กัลยา แจงแผนพัฒนาอาชีวศึกษา ผลิตแรงงานสอดคล้องนวัตกรรมและตลาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ชี้แจงความคืบหน้าการพัฒนาอาชีวศึกษาภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นการปรับหลักสูตร การร่วมมือกับภาคเอกชน และการผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิสรัปชัน พร้อมผลักดันนโยบายสนับสนุนการศึกษาอาชีวะอย่างเท่าเทียม ผ่านทุนการศึกษา หอพักฟรี และรายได้ระหว่างเรียน รวมถึงส่งเสริมวิทยาลัยอาชีวะฐานวิทยาศาสตร์และโครงการโคเซ็นร่วมกับญี่ปุ่น เพื่อยกระดับทักษะแรงงานและเปลี่ยนทัศนคติของสังคมต่อการศึกษาสายอาชีพ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ วันนี้ได้มีโอกาสมาตอบคำถามของท่าน ส.ส. องอาจ คล้ามไพบูลย์ เกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนของกระทรวงศึกษาธิการ ในด้านการเรียน การสอนอาชีวศึกษา เพื่อตอบสนองต่อตลาดแรงงาน ขอบคุณมากเป็นพิเศษ เพราะว่า เห็นวิสัยทัศน์ของท่านองอาจแล้ว เป็นความน่ายินดีว่าสภาผู้แทนราษฎรให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้ แล้วก็ที่สำคัญกว่านั้นนะคะท่านประธาน ทำให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ หรือทางรัฐบาล จะได้มีโอกาสเล่าสู่กันฟังว่าเราทำอะไรมาบ้าง ตั้งแต่เมื่อไรอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงอย่างที่ท่านองอาจได้กรุณาเกริ่นนำมานั้นถูกต้องแล้วค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้รัฐมนตรี แล้วก็มอบให้ดิฉันมาตอบกระทู้นี้แทนท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอื่นอยากจะกราบเรียนว่าการสร้างบุคลากรให้สอดคล้องกับ ตลาดแรงงานคงไม่ใช่เรื่องง่าย ตามที่มีคำกล่าวของจีน เขาบอกว่าปลูกต้นไม้ใช้เวลา ๑๐ ปี ปลูกคนใช้เวลาร้อยปี เพราะฉะนั้นทางกระทรวงศึกษาธิการโดยทุก ๆ รัฐบาลไม่ได้ นิ่งนอนใจที่จะพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องและทันการเปลี่ยนแปลงของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และกำลังจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต แนวทางในการพัฒนาบุคลากรรัฐบาลทุกรัฐบาลก็ได้สนับสนุนพัฒนาบุคลากรทางอาชีวศึกษา แต่โดยเฉพาะตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ ดิฉันก็ทราบนโยบายของรัฐบาล อย่างชัดเจนว่าจะสนับสนุนผู้ที่เรียนอาชีวะเพื่อเป็นแรงงานสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะ เรามีอีอีซี (EEC) ด้วย เพราะฉะนั้นการที่จะผลิตคนเข้าสู่ตลาดแรงงานมหาศาลอย่างนี้ ในอนาคตจำเป็นที่จะต้องพัฒนาบุคลากรของเรา ซึ่งดิฉันขออนุญาตให้ขึ้นชาร์ต (Chart)

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ในเบื้องต้นว่ากระทรวงศึกษาธิการมีใคร ทำอะไร ที่ไหน วิทยาลัย แค่ไหน อย่างไร ก็จำนวนก็ได้ ขึ้นแล้วนะคะ ของรัฐบาลมี ๔๓๑ แห่ง ของเอกชน ๔๓๙ แห่ง รวมแล้ว ๘๐๐ กว่าแห่ง แล้วแยกรายละเอียดให้ทราบ ซึ่งปกติเราก็จะไม่มีโอกาส แต่ว่าเพราะคุณองอาจทำให้เราได้มาคุย กันเรื่องนี้ในรายละเอียดต่อไป ๑-๕ ก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าคนที่เรียนอาชีวะก็จะเรียน ความรู้แล้วก็ลงมือทำปฏิบัติในสาขาที่เขาถนัดอย่างแน่นอน แต่ความเข้มข้นก็จะมีมากขึ้นว่า เรียนแล้วต้องสามารถมีสมรรถนะในการทำงาน แล้วก็ภาคเอกชนก็มีความสำคัญ ต่อการศึกษาของอาชีวะอย่างยิ่งยวด ก็ให้ความร่วมมือกับทางกระทรวงศึกษาธิการ ให้นักเรียนของเราได้ไปฝึกงานในโรงงานในสถานที่ประกอบการของเอกชน หน่วยราชการ และรัฐวิสาหกิจเข้มข้นขึ้น แม้ว่าหลักสูตรเราจะเปลี่ยนจากหลักสูตรที่เน้นสาระมาเป็น สมรรถนะก็ตาม