ณัฐวุฒิ บัวประทุม เสนอความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวฉบับแก้ไข โดยเน้นให้ทบทวนความล้าช้าในการออกกฎกระทรวงเพื่อจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและสถานพินิจภาคเอกชน พร้อมตั้งข้อกังวลต่อการแต่งตั้งผู้พิพากษาสมทบที่ขาดความโปร่งใสและอาจได้รับตำแหน่งจากเส้นสาย รวมถึงเรียกร้องให้มีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลโดยประชาชนในคดีเด็กและเยาวชนเพื่อความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายขั้นรับหลักการร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ได้มีการยื่นเข้ามาแก้ไข เพิ่มเติมในวันนี้ทั้งหมดอยู่ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ
ในเรื่องที่ ๑ ผมอยากจะเรียนแบบนี้ก่อนครับ ท่านประธาน พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นเข้าใจว่าเป็นฉบับในปี ๒๕๕๓ ที่ผมเริ่ม จากคำว่าเข้าใจ เพราะผมมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นผู้สังเกตการณ์ในคดีที่เด็ก ๆ และเยาวชนถูกกล่าวหาหรือถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีการชุมนุม คดีทางการเมือง เยอะแยะไปหมดเลยครับ ผมอยากจะเล่าให้ท่านประธานฟัง ให้พี่น้องประชาชนได้ยิน กันทั่วถึงว่า วันนี้เวลาที่ไปในสถานีตำรวจต่าง ๆ ท่านผู้ชี้แจงทราบหรือไม่ ศาลทราบ หรือไม่ครับว่าต้นทางของกระบวนการยุติธรรมซึ่งทราบกันดีว่าในคดีเด็กและเยาวชน เข้าไปเกี่ยวข้องนั้นจะต้องมีสหวิชาชีพร่วมในการจับกุม ร่วมในการสอบปากคำ ร่วมในการ รับแจ้งความและร่วมในการพิจารณาคดีต่าง ๆ หลายสถานีตำรวจยังไปหยิบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ปี ๒๕๓๔ เอามาให้ผมดู นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็น ว่า ๑๓ ปีที่ผ่านมา พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวถ้านับจากปี ๒๕๕๓ บวกลบนิดหน่อย ไม่ได้ถูกทำให้เข้าใจอย่างกว้างขวางมากมายอย่างเพียงพอ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ที่แปลงกับการที่เรียกว่ากระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ เรสทอร์เรทีฟ จัสทิซ (Restorative Justice) ไม่ได้ถูกนำมาใช้ที่เกิดขึ้นจริง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ที่เรียกว่าการเบี่ยงเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรม ให้มีคณะทำงานสหวิชาชีพประจำ จังหวัด ท่านทราบไหมครับว่าคนที่ไปร่วมประชุมคณะอนุกรรมการสหวิชาชีพหลาย ๆ จังหวัด ซึ่งทุกจังหวัดมี บอกกับผมเลยว่าข้อมูลที่ถูกนำมาวางบนโต๊ะไม่ใช่ข้อเท็จจริง ความเป็นจริง ถ้าพูดกันให้สั้นคือไม่ใช่ข้อจริงที่เกิดขึ้นจากการประเมินปัญหาของเด็กและเยาวชนที่มากพอ ฉะนั้นกล่าวโดยสรุปให้เห็นว่า พ.ร.บ. ศาลเยาวชนที่มีอยู่จนถึงปัจจุบันท่านตอบ มีกระบวนการทบทวน มีกระบวนการศึกษา มีกระบวนการที่เพราะเหตุใดมันถึงยังใช้บังคับ ไม่ครบถ้วน ท่านตอบมาตราเดียวก็ได้ครับ ในมาตรา ๕๕ ของ พ.ร.บ. ศาลเยาวชน ที่บอกว่ากระทรวงยุติธรรมต้องไปออกกฎกระทรวงเพื่อการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม หรือสถานพินิจภาคเอกชน วันนี้ทำไมกระทรวงยุติธรรมถึงยังไม่มีการออกกฎกระทรวง ดังกล่าว นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมคิดว่าถามให้ชัดครับ ถ้าวันนี้แก้ไปก็แบบเดียวกับ มาตรา ๕๕ ไม่มีการไปออกกฎกระทรวง ไม่มีความคืบหน้าแล้วจะแก้ไปทำไม นั่นเป็น ประเด็นที่ ๑ ครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ในศาลเยาวชนและครอบครัวนั้นมีผู้พิพากษา อยู่ ๒ รูปแบบ ท่านผู้ชี้แจงได้กรุณาอธิบายแล้ว