สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ หารือเรื่องกฎหมายสมรสเท่าเทียมและเรียกร้องการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอใช้โอกาสนี้อภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านเรียกว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียม ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเชื่อว่า พวกเราทุกคนในสภาแห่งนี้เติบโตขึ้นมากับสังคมที่เราเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสังคม มาโดยตลอด ตั้งแต่เราเริ่มต้นเห็นว่าการที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เลย ในสังคมนี้ จนกระทั่งเริ่มมีการรับรู้ มีการรับทราบ คุณหมอหลายท่านครับที่เป็นเพื่อนสมาชิก ที่พูดว่า โดยหลักชีววิทยา โครโมโซม (Chromosomes) ของผู้ชายก็จะเป็นเอกซ์วาย (XY) โครโมโซม (Chromosomes) ของเพศหญิงก็จะเป็นเอกซ์เอกซ์ (XX) เราเคยพูดเล่นกัน ตอนเป็นเด็ก ๆ ครับ ว่าแล้วคนที่มีโครโมโซม วายวาย (Chromosomes YY) ล่ะ เป็นแบบไหน ในปัจจุบัน เราเห็นเลยครับว่าโลกเปลี่ยนไปเยอะมากจริง ๆ ปัจจุบันนี้เราเห็นซีรีส์ (Series) หนัง เราเห็นภาพยนตร์ที่เขาเรียกว่าหนังวาย (Y) มีนิยายบางเรื่องที่เป็นนิยายที่ขายดีมากใน โลกในปัจจุบันนี้ ก็เป็นหนังในทำนองที่เป็นหนังวาย (Y) เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะถึงช่วงการ เลือกตั้งครับ ผมจำได้ว่า ๓ ปีที่แล้ว ทุกพรรคการเมืองมีการพูดคุยกันเรื่องนี้ ผมได้มีโอกาส ไปรับปากเพื่อน ๆ หลายคนครับ ที่เขามีความหลากหลายทางเพศ รับปากเขาว่าถ้ามีโอกาส เป็น ส.ส. เราก็จะเข้ามาช่วยผลักดันให้ วันนั้นสิ่งที่เขาเรียกร้อง สิ่งที่เขาอยากจะได้คือความ เท่าเทียมในการที่เขาจะมีชีวิตคู่กับคนที่เขารักอย่างไร สิทธิทางกฎหมายที่เขาจะได้รับการ คุ้มครองเป็นอย่างไร ผมเคยมีโอกาสพูดคุยประเด็นนี้กับพรรคภูมิใจไทยที่ผมสังกัดอยู่ว่า พรรคเราควรจะเสนอเรื่องความหลากหลายทางเพศนี้เป็นนโยบายหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับ ครับว่าในพรรคการเมืองนั้นเป็นสถานที่ที่รวบรวมความหลากหลาย ไม่เฉพาะความ หลากหลายทางเพศครับ แต่เป็นความหลากหลายทางศาสนาด้วย มีสมาชิกหลายท่าน ซึ่งวันนี้ท่านประธานก็ได้ฟังครับว่าเขาก็มีข้อจำกัดที่อาจจะเห็นด้วย แต่ด้วยข้อจำกัด ของทางศาสนาอาจจะทำให้เขารับไม่ได้ แต่ในพรรคภูมิใจไทยก็ยังเปิดโอกาสครับ เปิดโอกาสให้ แม้ว่าเราจะไม่ได้เสนอเป็นนโยบาย แต่เราก็เปิดให้ทุกคนแสดงความเห็นได้อย่างเสรี ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง วันนี้สังคมเดินทางมาไกลมากครับ วันนี้ท่านผู้ชมติดตาม การอภิปรายมาตลอดทั้งวัน ได้เห็นครับว่าแนวทางของสภาแห่งนี้ไปในทิศทางใด ผมเห็นด้วยกับท่านประธานที่ท่านประธานได้พูดตอนต้นว่า เรื่องนี้หาก ครม. จะรับไป พิจารณาตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๑๘ ก็ควรจะบอกตั้งแต่แรก คือไม่ต้องมาเสียเวลาสภา วันนี้สุดท้ายผลของการลงมติมันก็จะหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกครับ ที่ประชาชนจะต้องกังขาว่า เป็นการที่รัฐบาลจะเตะถ่วงหรือไม่ วันนี้ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ใน ส.ส. ฝั่งรัฐบาลที่จะมาบอก กับเพื่อนฝ่ายค้านครับว่า มี ส.ส. ฝั่งรัฐบาลจำนวนมากที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่เมื่อ คณะรัฐมนตรีท่านขอใช้สิทธิของท่านเพื่อความละเอียดถี่ถ้วน เราก็จำเป็นที่จะต้อง ให้เกียรติท่าน ให้โอกาสท่าน ให้เวลาท่านไปใช้ความละเอียดถี่ถ้วนนั้นพิจารณาให้รอบคอบ รัดกุมที่สุด แต่อย่างไรก็ตามครับ เวลาของท่านมีเพียง ๖๐ วัน ท่านจะต้องกลับมารายงาน ที่สภา แล้วก็เรียนเช่นเดียวกันกับท่าน ส.ส.กรวีร์ที่พูดไปก่อนหน้านี้ครับว่า เมื่อท่านกลับมา ผมเป็นผู้หนึ่งครับ และผมก็เชื่อว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝั่งรัฐบาลอีกจำนวนมากที่พร้อม จะสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้นั้นวันนี้หลายคนมาพูด ถึงความเท่าเทียม ผมอาจจะไม่ได้พูดกล่าวไปถึงขนาดที่ว่ากฎหมายฉบับนี้จะบ่งบอกถึง ความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์หรือไม่ เพราะในปัจจุบันนี้สังคมไทยรับความหลากหลาย ทางเพศได้มากแล้ว เราเห็นว่าผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศนั่นละที่เป็นผู้ที่มีความสามารถ มากกว่าเราเองด้วยซ้ำในบางประเด็นในบางประการ แต่วันนี้มันเป็นความล้าหลัง ของกฎหมายครับ เป็นความล้าหลังของกฎหมายที่เขียนมานานแล้ว แล้วความล้าหลังนั้น มันเปลี่ยนไม่ทันโลก ก้าวไม่ทันโลก มันจึงทำให้คนกลุ่มหนึ่งเขามีความรู้สึกว่าเขาถูกกดขี่ เขาถูกกดทับ และสภาผู้แทนราษฎรของเราแห่งนี้ละครับ ที่จะเป็นผู้ปลดปล่อยพันธนาการนั้น ดังนั้นจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีว่า ใช้เวลาของท่านและเมื่อกลับมาพวกผม ยังยืนยันว่าจะรับร่างนี้นะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