อมรัตน์ ชี้อำนาจตุลาการไร้ยึดโยงประชาชน ห่วงกลายศักดิ์สิทธิ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หารือเรื่องการใช้อำนาจตุลาการที่ขาดความยึดโยงกับประชาชน และเรียกร้องให้ทบทวนการตีความกฎหมายละเมิดอำนาจศาลที่กว้างเกินสมควรเพื่อไม่ให้ละเมิดเสรีภาพของประชาชน.

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัด นครปฐม ท่านประธานคะ ในวาระรับหลักการ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน ศาลยุติธรรม เพื่อกำหนดเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งข้าราชการ ตุลาการ ในวาระรับหลักการนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายด้วยมีความคิดเห็นในเรื่องอำนาจอธิปไตย เริ่มจากอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ซึ่งประกอบไปด้วยอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจ บริหาร แล้วก็อำนาจตุลาการ ท่านประธานคะ เราจะเห็นได้ว่าอำนาจนิติบัญญัติอย่างพวกเรา ที่นั่งในสภาแห่งนี้ เรามีความยึดโยงจากการเลือกตั้งของประชาชน เราต้องไปเสนอนโยบาย ขายนโยบาย เพื่อจะได้รับเสียง ได้รับความไว้วางใจ อำนาจบริหารก็ยึดโยงกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหรือการพ้นจากตำแหน่งทั้งสิ้น มีการถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ ครม. ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่อำนาจตุลาการค่ะท่านประธาน เหมือนกับที่ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้ว อำนาจตุลาการเป็นอำนาจเดียว ใน ๓ อำนาจอธิปไตยนี้ที่ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชนใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นขาเข้า จนกระทั่งถึงขาออก ขาเข้ามีปัญหาถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการสอบเข้าในสนามเล็ก ในสนามย่อย การจบปริญญาจากต่างประเทศ ๒ ใบ ก็สามารถจะทำให้มาสอบแข่งขันในสนามเล็ก และมี เปอร์เซ็นต์โอกาสในการที่จะได้สำเร็จได้เป็นผู้พิพากษาได้ง่ายกว่าการสอบสนามใหญ่ ที่มีคู่แข่งขันมากมาย เปอร์เซ็นต์ที่เข้ามาก็ได้น้อยกว่า อย่างที่มีผลการสำรวจไปแล้วนะคะ ท่านประธานคะ อำนาจของวงการตุลาการนี้นอกจากจะไม่ยึดโยงกับประชาชนแล้ว ดิฉัน มีความเห็นว่าการทำงานภายใต้พระปรมาภิไธยนานวันเข้าก็ยิ่งทำให้ศาลกลายเป็นสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปทุกที ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นเพียงการทำงานภายใต้พระปรมาภิไธยเท่านั้น ถ้าตุลาการ ได้ทำความผิด ตุลาการก็ต้องเป็นคนรับความผิดนั้นเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพระองค์ท่าน สิ่งที่ยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมที่ดิฉันเห็นได้ชัดและใคร ๆ ก็ได้เห็น การยืนยันถึงการสถาปนา ให้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปทุกที ๆ แทนการเป็นข้าราชการของประชาชน แทนการที่จะ เป็นกันเอง ดิฉันยังเรียกร้องความเป็นกันเอง ความใกล้ชิดและความรู้สึกเป็นที่พึ่งหวังในเรื่อง การเรียกความยุติธรรมในประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรมค่ะท่านประธาน ดิฉันเห็นได้จาก กฎหมายเรื่องละเมิดอำนาจศาลที่เราจะเห็นได้ชัดว่า