ก็คือผู้พิพากษาตัวจริง แต่ท่านอย่าเอา ผู้พิพากษาตัวจริงที่ตำแหน่งยังอยู่ในศาลเยาวชนไปสั่งคดีอื่น ท่านเซิร์ช (Search) ข่าว ย้อนกลับไป ๔-๕ เดือนที่กลับมานี่ครับ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนกลางไปสั่งไม่ให้ ประกันตัวในคดีการชุมนุมในศาลจังหวัดหนึ่ง คนเขาวิพากษ์วิจารณ์ อันนี้ผมใช้คำที่สุภาพ ที่สุดกันทั้งประเทศว่า ท่านไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเด็กหรือเยาวชนหรือ เพราะตำแหน่ง ท่านยังคาอยู่ แต่ท่านไปสั่งคดี ไม่ใช่ผมไม่รู้ระเบียบราชการนะครับ เวลาที่จะโอนผู้พิพากษา เวลาที่ไปให้ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ผมเข้าใจทั้งหมดครับ แต่ท่านอย่าทำให้เกิดกระบวนการ ที่ประชาชนเขารู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้พิพากษาสมทบเป็นกระบวนการ ที่ตามมา ผมเองเคยไปนั่งมีส่วนร่วมในการคัดเลือกพิจารณาผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งมี กระบวนการส่งมาในระดับจังหวัดเข้ามาส่วนกลาง ผมก็ไปนั่งอยู่ส่วนกลางดูประวัติกันหมด ว่าใครเป็นใคร ด้วยความเคารพ ศาลเยาวชนและครอบครัวบางจังหวัดมีคนนามสกุลเดียวกัน ๓ คน เป็นผู้พิพากษาสมทบ ถ้าจะบอกว่า ๓ คนนี้มีความรู้ความสามารถทั้งหมด ทำงานเรื่อง เด็กและเยาวชนเอาอะไรมาเป็นตัวชี้วัด เจ้าของร้านเสริมสวยก็เป็นผู้พิพากษาสมทบได้ด้วย อาจจะเป็นเพราะเขามีลูก แต่สมัยนั้นผมไม่มีลูก ยังไม่แต่งงาน แต่ท่านกล้าท้าหรือไม่ว่า ผมไม่เข้าใจเรื่องเด็กและเยาวชน ฉะนั้นการแต่งงานการมีลูกไม่ใช่ตัวตอบว่าท่านจะเข้าใจ ปัญหาเด็กและเยาวชน ไม่ควรจะมีประโยคแบบนี้จากผู้พิพากษาสมทบ ไม่ควรจะมี ชื่อ นามสกุลผู้พิพากษาสมทบเป็นผู้บริจาคตู้เย็นในศาลเยาวชนและครอบครัว เพราะท่านตั้ง งบประมาณขอไม่เยอะครับต่อปี ไม่ควรจะมีรายชื่อผู้พิพากษาศาลเยาวชนที่เป็นผู้พิพากษา สมทบในสถานพินิจต่าง ๆ ที่เป็นผู้บริจาคโน่น นี่ นั่น ท่านลองไปดูครับมีทุกจังหวัด มันไม่ตอบโจทย์ว่าตกลงตำแหน่งนี้ท่านได้แต่ใดมา นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือประเด็นเรื่องการพ้นจากตำแหน่งนี่ครับ ท่านย้อนกลับไปดูข่าวเถอะครับ เวลามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเขาไม่ได้บอกผู้พิพากษาสมทบนะครับ เขาบอกผู้พิพากษา ฉะนั้นคนเหล่านี้หลายครั้งอาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องในการทำผิดต่อ กฎหมาย อาจจะมีโปรไฟล์ (Profile) ที่นำไปสู่การขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในองค์กรอิสระ หลายคนมาจากผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งผมไม่เข้าใจ ผมทำงานเรื่องเด็กและเยาวชนมาเกือบ ๒๐ ปี ไม่เคยรู้จักผู้พิพากษาสมทบท่านนี้เลย แต่วันดีคืนดีก็พบประวัติของท่านที่เป็น ผู้พิพากษาสมทบถูกเลือกไปนั่งเป็นตำแหน่งในคณะกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุแหล่านี้นั่นคือบันไดที่ไต่เต้า ฉะนั้นเหตุทั้งหมดทั้งมวลที่ผมพูดถึงกระบวนการ พ้นจากตำแหน่งต้องสัมพันธ์กับกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่ง กระบวนการพ้นจากตำแหน่งต้อง สัมพันธ์กับกระบวนการที่ถูกตรวจสอบถ่วงดุลโดยประชาชนว่า คนที่ทำหน้าที่แบบนี้ และไปตัดสินชีวิตเด็กและเยาวชน ซึ่งถ้าคุณพูดผิดประโยคเดียว จากเด็กและเยาวชนที่จะถูก ฟื้นฟูอาจจะกลายเป็นอาชญากรที่มาฆ่าเรา และเมื่อมีกระบวนการในการพิจารณาในคดี เหล่านั้นประชาชนควรจะต้องมีส่วนร่วมในการพ้นจากตำแหน่งของผู้พิพากษาสมทบในศาล เยาวชน ซึ่งไม่มีอยู่ในคำชี้แจงในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