ณัฐวุฒิ ชี้แก้กฎหมายคุ้มครองเด็ก ปรับอายุ 12 เป็น 13 ปี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชี้แจงและเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 โดยเสนอปรับเกณฑ์อายุเด็กที่ไม่ต้องรับโทษจากไม่เกิน 12 ปี เป็นไม่เกิน 13 ปี พร้อมอ้างเหตุผลจากพัฒนาการของวัยรุ่นตามงานวิจัยและหลักสากล รวมถึงความขัดแย้งกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก แม้ภายหลังจะถอนข้อเสนอแต่ยังยืนยันเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองเด็กตามหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมข้อความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๓ นั้น ผมได้ขอสงวนความเห็นไว้ อยู่ ๒ วรรคด้วยกันครับ แต่ผมอยากจะนำเรียนสภาแห่งนี้ก่อนว่า ในชั้นรับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับนี้นั้น เริ่มมาจากกรณีของ การรับหลักการว่าเราจะมีการแก้ไขเฉพาะกรณีการเพิ่มเกณฑ์อายุเด็ก ซึ่งไม่ต้องรับโทษ แม้ได้กระทำการอันกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด โดยข้อความที่บอกว่าจากอายุไม่เกิน ๑๐ ปี เป็นอายุไม่เกิน ๑๒ ปีเท่านั้น นี่คือสิ่งที่เรารับหลักการมาและผมทราบและตระหนักดี ในสิ่งที่ผมรับหลักการครับ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ในข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้น ในข้อ ๒๕ วรรคสาม ได้บอกว่าการแปรญัตติเพิ่มมาตรา ขึ้นใหม่หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิมต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัตินั้น ผมเข้าใจและตระหนักดีถึงประเด็นตรงนี้ครับ เพียงแต่ว่ากรณีของการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๓ นั้น ร่างที่มาจาก ครม. ไม่ได้มีการแก้ไขข้อความ ในวรรคสอง ผมจึงอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ ขอเพิ่มข้อความในวรรคสองเข้าไปด้วยครับ นั่นคือเหตุผลหรือหลักการประการที่ ๑ ที่อยากจะนำเรียนให้สภาแห่งนี้ทราบครับ

ในประการที่ ๒ เป็นเรื่องของเชิงเนื้อหาครับท่านประธาน ผมขออนุญาต ที่จะแก้ไขข้อความ จากข้อความที่บอกว่า เด็กอายุไม่เกิน ๑๒ ปี กระทำการอันกฎหมาย บัญญัติว่าเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ ขอเปลี่ยนเป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๓ ปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ พูดกันง่าย ๆ ก็คือ เปลี่ยนอายุจาก ๑๒ ปี เป็น ๑๓ ปีครับ เหตุผลที่ผมอยากจะนำเรียนประกอบความเห็น ในประการที่ ๒ ของผมมีอยู่ทั้งหมด ๓ เหตุผลย่อยด้วยกัน

เหตุผลประการที่ ๑ ครับท่านประธาน การที่กำหนดอายุเกณฑ์ ๑๒ ปีนั้น ผมได้ซักถามในกรรมาธิการหลายครั้ง ว่าท่านใช้เกณฑ์พัฒนาการเด็กของนักจิตวิทยา นักพัฒนาการ หลักการระหว่างประเทศแบบใดในการกำหนด เพราะว่าสิ่งที่ผมได้รับข้อมูลน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารของกรมสุขภาพจิตที่ได้มีการแบ่งพัฒนาการไว้ในปี ๒๕๔๗ ไม่ว่าจะเป็น งานศึกษาวิจัยของศาสตราจารย์นายแพทย์พนม เกตุมาน ซึ่งเป็นอดีตนายกราชวิทยาลัย จิตแพทย์แห่งประเทศไทย ผมไม่พูดถึงเด็กเล็กนะครับ ไม่พูดถึงผู้ใหญ่ แต่เอาเฉพาะกรณีของ วัยรุ่น ทั้ง ๒ รายงานพูดชัดเจนครับว่ากรณีของวัยรุ่นนั้นแบ่งออกเป็น ๓ ช่วงอายุด้วยกัน วัยรุ่นตอนต้นนั้นคือ ๑๐-๑๓ ปี ส่วนวัยรุ่นตอนกลางก็เป็น ๑๔-๑๖ ปี และวัยรุ่นตอนปลายนั้น ก็เป็น ๑๗-๑๙ ปี และยังลงรายละเอียดอีกครับว่าสิ่งที่กำหนด ๑๐-๑๓ ปีนั้น เพราะเขายังมี ความเป็นเด็ก เขามีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่มีฮอร์โมน (Hormone) เพศ ยังไม่มีความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดี ในขณะที่เหตุผลที่ท่านใช้ในร่างของ กรรมาธิการที่รับหลักการนั้น ท่านอ้างว่าการจบประถมศึกษาปีที่ ๖ เป็นเงื่อนไขสำคัญ ซึ่งพวกเราลองทบทวนกับตัวเองดูครับว่า วันที่เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้จบการศึกษา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ นั้นท่านอายุเท่าไร เป็น ๑๒ ปีกี่วัน เป็น ๑๒ ปี กี่เดือน ฉะนั้นกรณีของ ๑๒ ปีนั้นไม่ใช่เหตุผลที่ฟังขึ้น นั่นเป็นเหตุผลย่อยข้อที่ ๑

