ณัฐวุฒิ ตั้งคำถามความโปร่งใสคัดเลือก-พ้นตำแหน่งผู้พิพากษา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตและสอบถามถึงความล่าช้าในการยกร่างแก้ไขกฎหมายข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พร้อมซักถามความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศาลทหารและศาลปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการแต่งตั้งและพ้นจากตำแหน่งผู้พิพากษา รวมถึงการเอื้อประโยชน์กลุ่มเฉพาะในกระบวนการสอบคัดเลือก จึงเรียกร้องให้มีการชี้แจงเหตุผลอย่างเปิดเผยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ตามแนวทางการปฏิรูปที่ต้องคำนึงถึงความยุติธรรมทุกขั้นตอนภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 188

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะมีส่วนในการอภิปรายขั้นรับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยประเด็นที่เป็นข้อสังเกต แล้วก็ประเด็นที่จะสอบถามทางผู้ชี้แจงอยู่หลายประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ ดังที่ผู้ชี้แจงได้นำเรียนว่าการแก้ไข รอบนี้นั้นเป็นการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับข้อความในมาตรา ๑๙๐ รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยครับ แต่อย่าลืมว่าเราคุ้นชินกับการที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ นั้น มีผลมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ แล้ว นั่นหมายถึงว่านับจากวันนั้นถึงวันนี้นะครับ นี่เดือนพฤศจิกายน เข้าปลายปี ๒๕๖๔ แล้ว แต่เพราะเหตุใดครับท่านอาจจะพูดมาบ้าง แต่เพราะเหตุใดว่า การยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้องอีก ๓ ฉบับ ซึ่งผมอ่านในเชิงรายละเอียดแล้วนะครับมาตราที่แก้ไขเอาเข้าจริง ๆ ก็มีเพียงมาตราเดียวเกือบทุกฉบับถึงเพิ่งถูกนำเสนอแล้วถูกพิจารณาในปัจจุบัน ท่านอาจจะ อ้างว่าต้องมีกระบวนการยกร่าง มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ แต่ผมดูทั้งหมด ทั้งมวลในร่าง พ.ร.บ. บางฉบับ ก็มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นไม่มีเลย แต่มีผู้เข้าไปดู ๒๐ กว่าคน ต่าง ๆ เป็นต้น ฉะนั้นนั่นมิใช่ประเด็นที่อาจจะอ้างถึงได้ ในขณะเดียวกันครับ ท่านบอกเองว่าอาจจะจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่ตามมาอีกหลายฉบับ ผมยกตัวอย่าง เช่น ในกรณีของศาลนั้น ศาลนั้นหมายถึงศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร และแน่นอน ไม่รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ ดึงออกไปก่อน ฉะนั้นวันนี้เราแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับศาลยุติธรรม ตกลงในกระบวนการแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับศาลทหารต้องมีหรือไม่ แล้วในขณะเดียวกัน ที่ชัดเจนที่สุดครับ ก็คือกรณีของศาลปกครองนั้นอยู่ในขั้นตอนแบบไหนอย่างไร นั่นเป็น ประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะเรียนสอบถามท่านผู้ชี้แจงครับ