แต่อาชีวศึกษาได้ทำล่วงหน้ามาก่อนแล้วเราจึงได้เปรียบว่าเราเรียนรู้แล้ว ต้องลงมือทำได้ เพราะฉะนั้นก็เป็นสมรรถนะที่เด็กทุกคนมีอยู่ แต่ตอนนี้เข้มข้นขึ้น มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ก็ให้ความร่วมมือ ให้บุคลากรมา ช่วยเราสอน หรือให้เงินสนับสนุนให้อุปกรณ์ในหลาย ๆ รูปแบบ แล้วก็สามารถที่จะนำไป ลดหย่อนภาษีได้ซึ่งรัฐบาลก็มีกฎหมายที่จะให้ทุกคนที่ช่วยกันศึกษาลดหย่อนภาษีได้ก็มี ความเข้มข้นมากขึ้น ๑-๕ ขอให้แช่ไว้ก็ได้นะคะ เพราะจะได้อธิบายว่า ๑-๕ นั้นก็เป็นเรื่องที่ ปฏิบัติแต่เข้มข้นมากขึ้นทั้งหลักสูตร ทั้งการปฏิบัติ และความร่วมมือเป็นทวิภาคีมากขึ้น เรื่อย ๆ จึงทำให้การผลิตบุคลากรออกไปสู่ตลาดแรงงานสอดคล้องมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็ เนื่องจากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า แน่นอนที่สุดเราจะเป็นที่จะต้องให้วิทยาลัย ต่าง ๆ มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว อันนั้น ก็เป็นส่วนที่เราปฏิบัติแล้วก็เข้มข้นขึ้น จาก ๘๗๗ แห่งเราก็ผลิตผู้สำเร็จการศึกษา แต่ละปี ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน พอหรือยังอาจจะตอบไม่ได้ทันที เพราะว่านักศึกษาของเราสำเร็จ การศึกษาส่วนหนึ่งหรือประมาณครึ่งหนึ่งก็จะเข้าสู่แรงงาน อีกครึ่งหนึ่งก็ไปเรียนต่อ ก็เป็น ส่วนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลก็สนับสนุนส่งเสริมให้เรียนอาชีวะมากขึ้น เพราะว่า อาชีวะมีความสำคัญตามที่ท่านองอาจได้กล่าวมากทีเดียว แต่เรายังไม่มีบุคลากรหรือทัศนคติ ของผู้ปกครองยังไม่ได้ส่งนักเรียนมาเรียนอาชีวะมากเท่าที่ควร

ส่วนข้อที่ ๖ ประชาชนหรือคนทั่วไปอาจจะไม่เคยทราบว่าอาชีวะของเรา นอกจากตามวิชาชีพที่ถนัดแล้วยังมีวิทยาลัยอาชีวะฐานวิทยาศาสตร์ เกิดจากความร่วมมือ ของนักคิด นักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยี เมื่อปี ๒๕๕๑ ที่มองเห็นว่าในอนาคตนี้เราจำเป็นจะต้องมีบุคลากรทางด้านอาชีวศึกษา ที่มีความรู้ความสามารถที่จะผลิตนวัตกรรมได้ มีความเจริญก้าวหน้าจึงมีวิทยาลัย ๕ แห่ง ด้วยกัน ฐานวิทยาศาสตร์ก็เป็นวิสัยทัศน์ของท่านเหล่านั้น ซึ่งดิฉันขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ ถ้าไม่มีวิทยาลัยเหล่านี้เราก็ไม่สามารถที่จะเดินหน้าได้เหมือนกับที่เราเดินหน้าอยู่ในปัจจุบัน ส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษาฐานวิทยาศาสตร์นี้มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มากทีเดียว เพราะเราเตรียมคนที่พร้อมที่มีความรู้ความสามารถและความสนใจในด้าน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน และยิ่งกว่านั้นก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับ อีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้เขียนอยู่ในนี้ก็คือระบบโคเซ็น (Kosen) ของญี่ปุ่น ที่เราจะก็เตรียมคน ที่เราเรียกว่าวิศวกรโรงงาน หรือวิศวกรสังคม โคเซ็น (Kosen) เป็นระบบของญี่ปุ่นที่จะผลิต คนเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี เราได้ส่งนักเรียนของ เราที่เรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ไปร่วมเรียนโคเซ็น (Kosen) ที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แล้วจากความสัมพันธ์ตรงนั้นทำให้เราได้พัฒนาโครงการโคเซ็น (Kosen) ซึ่งต่อเนื่องจาก ๖๐ โคเซ็น (Kosen) ของประเทศไทย มาเป็นโคเซ็น (Kosen) ที่ ๖๑ และ ๖๒ ในประเทศไทย เป็นการสร้างโรงเรียนระบบโคเซ็น (Kosen) ของญี่ปุ่นนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก นับรวม เป็น ๖๑, ๖๒ แห่งแรกก็ตั้งที่ลาดกระบัง แห่งที่ ๒ ก็ตั้งที่ธนบุรี