รังสิมันต์ โรม อภิปรายแสดงความกังวลต่อการใช้อำนาจของศาลที่ขาดความรับผิดชอบต่อประชาชน โดยเฉพาะในคดีการเมืองที่ผู้ต้องหามักไม่ได้รับการประกันตัว แม้มีพฤติกรรมร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม พร้อมตั้งคำถามต่อความยุติธรรมและความเป็นกลางของกระบวนการ รวมถึงการไม่เห็นพัฒนาการของกฎหมายที่ส่งผลต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ขออภิปรายในส่วนของการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมนะครับ เท่าที่ดูใน รายละเอียดครับท่านประธาน ต้องบอกว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่มีประชาชน อยู่ในนี้เลยแม้แต่น้อย ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับครับว่าความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่มีต่อศาลนั้น เป็นความรู้สึกที่น่าเป็นห่วงครับ เพราะเราเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมน้อยลงเรื่อย ๆ ท่านอาจจะบอกว่าที่ผ่านมาในการพิจารณาคดีต่าง ๆ มันอาจจะมีไม่กี่คดีหรอกที่มันมีปัญหา มันอาจจะมีไม่กี่คดีหรอกที่มีการปฏิบัติการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็ต้องยอมรับครับว่า ในความไม่กี่คดีที่ท่านรู้สึกมันคือความรู้สึกที่พี่น้องประชาชนรู้สึกว่าถ้าศาลสามารถบิดเบือน กฎหมาย ถ้าศาลสามารถใช้กฎหมายไปในทางที่ไม่เป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชนได้แม้เพียง คนหนึ่ง มันก็อาจจะเกิดขึ้นกับคนอีกจำนวนมากได้ เรื่องเหล่านี้สะท้อนจากอะไร ตั้งแต่เรามี ความท้าทายของวิกฤติทางการเมืองในช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่มีคนออกมาชุมนุมทางการเมือง จำนวนมหาศาล ปรากฏว่ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างกว้างขวางต่อผู้ชุมนุม โดยเฉพาะแกน นำที่ออกมาชุมนุม ปัจจุบันหลายคนไม่ได้รับการประกันตัว ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำหลาย สิบวัน คนเหล่านี้ถ้าเราไปดูประวัติ เราจะพบว่าคนเหล่านี้ทันทีที่มีหมายเรียกเขาจะไป รายงานตัวที่สถานีตำรวจแทบจะทันทีตามกำหนดของวัน เวลาที่ตำรวจกำหนด พวกเขา ให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอดครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนเหล่านี้เมื่อไปอยู่ในชั้นศาลก็ปรากฏว่าไม่ได้รับการประกันตัว หลายครั้ง ศาลอ้างว่าเป็นคดีความมั่นคงมีอัตราโทษร้ายแรง หลายครั้งศาลอ้างว่าเกรงว่าจะหลบหนี หลายครั้งศาลอ้างว่าเดี๋ยวจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ผมถามว่าคนที่มีประวัติในการ ไปรายงานตัวคดีตลอดเขาจะหลบหนีทำไมล่ะครับ เขาจะเข้าไปหาซังเตทำไม เราควรจะนับ ด้วยซ้ำว่าคนเหล่านี้เขามีเครดิตในกระบวนการยุติธรรมขนาดนี้ ศาลก็ควรจะให้ประกันตัว เราพูดกันมาโดยตลอดครับว่าสิทธิของผู้ต้องหา สิทธิของจำเลย เขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ มาโดยตลอดจนกว่าจะมีคำพิพากษาแต่การที่ต้องต่อสู้ในเรือนจำแบบที่กำลังเกิดขึ้น