จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท้วงติงกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมที่ขัดข้อบังคับของสภา พร้อมเรียกร้องให้มีการอภิปรายตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยเน้นย้ำความสำคัญของการคืนสิทธิให้กลุ่มเพศทางเลือก และวิพากษ์การส่งร่างกฎหมายเข้าคณะรัฐมนตรีภายใน 60 วัน ซึ่งอาจทำให้กระบวนการพิจารณายืดเยื้อเกินควร
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย จะขอร่วมอภิปราย ในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือที่เราเรียกกันว่า พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมที่นำเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคฝ่ายค้านเรา ผมเองต้องเรียนด้วยความเคารพครับ ฟังอภิปรายมา ๑๐ กว่าท่าน ผมต้องท้วงติงกระบวนการดำเนินการของสภาผู้แทนราษฎรต่อท่านประธาน เพราะท่านประธานปล่อยให้มีการดำเนินการที่ค่อนข้างจะขัดต่อข้อบังคับ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้เสนอญัตติต่อสภาแล้วว่าจะขอส่งเรื่องไปยัง ครม. กระบวนการในสภา เราต้องถกกันว่าจะส่งหรือไม่ส่ง ไม่ใช่ว่าจะอภิปรายเรื่องของการรับหรือไม่รับ ทำให้ผม ค่อนข้างสับสน ผมถึงได้เรียนท่านประธานในช่วงต้นว่าถ้าจะส่งหรือไม่ส่งผมถอนก่อนนะครับ และถ้าส่งไปแล้วผมจะกลับมาอภิปรายในครั้งหน้า หรือถ้าไม่ส่งผมก็จะขออภิปรายเลย นี่สิ่งที่ผมได้พยายามชี้แจงต่อท่านประธาน แต่ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินการมาถึงขั้นนี้แล้วผมก็จะขออภิปราย พยายามจะสรุปภาพรวมให้ท่านประธานเห็น
ประเด็นแรก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการพูดคุยกันมานานนับสิบปี สมัยที่ผม อยู่ในการเมืองสมัยแรก ๆ ปีนั้นปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ก็มีความพยายามจากรัฐบาลของไทยรัก ไทย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้น ท่านปุระชัย ถ้าจำกันได้ ก็มีความ พยายามที่จะผลักดันเสนอแนวคิดการจดทะเบียนสมรสระหว่างเพศเดียวกันเข้ามาสู่สภา ผู้แทนราษฎร แต่ท่านประธานเชื่อหรือไม่ครับ ระยะเวลา ๑๐ กว่าปีที่แล้วในสังคมนี้ไม่ค่อย เป็นที่ยอมรับเท่าไร รวมถึงแม้แต่จากฟากฝั่งของพี่น้องประชาชนที่เป็นเพศทางเลือกก็มีเสียง คัดค้านออกมาจากกลุ่มของเขาเองอย่างไม่น่าเชื่อ ต่อมาประมาณปี ๒๕๕๕ ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีภาคประชาชนเข้ามา ประสาน มาขอผลักดันในเรื่องของ พ.ร.บ. คู่ชีวิต ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ได้สั่งการ ไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้ต้นร่างของ พ.ร.บ. คู่ชีวิตขึ้นมา ในขณะนั้นก็มีเสียง คัดค้านบ้าง แต่จนกระทั่งมาถึงวันนี้ตัว พ.ร.