นักเรียนเหล่านี้ก็จะเรียน ที่มุ่งเน้นไปเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน เฉกเช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่ทำมาตลอด ๕๐-๖๐ ปีที่ผ่านมา อันนี้ก็เป็นการเตรียมการบุคลากรที่ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในสังคม ดิสรัปชัน (Disruption) เพราะฉะนั้นโคเซ็น (Kosen) ก็จะผลิตนักเรียนปีนี้เป็นปีที่ ๓ อีก ๒ ปีก็จะมีเด็กที่มีความรู้ความสามารถเฉกเช่นนักเรียนของญี่ปุ่นที่เขามีโรงงานมากมาย แล้วเขาก็มาตั้งที่อีอีซี (EEC) เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราได้เตรียมการไว้ก่อนแล้วที่จะผลิต ผู้ที่มีความรู้ความสามารถอีก ๒ ปีก็จะสำเร็จการศึกษาที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน เมื่อมีโคเซ็น (Kosen) แล้ววิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทย์จึงได้ใช้ระบบของโคเซ็น (Kosen) มาสอน ในวิทยาลัยฐานวิทย์เพื่อเป็นโครงการอาชีวะพรีเมียม (Premium) เพราะว่านักเรียนของฐาน วิทยาศาสตร์นี้สามารถที่จะใช้ระบบของโคเซ็น (Kosen) มาช่วยสอนในโรงเรียนได้ อยากจะ กราบเรียนอย่างนี้นะคะว่าระบบนี้น่าสนใจก็คือว่าเด็กพวกนี้เรียนเก่ง แต่ว่าบุคคลที่จะเข้าสู่ โรงเรียนโคเซ็น (Kosen) ได้จะต้องมีจิตสาธารณะสูง เพราะเขาต้องการให้เด็กเหล่านี้ จบมาแล้วช่วยสังคม เขาเรียกปริญญาหรือประกาศนียบัตรเขาว่าโซเชียล ดอกเตอร์ (Social Doctor) คือเรียนจบ ม.๓ แล้วเรียนอีก ๕ ปี เหมือนอาชีวะ แต่ไม่มี ปวช. ปวส. เรียนรวดเดียว ๕ ปีไปจนจบ ก็จะได้โซเชียล ดอกเตอร์ (Social Doctor) ที่มีคุณสมบัติดี เป็นเลิศ ในอุตสาหกรรม อันนี้ก็เป็นการเตรียมตัวของอาชีวศึกษาที่ได้ทำมาก่อนหน้านั้นแล้ว จากนี้ไปเราต้องเผชิญกับจำนวนคนที่พร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ยกตัวอย่างอีอีซี (EEC) ก็จะมีโรงงานจากญี่ปุ่น จากจีนมาลงทุนมาตั้งโรงงานในประเทศไทย เราจึงมีโครงการระยะสั้น ร่วมกับจีนเพื่อที่จะผลิตคนที่พูดภาษาจีนได้ มีความรู้ความสามารถในเครื่องจักร วิธีการ โรงงานของจีนที่วิทยาลัยฐานวิทย์ที่ชลบุรี เพื่อที่จะให้คนสามารถที่จะเข้าสู่แรงงานของจีน และญี่ปุ่นได้อย่างเหมาะสม อันนี้ก็เป็นเบื้องต้น แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้มีนโยบายที่จะสร้าง หอพักให้กับอาชีวศึกษาเริ่มจากปีนี้เป็นต้นไป เพื่อให้นักเรียนที่เรียนอาชีวะสามารถที่จะ เรียนฟรีอยู่ฟรีตลอด ๒๔ ชั่วโมง และมีที่พัก ขณะนี้มีเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นเอง อันนี้ก็เป็นนโยบายที่เรากำลังเริ่มและเริ่มแล้ว ในปี ๒๕๖๔ เป็นต้นไป แล้วนอกจากนั้นรัฐบาลเห็นความสำคัญมากกว่านั้น ก็ตั้งกองทุน ความเสมอภาคขึ้นมาเพื่อช่วยคนยากจนที่เรียนดี สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยมาเรียน อาชีวะ เป็นต้น และเน้นให้เด็กอาชีวะ ปวช. และ ปวส. ที่รับทุนมาเรียนอาชีวะให้มากขึ้น โดยให้เงินเดือนเดือนละ ๖,๕๐๐ บาท สำหรับ ปวช. แล้วก็ให้กับ ปวส. เดือนละ ๗,๕๐๐ บาท ขณะนี้มีคนที่ได้รับทุนแล้ว ๙๐,๐๐๐ กว่าคน บุคคลเหล่านี้ยากจน แต่ว่าต้องเรียนดี ก็เป็นแนวทางที่ทางรัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาลต่อเนื่องอย่างที่เล่าให้ฟังแล้วว่าเราได้เตรียมคน ในทุก ๆ ระยะ แล้วก็ที่เฉพาะหน้านี้ก็มีให้เด็กมาเรียนมากขึ้น มีที่อยู่ให้ มีอาหารให้ ต้องกราบเรียนว่าอย่างนี้นะคะท่านประธาน คนที่เรียนอาชีวะระหว่างเรียนมีรายได้ จบแล้ว มีงานทำ ปัญหาคนตกงานเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมาจบปริญญาแล้วตกงานเป็นแสน ๆ คน อาชีวะ ไม่ตกงานค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