กับอานนท์ กับเพนกวิน กับไมค์เหล่านี้มันเป็นธรรมหรือครับ เราพูดกันโดยตลอดครับ เรากังวลว่าสภานี้เดี๋ยวจะไปแทรกแซงศาลเรากำหนดในข้อบังคับ เรากำหนดในรัฐธรรมนูญ ว่าห้ามผู้แทนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี แต่สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในวันนี้เรากำลังดึงศาลให้รับผิดชอบ ต่อประชาชน และนี่คือความสำคัญที่เราจำเป็นต้องมีกฎหมายที่ทำให้การทำหน้าที่ ของผู้พิพากษามันมีความยุติธรรม พวกเขาทันทีที่ใช้กฎหมายแบบบิดเบือน ไม่ให้ประกันตัว โดยไม่มีสาเหตุ เรียกค่าประกันตัวที่แพงจนไม่สมแก่ฐานานุรูป แก่ความเป็นจริง พวกเขา ควรจะรู้สึกละอายเมื่อต้องมองประชาชน ผมจึงผิดหวังครับท่านประธานที่การแก้ไขกฎหมาย ที่สำคัญแบบนี้เราถึงไม่เห็นความก้าวหน้าอะไรเลยของการพัฒนากระบวนการยุติธรรม ตอนผมเรียนหนังสือครับท่านประธาน ผมจบนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเดียวกับผู้เสนอ ผมก็ได้ติดตามหนังสือของท่านหลายฉบับ ได้อ่านตามคอลัมน์ข่าว ต่าง ๆ ผมไม่นึกเลยว่าเรากลับไม่มีพัฒนาการทางกระบวนการยุติธรรมเลยทั้ง ๆ ที่เรามีคนที่ ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์ทางนิติศาสตร์มีอำนาจทั้งนานและมากขนาดนี้ เรากลับไม่เห็น อะไรเลย เรากลับเห็นกระบวนการต่าง ๆ ที่มันถอยหลังลงคลอง อย่างกรณีการบังคับใช้ มาตรา ๑๑๒ ๑๐ กว่าปีที่แล้วเราก็มีการพูดถึงครับว่าจะแก้ ว่าจะยกเลิก แต่สุดท้าย ท่านหยุดไม่ได้หรอกครับ วันนี้มันก็กลับมาอีก พร้อม ๆ กันกับการที่บทบาทของมาตรา ๑๑๒ ได้เปลือยกระบวนการยุติธรรมที่ให้สังคมทั้งสังคมนี้ได้เห็นแล้วว่า กระบวนการยุติธรรม ของเรามันไม่เป็นของประชาชนอย่างไร ที่ผ่านมาเราพูดมาโดยตลอดว่าอำนาจอธิปไตย เป็นของประชาชน แต่เรากลับไม่เห็นบทบาทของศาลในการทำหน้าที่นี้แม้แต่น้อย ในวันที่ ประชาชนออกมาชุมนุมเรียกร้องเสรีภาพ ในวันที่ประชาชนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ในวันที่ประชาชนเขาออกมาพูดถึงอำนาจที่เป็นของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ เราเห็น กระบวนการยุติธรรมจับเขาไปขังอยู่ในเรือนจำ วันนี้อำนาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชน ถูกขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โลกคู่ขนานถัดมาคืออะไร ทันทีที่มีการรัฐประหาร อำนาจอธิปไตยไม่เป็นของประชาชนอีกต่อไป เราไม่เห็นบทบาทของผู้พิพากษา ของศาล ของนักกฎหมายที่จะทำหน้าที่แม้เพียงเสี้ยวเดียวในการปกป้องสิทธิเสรีภาพอธิปไตยที่เป็น ของประชาชน ผมพูดด้วยความรู้สึกละอาย ละอายที่ได้เป็นรุ่นน้องของบรรดารุ่นพี่ที่กำลัง รับใช้อำนาจเผด็จการ และผมอยากจะเตือนสติครับท่านประธาน อยากจะเตือนถึงรุ่นพี่ ทุกคนว่าเลิกเถอะ เลิกเถอะในการที่จะรับใช้อำนาจเถื่อนที่ไม่เป็นของประชาชน จงจดจำ วันแรกที่ท่านเข้ามาเรียนนิติศาสตร์และทำหน้าที่ของท่านให้ถูกต้องอย่างซื่อตรง ต่อประชาชนเสียที ขอบคุณครับ