจู่ ๆ วันหนึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ไปหยิบยกเอากฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา และปรับบทลงโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายนั้น ครั้นที่จะอ้างว่าไม่รู้ว่ามีกฎหมายก็ไม่สามารถ จะอ้างได้ แต่ความเก่าแก่ของกฎหมายนั้นมันมีอยู่นานจริง ๆ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงได้มีการตั้ง คณะกรรมการขึ้น คนโดยทั่วไปอาจจะเรียกว่ากรรมการปฏิรูปกฎหมาย แต่ชื่อเป็นทางการ ก็คือคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย แล้วก็มีอยู่นานแล้วก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้จะเข้ามาด้วยซ้ำไป คณะกรรมการชุดนี้ได้ดำเนินการที่จะปรับปรุงแก้ไข หรือยกเลิกกฎหมายเก่าแก่ ล้าสมัย กฎหมายที่ซ้ำซ้อนมาโดยตลอดครับ เพียงแต่ว่ากว่าจะสำเร็จออกมาได้สักฉบับหนึ่งว่า ควรจะต้องยกเลิกนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเหตุว่าจะใช้อารมณ์หรือความรู้สึกไม่ได้ จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัย จำเป็นต้องมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำเป็นต้อง สอบถามผู้ปฏิบัติหรือผู้ใช้กฎหมายว่า กฎหมายนั้นล้าสมัยจริงหรือไม่ กฎหมายนั้นซ้ำซ้อน จริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นบางครั้งก็เป็นเรื่องที่โต้แย้งกันอยู่ระหว่างส่วนราชการต่าง ๆ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรจะยกเลิกได้ อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรจะต้องเก็บเอาไว้เพราะยังมีที่ให้ใช้อยู่ ดังนี้เป็นปัญหามาโดยตลอดครับ แต่เมื่อใดก็ตามที่ได้ข้อยุติแล้วว่า ควรจะต้องยกเลิก กฎหมายบางฉบับทั้งฉบับเสีย ครั้นจะออกเป็นกฎหมายทีละฉบับ คือฉบับหนึ่งเพื่อเลิก อีกฉบับหนึ่งนั้น ก็อาจจะเป็นการล่าช้าเสียเวลา และโดยเทคนิคทางกฎหมายไม่จำเป็น ต้องทำอย่างนั้น เราสามารถที่จะออกกฎหมายฉบับเดียว เพื่อยกเลิกกฎหมายหลายฉบับ ตามบัญชีแนบท้ายในเวลาเดียวกันได้ เรื่องนี้จึงได้เคยดำเนินการมาแล้วเมื่อปี ๒๕๕๘ ครั้งหนึ่ง ปี ๒๕๖๐ อีกครั้งหนึ่ง แต่ละครั้งก็ยกเลิกกฎหมายไปทีละหลายฉบับ บัดนี้ ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันนี้มาเพื่อยกเลิกกฎหมาย ๗ ฉบับตามบัญชีแนบท้าย ซึ่งได้สำรวจ คัดเลือกและเลือกสรรมาแล้วว่าเป็นกฎหมายที่ล้าสมัยไม่จำเป็นต้องมีอยู่ต่อไปจริง ๆ หรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น สามารถเลือกใช้กฎหมายอื่นได้แล้วจริง ๆ ปรากฏบัญชีตามที่ แนบท้ายมานี้ ๗ ฉบับ กฎหมายบางฉบับใน ๗ ฉบับดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเพราะตั้งแต่เหตุการณ์ ก่อนสงครามโลก ครั้งที่ ๒ วันนี้เหตุการณ์นั้นสิ้นสุดหรือผ่านพ้นไป ก็ไม่สมควรที่จะมี กฎหมายนั้นอยู่ กฎหมายบางฉบับออกมาในระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ ๒ เพื่อแก้ปัญหา ในขณะนั้น บัดนี้สงครามโลกสิ้นสุดไปแล้วกฎหมายยังอยู่และไม่เคยมีการนำมาใช้อีกเลย ก็สมควรจะพิจารณายกเลิกเสีย กฎหมายบางฉบับให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินการ แต่ปรากฏว่าได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นแล้วจริง แต่นับมาจนถึงเวลานี้เกือบ ๓๐-๔๐ ปีแล้ว คณะกรรมการนั้นไม่เคยเรียกประชุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลที่สมควร จะต้องยกเลิกกฎหมายดังกล่าวนั้นเสียทั้งสิ้น รวมทั้งกฎหมายบางฉบับที่อาจจะดูแล้วมีอายุ เพียง ๑๐ กว่าปีนี้เอง ยังทันสมัยอยู่ แต่ปรากฏว่าในจังหวะเวลาเดียวกันนั้นได้มีการออก กฎหมายอื่น ชื่ออื่น แต่ใจความคล้ายคลึงกันและถ้ามีเรื่องเกิดขึ้นก็สามารถใช้กฎหมายอื่น นั้นได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็สมควรยกเลิกกฎหมายที่มีอยู่และไปซ้ำซ้อนนั้นเสีย ซึ่งก็เป็นไปตาม หลักในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ นั่นเองที่ว่า รัฐพึงจะมีกฎหมายใช้บังคับเพียงเท่าที่จำเป็น ท่านประธานครับ รัฐบาลยอมรับว่าท่านสมาชิกอาจจะพิจารณาและเห็นว่ามันยังมีกฎหมาย อีกหลายฉบับที่คล้าย ๆ กันน่าจะต้องยกเลิกเสียด้วย ซึ่งรัฐบาลก็ยินดีที่จะรับฟังและรับไปดำเนินการให้คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย หรือ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นพิจารณาดำเนินการเพื่อจะทำเป็นบัญชีเสนอมา แล้วยกเลิก เสียคราวเดียวกันในโอกาสต่อไปอีก ซึ่งเรื่องนี้ก็คงจะต้องใช้เวลาในการที่จะรับฟังความเห็น เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ผู้เกี่ยวข้อง และความเห็นว่าสอดคล้องต้องกันหรือไม่ประการใด แน่ใจ หรือไม่ว่ามันซ้ำซ้อนหรือล้าสมัย ไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไป ส่วนเหตุผลนั้นก็คงจะเป็นอย่างที่ ได้กราบเรียนท่านประธานมาว่า เป็นความจำเป็นที่จะต้องยกเลิกกฎหมายที่บัดนี้ ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ต่อไป หรือซ้ำซ้อนกันเสีย เพื่อไม่ให้มีกฎหมายมากเกินสมควร และจะทำ ให้เกิดความยุ่งยากแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ จึงขออนุญาตกราบเรียนมาดังนี้ครับ