สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือเรื่องการยกเลิกมาตรา ๑๐ ของพระราชบัญญัติเดิม และเรียกร้องให้มีการคุ้มครองพยานหรือบุคคลที่จะถูกคุ้มครอง โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้กฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือในการทำลายล้างทางการเมือง และเรียกร้องให้งดเว้นการคุ้มครองพยานในเรื่องการเมือง

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในมาตรานี้เป็นมาตรา ๗ ยกเลิกมาตรา ๑๐ ของพระราชบัญญัติเดิม โดยในประเด็นของวรรคสองที่จะขออภิปรายใน ๓ ประเด็นนะครับท่านประธาน

ประเด็นแรก คือการใช้ดุลยพินิจของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่จะอนุมัติ

ประเด็นที่ ๒ คือความสะอาด ความบริสุทธิ์ของฐานข้อมูลของบุคคลใหม่ ที่ถูกเปลี่ยนแปลงนะครับ

ประเด็นที่ ๓ คือระเบียบของกระทรวงยุติธรรมที่กำหนดในการควบคุมดูแล ความปลอดภัยให้กับตัวพยานหรือบุคคลที่จะถูกคุ้มครองนะครับ

ทั้ง ๓ ประเด็นนี้เป็นคำถามที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของการใช้ดุลยพินิจ การใช้ดุลยพินิจนั้นเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่จะได้รับการอนุมัติจากท่านประธาน น่าจะเป็นรัฐมนตรีนะครับ ตรงนี้ละครับ เป็นหัวใจอันหนึ่งที่จะถามว่าท่านใช้ดุลยพินิจตามลำพังหรือไม่ สมมติว่าผมเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมบอกว่าเด็กคนนี้ให้ไปทำเรื่องมาคุ้มครองพยาน แต่ผ่าน กระบวนการหรือการกลั่นกรองของคณะกรรมการหรือไม่ที่จะพิจารณา อันนี้คือประเด็น ถ้าท่านใช้ดุลยพินิจเฉพาะตัว หรือดุลยพินิจที่เกิดขึ้นจากตัวอำนาจของท่านรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายนี้ ท่านก็สามารถจะทำอะไรก็ได้ นี่คือคำถามครับท่านประธาน ฝากไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการด้วยว่า อำนาจนี้เป็นดุลยพินิจลำพังใช่หรือไม่นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ประเด็นของการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลง ฐานข้อมูลนั้นมันมี ๒ ประเด็นด้วยกันในประเด็นย่อย ด้วยการยกเลิกข้อมูลเดิมแล้วทำใหม่ ใช่หรือไม่นะครับ คือเป็นบุคคล ก แล้วไปฆ่าทะเบียน ก ทิ้งเลย แล้วขึ้นเป็นทะเบียน นายเอ หรือไม่ใช่ หรือเป็นการเขาเรียกว่าค้างของเก่าทิ้งไว้ นาย ก ก็ยังมีอยู่ นายเอ ก็มีใหม่ นี่คือประเด็นครับ เพราะว่าการสืบค้นของฝั่งตรงข้ามหรือคู่กรณีมักจะเข้าสืบค้นในฐานข้อมูล ได้เช่นเดียวกัน ถ้ายังมีนาย ก ค้างอยู่ แต่นายเอเป็นคนใหม่ ผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่เป็น คำถามว่าทางกระทรวงจะกำหนดระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าวอย่างไร เพื่อคุ้มครองเพื่อให้ จะต้องมี เพราะในฐานข้อมูลนั้นจะต้องมีรหัสเลขบ้านที่ปรากฏนะครับ ถ้าสามารถสืบค้น ย้อนหลังได้มันเป็นภัยต่อพยานเท็จ แล้วก็การสร้างประวัติของพยานที่ถูกคุ้มครอง ต้องสร้าง ประวัติอย่างไรถึงจะดูเรียบร้อย ดูสะอาด ดูบริสุทธิ์นะครับ

