ศุภชัย ใจสมุทร ย้ำถึงความสำคัญของอำนาจตุลาการที่ดำเนินการในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมปกป้องความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของสถาบันศาลเพื่อรักษาความยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมดูหลักการและเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้มา และได้ฟัง เพื่อนสมาชิกจำนวนหลายท่านก็ได้มีการอภิปราย ผมเห็นว่าการอภิปรายนี้อาจจะมีการขยาย เพิ่มเติมจากหลักการที่ทางรัฐบาลประสงค์ที่จะให้มีการแก้ไข ซึ่งผมคิดว่าก็คงเป็นเรื่อง ความตั้งใจที่จะนำเสนอสิ่งที่ดี ๆ ให้กับศาลยุติธรรมได้นำไปพิจารณา แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมกลับมี มุมมองอีกมุมหนึ่งก็คือว่า ผมคิดว่าวันนี้ประเทศของเรา เราก็ใช้หลักซึ่งเหมือนกันกับสากล ก็คือเรื่องของการถ่วงดุลและคานอำนาจ และผมคิดว่าวันนี้ประเทศไทยของเรา อำนาจ อธิปไตยของเรา เราก็ยังมีการถ่วงดุลและมีการคานอำนาจซึ่งกันและกัน อย่างมีเหตุมีผล และผมคิดว่าสิ่งที่เรากำลังพูดกันอยู่นี้ โดยในฐานะที่อำนาจอธิปไตย ๑ ใน ๓ อำนาจ ที่เรา กำลังพูดถึงอำนาจอีกอำนาจหนึ่งคืออำนาจศาล วันนี้กระบวนการนิติบัญญัติเราก็ทำหน้าที่ ของเราในฐานะที่จะต้องพิจารณาถึงกฎหมายของอำนาจอีกอำนาจหนึ่ง คืออำนาจตุลาการ และผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมว่าประเทศไทยเรามีในขณะที่หลายประเทศไม่มี สิ่งที่ผมจะเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า ทุกครั้งที่เราเห็นคำพิพากษา เราเห็นหมายศาล เราจะเห็นว่าจะมีถ้อยคำว่า โดยพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ เหตุผลเพราะ ตามประวัติศาสตร์ถ้าเราได้ติดตามศึกษามา เราก็รู้ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยของเรา ตั้งแต่เริ่มต้นมาถ้านับจากสุโขทัยจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เราก็ทราบดีว่าอำนาจพิจารณา พิพากษาคดีเป็นพระราชอำนาจหรือเป็นอำนาจของพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่เริ่มแรก และวันนี้จนถึงปัจจุบันนี้ประเทศไทยในปัจจุบัน ตัวปัจเจกบุคคลของความเป็นผู้พิพากษา ก็ไม่มีอำนาจที่จะตัดสินคดีใคร แต่เป็นการพิพากษาคดีในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเมื่อสิ่งที่ท่านเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้มาเพื่อจะแต่งตั้ง เพื่อจะถอดถอน และนำความกราบบังคมทูลในกรณีที่จะต้องถอดถอนผู้พิพากษา ผมก็คิดว่าหลักการนี้ เหมาะสมแล้วที่จะต้องคงไว้และดำรงไว้ และผมคิดว่านี่คือความเป็นประเทศไทยที่ประเทศอื่น อาจจะไม่มีเหมือนเรา คือการที่เรามีพระมหากษัตริย์อยู่ และผมคิดว่าวันนี้ในรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้ในมาตรา ๕ ก็ดีหรืออำนาจต่าง ๆ ในหมวดพระมหากษัตริย์ เราก็พบว่า จริง ๆ พระมหากษัตริย์ท่านก็ทรงมีพระราชอำนาจในอำนาจอธิปไตยทั้ง ๓ อยู่อย่างชัดเจน