ในประเทศไทยนี้มีการใช้กฎหมายเรื่อง ละเมิดอำนาจศาลแตกต่างไปจากนานาอารยประเทศ ในนานาอารยประเทศมีกฎหมายนี้ เช่นเดียวกันนะคะท่านประธาน ข้อหาละเมิดอำนาจศาลก็มีกันทั้งสิ้น แต่เขาจะใช้ในกรณีที่ การกระทำนั้นไปขัดขวางกระบวนการพิจารณาคดีเท่านั้น ท่านประธานคะ การกระทำ ที่ไปขัดขวางกระบวนการพิจารณาคดีต่างหากคือ การละเมิดอำนาจศาลในประเทศที่เป็น นานาอารยประเทศ แต่ของประเทศไทยเรามีความแตกต่างค่ะท่านประธาน เรามีการตีความ อย่างกว้าง ไม่มีขอบเขต และมีการใช้ข้อหาละเมิดอำนาจศาลนี้มาลิดรอนจำกัดเสรีภาพ ของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของภาษีอากร และท่านผู้พิพากษาหรือตุลาการก็เป็นข้าราชการ หน่วยหนึ่งเท่านั้นเอง ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง การตีความข้อหาละเมิดอำนาจศาลที่เป็นการ จำกัดเสรีภาพของประชาชน อย่างเช่น กรณีบางกรณีที่สิ่งนั้นไม่ได้เกิดในห้องพิจารณาคดี เช่น มีการส่งยาเสพติด มีการส่งสินบาทสินบนในโรงรถที่อยู่ในบริเวณศาลก็เคยมีการถูก ตัดสินมาแล้วว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาล ทั้ง ๆ ที่การกระทำสิ่งนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ในห้องพิจารณาคดีเลย ไม่ได้ถือว่าเป็นความผิดอะไรเลย การพกอาวุธเข้าไปในศาล เท่านั้นเองก็โดนข้อหาละเมิดอำนาจศาลแล้ว หรือการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในเขตรั้วของศาล แต่ว่านอกอาคาร ก็ถูกตีความแล้วก็ใช้กฎหมายละเมิดอำนาจศาลนี้มาพิจารณาความผิด ดิฉันขอเรียกร้องให้การพิจารณาความผิดข้อหานี้ ใช้อย่างระมัดระวังรอบคอบ และใช้แบบ ที่ในนานาอารยประเทศเขาทำกัน คดีจำนวนมากนะคะท่านประธาน แม้แต่คดีโปรยกระดาษ ที่บันไดหน้าศาลอาญา ดิฉันอยู่ในเหตุการณ์ค่ะในกระดาษแผ่นนั้น ไม่ได้มีข้อความอะไรเลย ที่เป็นการหมิ่นเกียรติยศหรือเกียรติภูมิของศาล คุณเบนจา อะปัญ ได้โปรยกระดาษ ขนาดเอ ๔ (A4) เท่านั้นที่บันไดหน้าศาล แต่โดนลงโทษด้วยอัตราโทษสูงสุดคือสั่งจำคุก ๖ เดือน ซึ่งเป็นโทษจำที่สูงสุดที่กฎหมายมาตรานี้กำหนดได้ ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผล เพราะว่า การกระทำนั้นมันไม่ได้ไปทำให้กระบวนการพิจารณาคดีในห้องพิจารณาคดีต้องสะดุดลง หรือเป็นการขัดขวาง หรือส่งเสียงรบกวน ไม่ได้มีเหตุให้เข้าข้อหาละเมิดอำนาจศาลแบบที่ ในนานาอารยประเทศเขาตีความกันค่ะ ข้อนี้ดิฉันเห็นว่าการใช้กฎหมายมาตรานี้ไปเรื่อย ๆ ยิ่งจะกีดกันให้สถาบันตุลาการห่างเหินจากประชาชนออกไปทุกที ๆ และสถาปนาตัวเองให้ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ๆ ทุกที โดยที่ไม่ได้มีความยึดโยงจากประชาชนทั้งขาเข้าและขาออก ก็ห่างเหินแล้วนะคะท่านประธาน แต่การยิ่งใช้อำนาจเช่นนี้ดิฉันก็จึงขอเรียกร้องอยากให้ กระบวนการยุติธรรมไทยมีความใกล้ชิด และมีสำนึกในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ได้ ทำงานภายใต้พระปรมาภิไธย และใช้อำนาจมากดทับเสรีภาพของประชาชนในประเด็น ต่าง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็น ดิฉันก็ขอฝากท่านประธานถึงกระบวนการตุลาการและถึง ท่านประธานศาลฎีกาด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