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ถึงแม้หลักการจะบอกว่าเป็นเรื่องของ การพูดถึงการพ้นจากตำแหน่งครับ แต่ผมคิดว่าเราต้องดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เชื่อมโยง ไปถึงกรณีของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ และแน่นอนครับว่าเวลาที่เราพูดถึงกระบวนการ ได้มาซึ่งผู้พิพากษา มีงานวิจัยเยอะแยะไปหมดครับ เช่น งานวิจัยของท่านพิชัยศักดิ์ หรยางกูร นี่ก็เกิดขึ้นมาแล้วนะครับว่า ระบบกระบวนการได้มาซึ่งผู้พิพากษาในต่างประเทศ และในประเทศไทยควรจะเป็นอย่างไร มีงานวิจัยที่พูดถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งหมายถึงว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นอาจจะมีตั้งแต่ ขั้นตอนของการคัดเลือกผู้พิพากษา ขั้นตอนการมีส่วนร่วมในการพิจารณาพิพากษาคดี และขั้นตอนการพ้นจากตำแหน่งของ ผู้พิพากษาด้วย ซึ่งงานวิจัยฉบับนี้มีท่านผู้พิพากษาท่านหนึ่งเป็นหนึ่งในผู้วิจัยด้วยซ้ำ แต่สิ่งเหล่านี้ท่านไม่ได้พูดถึงเลยครับว่า จริง ๆ แล้ววันนี้สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามและเป็นข้อ สนใจก็คือว่า การพ้นจากตำแหน่งนั้นเป็นปลายทางครับ แต่การเข้าสู่ตำแหน่งของ ผู้พิพากษาในปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไร ประชาชนไม่เข้าใจว่าทำไมกระบวนการคัดเลือก ผู้พิพากษาถึงต้องมีสนามใหญ่ สนามเล็ก และสนามจิ๋ว ประชาชนไม่เข้าใจว่าสัดส่วนของ การสอบผู้พิพากษาในสนามใหญ่นั้นมีอัตราที่น้อยมาก คนสอบกันเยอะแต่คนเข้าถึงเป็น ผู้พิพากษา นามสกุลบัวประทุมไม่มีทางได้สอบเป็นครับ ประชาชนไม่เข้าใจว่าสนามเล็ก ที่อาจจะเพิ่มเติมกรณีของการจบปริญญาโทต่าง ๆ นั้นทำไมก็น้อย แต่ประชาชนเข้าใจ โดยวิญญูชนครับว่าสนามจิ๋วที่รับเฉพาะกรณีที่จบต่างประเทศ ๒ ใบบวกเนติบัณฑิตนั้น เขามีนามสกุลอย่างไร เขาถึงเข้าเป็นผู้พิพากษาในอัตราส่วนที่สูงที่สุด ศาลยุติธรรม มีความจำเป็นถึงผู้พิพากษากลุ่มนี้มากขนาดนั้นหรือครับ นั่นเป็นประการที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วรรคสองครับ บอกว่าผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาคดีให้เป็นไปโดย รวดเร็วเป็นธรรมและปราศจากอคติทั้งปวง วันนี้สิ่งที่พวกเราเห็นจากการพ้นจากตำแหน่ง คือการเห็นพระบรมราชโองการว่ามีผู้พิพากษาพ้นจากตำแหน่งกี่คน ทีมงานผมไปค้นเอกสาร ที่จะประกอบการอภิปรายเมื่อวานมีแต่พระบรมราชโองการที่พูดถึงการพ้นจากตำแหน่ง แต่เราไม่เห็นรายละเอียด ในกรณีของตำรวจชัดเจนครับ บอกพ้นจากตำแหน่งเพราะผิดวินัย ร้ายแรงเท่าไร มีกระบวนการทำผิดคดีอาญาเท่าไร ความสง่างามของสถาบันคือการบอกกับ พี่น้องประชาชนว่า ท่านมีผู้พิพากษาที่ทุจริตหรือประพฤติมิชอบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บิดเบือนต่อการใช้กฎหมายไปละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน สั่งคดีที่บอกว่าคดี มีอัตราโทษสูงถึงไม่ยอมให้ประกัน ซึ่งไม่เคยมีคำนี้อยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาอยู่กี่คน ท่านมีหลักประกันว่า ต่อไปนี้การพ้นจากตำแหน่งจะมีเหตุผลประกอบ ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในพระบรมราชโองการ แต่เป็นเรื่องที่ศาลต้องแถลงให้ประชาชนรับทราบ หรือไม่ครับ

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล ๓ ประการที่ผมได้นำเรียนต่อท่านประธานครับ กรณีการแก้ไขในเชิงเทคนิคหรือการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมิใช่เป็นประเด็นที่ พวกผมเห็นแตกต่างออกไป เรายินดีและต้องทำตามรัฐธรรมนูญครับ แต่หัวใจของ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม คือทำให้ขั้นตอนการได้มาซึ่งผู้พิพากษา ขั้นตอน กระบวนการพิจารณา ขั้นตอนการพ้นจากตำแหน่งนั้นประชาชนเขารู้สึกว่า นั่นคือความ เป็นธรรมหรือความยุติธรรมจริง ๆ นี่ต่างหากที่จะทำให้สภาแห่งนี้ควรพิจารณาว่าจะรับ หรือไม่รับหลักการของร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ขอบคุณครับท่านประธาน