เบญจา แสงจันทร์ อภิปรายร่างกฎหมายการถอดถอนผู้พิพากษา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มความโปร่งใสและความรับผิดต่อประชาชนในกระบวนการตรวจสอบข้าราชการตุลาการ พร้อมเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทมากขึ้นในการกำกับดูแล เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรม และเรียกร้องทวงคืนสิทธิในการประกันตัวและปล่อยตัวชั่วคราวแก่ผู้ต้องขังทางการเมืองและนักกิจกรรมทุกคน โดยย้ำถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม พร้อมผลักดันให้มีกลไกตรวจสอบการทำงานของฝ่ายตุลาการโดยประชาชนหรือตัวแทนของประชาชนเพื่อคุ้มครองเสรีภาพและส่งเสริมความโปร่งใส
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกลค่ะ จากที่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเหตุผลความจำเป็นและใจความสำคัญ กำหนดไว้ว่า จากนี้วุฒิสภาจะไม่มีอำนาจในการถอดถอนผู้พิพากษาออกจากตำแหน่ง อีกต่อไป เนื่องจากในมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ไม่ได้มีให้อำนาจวุฒิสภาไว้ แต่ได้บัญญัติให้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการแต่งตั้งผู้พิพากษาให้พ้นจาก ตำแหน่ง สิ่งที่ดิฉันอยากจะเสนอในการอภิปรายตามสาระสำคัญของร่างก็คือว่า ในมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญยังมีบัญญัติเอาไว้ว่า ถ้าเป็นการพ้นจากราชการเพราะถูกลงโทษก็ยัง สามารถทำได้ค่ะ แต่ถึงแม้การให้พ้นออกจากราชการจากการลงโทษจะกระทำได้ก็ตามนะคะ แต่ว่าเราต้องยอมรับปัญหาร่วมกันก่อนค่ะท่านประธานว่า การตรวจสอบสถาบันตุลาการ และข้าราชการตุลาการของไทยนั้น ค่อนข้างเป็นไปได้ยากอย่างมากค่ะ เนื่องจากระบบ โครงสร้างที่มันถูกออกแบบมาทำให้ศาล รวมไปถึงผู้พิพากษาและข้าราชการตุลาการ หลุดลอยออกไปจากคนในสังคม และมีการบริหารงานที่ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับประชาชนเลย การทำงานของข้าราชการและตุลาการนอกจากจะไม่ยึดโยงกับประชาชนแล้ว ยังไม่ยึดโยง กับหลักการและการตรวจสอบ และไม่สามารถเปิดให้ตรวจสอบได้ด้วยค่ะ โดยมีข้อกล่าวหา สำคัญในการปิดปาก นั่นก็คือการละเมิดอำนาจศาล การหมิ่นศาลและหมิ่นประมาทศาล เช่น กรณีของเยาวชนคนหนุ่มสาวที่ถูกกฎหมายเป็นเครื่องมือในการปิดกั้น การวิพากษ์วิจารณ์ และการตรวจสอบ เช่นนี้แล้วจะมีอะไรที่เป็นเครื่องประกันให้กับคนในสังคมได้ว่า ศาลและบุคลากรของศาลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมจะเป็นองค์กรที่ตรวจสอบ และเป็นหน่วยงานที่โปร่งใส เนื่องจากหลาย ๆ ครั้งที่เราพบว่าคำพิพากษา หรือคำวินิจฉัย ของศาลดูเหมือนว่าจะไม่สอดคล้องกับหลักกฎหมายและเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ศาลเคยกลายเป็นกลไกของคณะรัฐประหาร ผู้ก่อการรัฐประหาร และ รับรองการยึดอำนาจไปจากประชาชนของคณะรัฐประหาร หรือแม้แต่การที่ศาลไม่อนุญาต ให้ประกันตัวผู้ชุมนุมโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเฉพาะผู้ที่ถูกกล่าวหาตามมาตรา ๑๑๒ ซึ่งพวกเขาถูกปฏิบัติราวกับว่าเป็นผู้กระทำความผิดไปเสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่พวกเขาควรถูกถือว่า ยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำตัดสินถึงที่สุดแล้วใช่ไหมคะ แต่ว่าผู้พิพากษาหรือศาล กลับไม่ได้ถูกตรวจสอบหรือไม่ถูกลงโทษใด ๆ ในกรณีนี้เลย ด้วยเหตุนี้มันจึงไปสร้าง ความไม่เชื่อมั่น แล้วก็ทำให้ผู้คนสูญสิ้นความศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมมากขึ้นด้วยค่ะ ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันได้อภิปรายมาทั้งหมดนี้ เพื่อชี้แจงว่ากระบวนการการลงโทษข้าราชการตุลา การยังมีปัญหาอยู่ค่ะ ดังนั้นควรมีประชาชน หรือตัวแทนของประชาชนสามารถเข้าไป ตรวจสอบการทำความผิดของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมได้ด้วย และตัวแทนของประชาชนที่ดิฉันได้กล่าวมาก็คือ สภาผู้แทนราษฎร นี่ล่ะค่ะในการที่จะเข้าไป ตรวจสอบการทำงานและการทำหน้าที่ของผู้พิพากษาว่าการตัดสินต่าง ๆ การตัดสินคดี ตามตัวบทกฎหมายเป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่
ท้ายนี้ ดิฉันขอใช้สิทธิในการพูดถึงสิทธิในฐานะผู้แทนราษฎร พูดถึงการ ทำงานของข้าราชการตุลาการในกระบวนการยุติธรรม พูดถึงสิทธิในการประกันตัว ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเท่านั้นค่ะ ที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และถูกรับรองไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เป็นกติการะหว่าง ประเทศว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมืองที่รัฐไทยเองเป็นภาคี ดิฉันขอพูดถึงสิทธิ ที่ประชาชนและเยาวชนคนหนุ่มสาวจะได้รับการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม สิทธิที่จะได้รับ การพิจารณาว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และพูดถึงสิทธิ ที่ผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคนจะได้รับการมีเวลาและมีปัจจัยที่จะเอื้อต่อการเตรียมการ ในการที่จะสู้คดี ดังนั้นการปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกฟ้องคดี จึงเป็นหลักการและเป็น บรรทัดฐานที่ศาลเองไม่อาจปฏิเสธได้ค่ะ ดิฉันขอทวงคืนสิทธิในการประกันตัว สิทธิในการ ปล่อยตัวชั่วคราวให้กับคุณอานนท์ นำภา ให้กับคุณพริษฐ์ ชีวารักษ์ ให้กับคุณจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ให้กับคุณภาณุพงศ์ จาดนอก ให้กับคุณเบนจา อะปัญ และนักกิจกรรมทุกคน ที่เป็นนักกิจกรรมกลุ่มทะลุฟ้าและผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคนด้วยค่ะ เพื่อคืนความยุติธรรม ให้กับพวกเขา และแสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมเป็นกระบวนการที่ยุติธรรมจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ถูกแทรกแซงทั้งทางตรงและทางอ้อมจากองค์กรใด เพื่อเป็นกลไกที่จะคุ้มครอง สิทธิ เสรีภาพ ให้กับประชาชนได้ด้วย ดังนั้นในวาระรับหลักการดิฉันจึงเห็นว่าการตรวจสอบ การทำงานของข้าราชการฝ่ายตุลาการและการยุติธรรมจะต้องมีประชาชนหรือตัวแทนของ ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบการกระทำความผิดของข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรมได้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน