ชวลิต วิชยสุทธิ์ ตั้งข้อสังเกตและคัดค้านร่างแก้ไขกฎหมายที่ให้อำนาจศาลอาญาสั่งเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนราษฎร โดยมองว่าขัดต่อหลักการทะเบียนและอาจก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรง ทั้งการขัดกฎหมายบัตรประชาชน การเปลี่ยนเลขประจำตัว 13 หลัก และการบังคับให้เจ้าหน้าที่ทำผิดกฎหมาย จึงเรียกร้องให้ทบทวนร่าง พ.ร.บ. และย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความน่าเชื่อถือของระบบฐานข้อมูลประชาชนและสถาบันสภาผู้แทนราษฎร
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย มาตรา ๗ มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ (๓) มีสาระสรุปว่า ให้ผู้พิพากษาศาลอาญามีคำสั่งให้ กรมการปกครองดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลักฐานการทะเบียนราษฎรได้ โดยอ้างว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองพยาน ซึ่งกระผมเห็นว่าการแก้ไขดังกล่าวน่าจะมีผลกระทบกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือศาลยุติธรรมและกระทรวงมหาดไทยจะกระทำการที่ผิดกฎหมาย เสียเอง และที่สำคัญสภาผู้แทนราษฎรของเราจะผ่านกฎหมายให้ศาลยุติธรรม และกระทรวงมหาดไทยไปกระทำการที่ผิดกฎหมายเสียเองอย่างนั้น กระผมเห็นว่า เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตอ่านข้อความ ที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้น มีข้อความว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยาน ซึ่งได้รับอนุมัติเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยื่นคำขอฝ่ายเดียว ต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อมีคำสั่งอนุมัติให้กรมการปกครองดำเนินการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลหลักฐานการทะเบียนราษฎร ตามร่างที่มีการแก้ไขดังกล่าวกระผมมีข้อสังเกตดังนี้ครับ ท่านประธานครับ
ประเด็นแรก การบัญญัติให้ผู้พิพากษาศาลอาญามีคำสั่งให้กรมการปกครอง ดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลักฐานการทะเบียนราษฎร ประเด็นนี้เห็นชัดเจนว่า ผู้พิพากษาศาลอาญาได้กระทำการผิดกฎหมายเสียเอง ในการสั่งให้เปลี่ยนแปลงข้อมูล หลักฐานการทะเบียนราษฎร ผิดทั้งทางอาญา กฎหมายการทะเบียนราษฎร ในส่วนของ กรมการปกครอง หากกระทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลักฐานการทะเบียนราษฎรไปจาก ความเป็นจริง ก็มีความผิดทั้งทางอาญาและกฎหมายการทะเบียนราษฎร รวมไปถึงกฎหมาย บัตรประจำตัวประชาชน ท่านประธานที่เคารพ กระผมเป็นอดีตข้าราชการกรมการปกครอง โดยเฉพาะเคยอยู่กองการทะเบียนที่วังไชยา นางเลิ้ง ถึง ๔ ปี เป็นนายอำเภอหลายอำเภอ รับผิดชอบงานทะเบียนราษฎรในอำเภอนั้น ๆ ถึงแม้จะมีกฎหมายออกมาสั่ง กระผมก็คิดว่า ไม่ปฏิบัติแน่นอน เพราะเท่ากับเอามือไปซุกหีบ ในขณะเดียวกันได้สอบถามพรรคพวก ทั้งในส่วนกลางและเพื่อนนายอำเภอต่างไม่เห็นด้วยกับร่างในมาตรา ๗ นี้ นอกจากนี้ การแก้ไขรายการในทะเบียนราษฎรให้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ก่อให้เกิดผลกระทบ ในวงกว้างอีกหลายประการครับท่านประธาน
ประการแรก ผลกระทบต่อการกำหนดเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เกิดขึ้นในปี ๒๕๒๕ ในสมัยรัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นยุคเริ่มต้นงานทะเบียนยุคใหม่ เกิดโครงการการจัดทำ เลขประจำตัวประชาชน หลักการสำคัญก็คือ การกำหนดให้ประชาชนทุกคนมีเลขประจำตัว ประชาชน ๑๓ หลัก เพื่อใช้เป็นดัชนีในการจัดเก็บข้อมูลบุคคลตามกฎหมายทะเบียนราษฎร ในระบบคอมพิวเตอร์ คนละ ๑ เลขไม่ซ้ำกัน ใช้เลขเดียวตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่มีการนำกลับมา ใช้ใหม่ หลักฐานทางทะเบียนสามารถระบุตัวบุคคลเป็นพยานได้ เช่น ชื่อตัว ชื่อสกุล การเปลี่ยนเลขประจำตัวประชาชนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามหลักการของระบบงาน การทะเบียนราษฎร การเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล มีระเบียบรองรับ แต่การเปลี่ยนภาพถ่าย ใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ หัวแม่มือซ้ายขวาไม่สามารถกระทำได้ เท่ากับการสวมตัวบุคคล ทำบัตรประจำตัวประชาชนมีความผิดตามกฎหมายตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน การเปลี่ยนเลข ๑๓ หลักทางเทคนิคจะกระทำไม่ได้ เพราะเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ถูกกำหนดให้เป็นไพรมารีคีย์ (Primary key) ในการจัดเก็บข้อมูลประชาชนในระบบข้อมูล ทะเบียนประวัติราษฎร ผลกระทบต่อมาครับท่านประธาน ในการจัดทำบัตรประจำตัว ประชาชน กรณีนี้กรมการปกครองจะถูกบังคับ โดยคำสั่งของศาลให้กระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖ เสียเอง ทั้งนี้กฎหมายบัตรประจำตัวประชาชน มีบทลงโทษเจ้าหน้าที่ไว้ด้วย หากกระทำการฝ่าฝืนการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพครับ ดังที่กระผมได้ประสานเป็นการภายในกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ หลายท่าน เขาให้ข้อคิดเห็นดังนี้ครับท่านประธาน ข้อ ๑ ไม่ควรมีกฎหมายใดมากำหนดให้มี การนำข้อมูลที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ข้อ ๒ หาก พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะทำให้ระบบงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนถูกลดความ น่าเชื่อถือ ลดความถูกต้องของข้อมูล ลดระดับความปลอดภัยของระบบงานทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชนลง จนไม่ได้รับความเชื่อถืออีกต่อไป ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ น่าจะเป็นห่วงมาก ท่านประธานที่เคารพ กระผมได้ลองสอบถามน้อง ๆ นายอำเภอ น้อง ๆ เจ้าหน้าที่ในส่วนกลาง ล้วนต้องการให้คณะกรรมาธิการนำกลับไปแก้ไข อย่าให้ผู้พิพากษา ศาลอาญาและกรมการปกครองต้องเดือดร้อน
ประการสำคัญครับท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรของเราถ้าจะผ่าน กฎหมายฉบับนี้ไปบังคับใช้ให้มีการกระทำผิดกฎหมายเสียเอง น่าจะเป็นการเสียสถาบัน อย่างยิ่ง กระผมจึงขอให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นที่กระผม ทักท้วงอยู่อย่างรอบคอบ และถ้าคณะกรรมาธิการเห็นพ้องก็ควรรับร่างกฎหมายฉบับนี้ ไปแก้ไขใหม่ ให้ตรากฎหมายให้เป็นไปด้วยความชอบธรรม ที่สำคัญให้สภาผู้แทนราษฎร ของเราได้รับความเชื่อมั่นในการตรากฎหมายที่ถูกต้องยุติธรรม ขอบคุณครับท่านประธาน