เหตุผลย่อยข้อที่ ๒ ในประการที่ ๒ ก็คือในกรณีที่ท่านบอกว่าจะต้อง ทำตามหลักการระหว่างประเทศที่เรียกว่า เจเนอรัล คอมเมนต์ (General comment) ฉบับที่ ๑๐ ที่ออกตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตลอดจนข้อแนะนำที่ถูกตั้งคำถามจาก ยูพีอาร์ : ยูนิเวอร์เซล พีริโอดิก รีวิว (UPR : Universal Periodic Review) ซึ่งวันนี้ เวลานี้ ประเทศไทยกำลังรายงานกลไกแห่งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ฉบับใหม่อยู่ ท่านบอกว่าเขาบอกว่าให้คุณแก้เป็น ๑๒ ปี ผมก็ไปดูมาหมดแล้วครับ ปรากฏว่า ยูพีอาร์ (UPR) เขาบอกว่าประเทศสโลวีเนียบอก แอต ทู แอต ลีสต์ (At to at least) ๑๒ ปี ผมแปลเป็นไทยนะครับ นั่นหมายความว่าขั้นต่ำคือ ๑๒ ปี ประเทศออสเตรเลียที่ถูกอ้างอิง ใช้กับหลักเกณฑ์เดียวกันเลยครับ แล้วบอกว่า อิน ไลน์ วิท เดอะ เรกคอมเมนเดชัน บาย เดอะ คอมมิตที ออน เดอะ ไรต์ ออฟ เดอะ ไชลด์ส (In line with the recommendations by the committee on the right of the Child’s) พูดง่าย ๆ ก็คือให้เป็นไปตามกลไก ระหว่างประเทศที่ออกตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก วันนี้เรามีข้อแนะนำ ฉบับที่ ๒๔ เรียกว่า เจเนอรัล คอมเมนต์ (General comment) ฉบับที่ ๒๔ บอกให้ขยายอายุไปถึง ๑๔ ปีท่านว่าวันนี้ท่านจะรอดจากเวที ยูพีอาร์ (UPR) ไหม ไม่ใช่ว่าวันนี้บอก ๑๒ ปี แก้สภาเสร็จไปทั้งหมดนะครับ พรุ่งนี้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติบอกไทย ต้องขยับเป็น ๑๔ ปี ท่านจะเอาหน้าสภาแห่งนี้ไปตอบเขาอย่างไรครับ เดี๋ยวท่านก็ต้องแก้อีก นั่นเป็นเหตุผลย่อยประการที่ ๒ ในประการที่ ๒ ใหญ่ครับ

เหตุผลย่อยประการที่ ๓ ในประการที่ ๒ ใหญ่ ก็คือว่าทั้งหมดทั้งมวลครับ เราต้องปักธงว่าเราอยากเห็นเด็กในประเทศไทยเติบโตไปเป็นอย่างไร เราไม่สามารถจะมา ท่องจำแล้วพูดประโยคว่า เดอะ เบสต์ อินเทอเรสต์ ออฟ เดอะ ไชลด์ส (The Best interest of the Child’s) หรือประโยชน์สูงสุดของเด็ก ไม่อาจพูดแบบนี้อีก ถ้าท่านไม่เอาสายตา ในการมองว่าเด็กทุกคนก็คือเด็ก ฉะนั้นการขยายอายุอีกเพียงปีเดียว แล้วทำให้เขาได้รับ การเยียวยา ทำให้เขาได้รับการดูแล ทำให้เขาได้รับการฟื้นฟู มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทุกคนอาจจะ ผิดพลาดได้ แล้วแก้ไขจะไม่เป็นประโยชน์ต่อเด็กมากกว่านี้หรือครับ นั่นคือเหตุผลย่อย ประการที่ ๓ ในประการที่ ๒ ใหญ่ ซึ่งผมขออนุญาตที่จะปรับแก้อายุ ๑๒ ปีเป็น ๑๓ ปีครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือการขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ในมาตรา ๗๓ วรรคสอง มาตรา ๗๓ วรรคสอง บอกว่าให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็ก ตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ในฉบับเดิมเขาเขียนแต่เพียงมาตรการในการคุ้มครองสวัสดิภาพ ไม่ได้พูดถึงมาตรการอื่นใด ผมบอกว่าในกฎหมายฉบับนั้นมันมีทั้งคำว่า สงเคราะห์ และมันมี ทั้งคำว่า คุ้มครองสวัสดิภาพ ทำไมเราถึงไม่ควรจะใช้คำรวมที่มันครอบคลุมทุก ๆ มิติ ในการดูแลเด็ก ก็คือการใช้คำว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นดำเนินการ คุ้มครองเด็กเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ซึ่งเป็นคำที่ครอบคลุมกว่าครับ อย่างไรก็ตามครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมพูดมาทั้งหมดมีท่านผู้อาวุโสในกรรมาธิการบอกกับผมว่า ในวัยหนุ่มสาวคนเราอาจจะยอมดื้อรั้นให้นานที่สุดเพื่อที่อยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่ ณ วันนี้หลักการที่เรารับมาได้ชั้นวาระ ๑ นั้นกำหนดอายุไว้แต่เพียง ๑๒ ปี ผมไม่อาจทำ หน้าที่ได้เกินไปกว่านั้นครับ วันนี้อาจแก้ไม่ได้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าการปรับแก้อายุจาก ๑๒ ปี เป็นมากกว่า ๑๒ ปี จะเกิดขึ้นในรุ่นเราอย่างแน่นอน ผมไม่สามารถที่จะเดินหน้าต่อได้ ผมขอ ถอนและไม่ติดใจต่อคำสงวนที่ผมได้อภิปรายมาทั้งหมด และพูดในสภาแห่งนี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