ประการสุดท้ายครับท่าน ช่วงเวลาที่คุ้มครองนั้นหลังจากที่เปลี่ยนแปลง ไปแล้วในระเบียบหรือประกาศของท่านรัฐมนตรีนั้น มีการคุ้มครองหลังจากเปลี่ยนข้อมูล ในฐานทะเบียนราษฎรแล้วอย่างไร เช่น มีบ้านให้อยู่ มีที่ให้ซุกหัวนอน มีแหล่งที่ให้หลบซ่อน ระยะสั้น ๆ และมีที่ทำมาหากิน หรือมีการศึกษาใหม่ให้กับเด็กหรือเยาวชนที่ถูกคุ้มครอง นี่คือสาระที่เป็นประเด็นที่ ๒ ช่วยตอบด้วยครับ

ส่วนในประเด็นสุดท้ายที่ผมถามคือ ระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดนั้น เป็นระเบียบอย่างไร เพราะว่าในนี้เขียนไว้ในวรรคสี่ว่าให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวง ยุติธรรมกำหนดและคำนึงถึง คำนึงถึงอะไรครับ การดำรงชีวิตตามปกติของพยาน แสดงว่า การดำรงชีวิตตามปกติของพยานคือ พยานสามารถไปทำมาหากิน เดินทางได้นะครับ เป็นบุคคลที่เรียกว่านายเออย่างสมบูรณ์โดยมิได้ถูกคุกคามจากฝั่งตรงข้าม หรือศัตรู หรือคู่อริ หรือคนที่พยานได้ไปให้อย่างไร ในระเบียบนี้จึงขอทราบเหตุผล

ทั้ง ๓ ประเด็นครับ ท่านประธานครับ มันเป็นกฎหมายที่ดี ผมเห็นด้วยที่จะ คุ้มครองพยานและความผิดที่เกิดขึ้นในการแก้กฎหมายครั้งนี้ทั้งฉบับ แต่การดำเนินการ ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมดังที่ผมสรุปไปแล้วว่า ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเป็นนักการเมือง ท่านมีพรรคพวก มีผู้คน ท่านให้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานด้วยการเป็นพยานสำคัญ สักคดีหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนแปลงประวัติทำได้หรือไม่ท่านประธานครับ นี่คือหัวใจอันหนึ่ง ที่ผมอยากรู้ว่าดุลยพินิจดังกล่าวนั้น เป็นดุลยพินิจที่จบที่ท่านรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว หรือมีการ จัดเก็บข้อมูลดังกล่าวอย่างเป็นทางลับเฉพาะ ให้กับทางราชการโดยมีระดับขั้นตอนของการ เปิดเผยข้อมูลความลับดังกล่าวที่เป็นส่วนสำคัญ ที่จะเปิดต่อหน่วยงานของรัฐบางหน่วยได้ และสรุปอันสุดท้ายท่านประธาน การคุ้มครองพยานเป็นกฎหมายที่ดี โดยเฉพาะในอนาคต ข้างหน้ามันมิใช่มีคดีแค่นี้ เพราะมันจะมีคดีอีกหลากหลายคดีที่จะเกิดขึ้นใหม่ ในโลกของเสมือน ในโลกของเทคโนโลยี ในโลกของภาวะของการเปลี่ยนแปลง และยิ่งคดีสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้น ในทางการเมืองนั้น ผมกราบเรียนได้ว่าขอให้มีการงดเว้นครับ ถ้าจะออกกฎหมายเกี่ยวกับ เรื่องการเมือง เกี่ยวกับเรื่องการสืบพยานเพื่อทำลายล้างทางการเมือง ขอให้งดเว้นในการ คุ้มครองพยานดังกล่าวนี้โดยสิ้นเชิง เพราะอันนั้นเป็นการปกป้องประชาชนคนไทย ทุกคนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