สิ่งที่อยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า จนถึงวันนี้ในฐานะที่ผมจบกฎหมายมา และทำวิชาชีพความเป็นนักกฎหมายมาทั้งชีวิต แม้กระทั่งวันนี้จะเปลี่ยนจากการทำหน้าที่ ในศาล ในเรื่องของคดีความมาเป็นฝ่ายออกกฎหมายหรือนิติบัญญัติ ผมก็รู้ว่าสถาบันศาล ยังเป็นที่พึ่งแหล่งสุดท้ายของประชาชนได้เสมอ ความเป็นอิสระและความเป็นกลางของศาล ยังมีอยู่ ผมว่าข้อบกพร่องข้อด้อยของปัจเจกบุคคลในศาลก็ไม่ต่างกับความเป็นปัจเจกบุคคล ในสภาแห่งนี้ที่มีคนดีและไม่ดี และคนปนกันอยู่บ้าง แต่ความเป็นส่วนใหญ่ของสถาบันศาล ที่เป็นสถาบันที่ดียังคงมีอยู่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงไปเลยนับตั้งแต่มีการก่อตั้งศาลขึ้นมา ผมว่าเรื่องสำคัญที่สุดในความเป็นอิสระและความเป็นกลางของศาลประเทศไทยหรือสถาบัน ตุลาการของประเทศไทย คือในฐานะที่เป็นองค์กร ผมก็คิดว่าองค์กรศาลยังเป็นที่พึ่ง ยังมีความเป็นอิสระและความเป็นกลาง หรือแม้กระทั่งปัจเจกบุคคลคนที่เป็นผู้พิพากษา ก็ยังเป็นที่น่าเชื่อถือ น่าเคารพในการปฏิบัติหน้าที่ เราอย่าเอาข้อยกเว้นบางประการ เข้ามาเป็นหลัก และผมคิดว่าวันนี้เราจะต้องช่วยกันประคับประคองแล้วครับ อำนาจถึงแม้ว่า อาจจะไม่ยึดโยงกับประชาชนโดยตรง แต่ก็มิได้หมายความว่าสถาบันศาลจะเป็น สถาบันที่ไม่น่าเป็นที่ไว้วางใจ ไม่น่าเป็นที่เชื่อถือ หรือไม่น่าที่จะเป็นที่เคารพ ซึ่งผมก็ยืนยันว่า ก็ไม่ต่างกับสถาบันของเราคือสภาผู้แทนราษฎรหรือสภานิติบัญญัติแห่งนี้ ผมคิดว่า ในเรื่องสำคัญที่สุดในเรื่องของเราก็คือว่า เราจะต้องทำอย่างไรที่จะร่วมกัน ประชาชนนี่ละครับ ร่วมกันปกป้องสถาบันศาล ให้สถาบันศาลได้มีโอกาสในการปฏิบัติหน้าที่ ในการให้ความเป็นกลาง อย่างมีอิสระในการทำหน้าที่ ซึ่งผมคิดว่านี่คือหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่เป็นประชาชนหรือ ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเราเป็นตัวแทนของประชาชน ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก และผมคิดว่า เราจะปล่อยปละละเลย จะว่ากล่าวสถาบันอื่นไปในลักษณะเสียหายที่ไม่ใช่เป็นการที่จะ ปฏิบัติหน้าที่หรือการให้คำแนะนำที่ดี ผมว่าสภาแห่งนี้ก็ไม่พึงจะทำ และผมคิดว่าเรื่องสำคัญ ที่สุดที่อยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า การที่ศาลจะทำหน้าที่โดยปราศจาก อคติและมีความยุติธรรม นั่นคือความหมายที่แท้จริงที่เราประสงค์ที่อยากให้มี ว่าการพิพากษานั้นเป็นการพิพากษาในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ และผมคิดว่า เรื่องนี้ละครับที่พี่น้องประชาชนทุกคน สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และแม้กระทั่งสถาบัน ศาลเองก็จะต้องสำเหนียกและต้องร่วมกันในการที่จะประคับประคองให้สิ่งที่ผมได้ กราบเรียนมาข้างต้นยังเกิดขึ้นได้จริง และยังดำรงอยู่นับจากวันนี้และตลอดไปครับ ท่านประธาน จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมเห็นด้วยตามที่ เสนอมาในพระราชบัญญัตินี้ ขอบพระคุณครับ