บ. คู่ชีวิตมันไม่ตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชนที่ใน กลุ่มของความหลากหลายทางเพศอีกต่อไป ซึ่งวันนี้ก็เลยมีญัตติจากเพื่อนสมาชิกซึ่งแสดง ความยินดีด้วย ในที่สุดญัตติของท่านก็ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เป็นญัตติ เรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนพรรคเพื่อไทย มติพรรค เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะว่าการสมรสเท่าเทียมเป็นการคืนสิทธิขั้นพื้นฐานให้กับ พี่น้องในกลุ่มของความหลากหลายทางเพศเหล่านี้ เขาโดนกดขี่เขาโดนละเลยมาเป็นระยะ เวลานาน วันนี้เราจะคืนสิทธิให้ท่านในเรื่องของการสมรสเท่าเทียม แต่ในมุมของพรรคเพื่อไทย นั้นเรื่องนี้เป็นเพียงแค่ก้าวแรกครับ เป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ของท่าน ของพี่น้องประชาชนและ ของประเทศไทยเราที่จะก้าวทันกับความเป็นสากลโลก เรามองว่านี่คือก้าวแรก ก้าวต่อไปมัน มีสิทธิขั้นพื้นฐานอื่น ๆ ที่เรามีความจำเป็นจะต้องมอบคืนให้กับเขาเหล่านั้น ถ้าให้ยกตัวอย่าง เป็นต้นว่า เรื่องของสิทธิในการรักษา วันนี้สิทธิของการรักษาตามบัตรทอง ตามเรื่องของ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค หรือที่เรียกว่า ประกันสุขภาพถ้วนหน้า ยังไม่ครอบคลุมในเรื่องของพี่น้องที่ มีความหลากหลายทางเพศ ทางกระทรวงสาธารณสุขยังมองว่าการที่จะเป็นบุคคลที่เป็น แอลจีบีทีคิวพลัส (LBGTQ+) ยังเป็นออปชัน (Option) ยังเป็นทางเลือกอยู่ ทั้งที่จริง ๆ สำหรับพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้มันไม่ใช่ตัวเลือก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาเกิดมากับมัน เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองว่ามันไม่ใช่ตัวเลือกของเขาอีกต่อไป กระบวนการในการที่จะเข้าไปดูแลเขา เช่น เรื่องของการรักษาพยาบาล เราต้องมีการอุดหนุนจุนเจือไปช่วยเหลือเขา คนเหล่านี้ถ้าเกิดว่า เขาต้องการที่จะต้องมีความจำเป็นที่จะต้องรับยาหรือปรึกษาทางการแพทย์ต่าง ๆ เช่นยาฮอร์โมน (Hormone) ค่าใช้จ่ายต่อเดือนเดือนละหลายพันบาท สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราควรจะต้องมีกลไกของรัฐผ่านทางกระบวนการงบประมาณ ผ่านเข้าไปยังเรื่องของ สวัสดิการในเรื่องการรักษาพยาบาลเพื่อเข้าไปช่วยเหลือเขา ผ่อนเบาภาระของเขาในอนาคต อันนี้ก็เป็นก้าวต่อไปที่ผมมองว่าในอนาคตอันใกล้นี้ผมว่าเราคงได้เห็น เพราะประเทศไทย ในวันนี้สังคมเราก้าวเข้าไปสู่ความเป็นสากลในเรื่องของความหลากหลายทางเพศแล้ว ท่านประธานครับ แต่เรื่องของญัตติที่ผมได้เรียนต่อท่านประธานในช่วงต้น หลังจาก เพื่อนสมาชิกได้เข้าสู่ญัตติ ท่านรัฐมนตรีได้มาขอส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีไปพิจารณา ๖๐ วัน ผมเรียนด้วยความเคารพว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้นมติในส่วนนี้เราไม่เห็นชอบให้ส่งให้ คณะรัฐมนตรี ๖๐ วันครับ วันนี้ทั้งวันในช่วง ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา เราเจอแล้ว เรื่องของการส่งเรื่องไปให้ ครม. ๖๐ วัน ไม่มีเหตุและผลใด ๆ ทั้งที่กฎหมายเหล่านี้เข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎร บรรจุในญัตติมา ๒ ปีครึ่ง และจะบอกว่าเพื่อนสมาชิกยังไม่ได้อ่านหรือ มันไม่ใช่ จะบอกว่าคณะรัฐมนตรียังไม่มีความพร้อม เรื่องมันคาอยู่นานแล้วท่านไม่ติดตาม ไม่สืบถาม เป็นไปไม่ได้ ผมรู้ดีเรื่องเหล่านี้กระบวนการผมเองก็เคยเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ก็เคยเป็นรัฐบาล เรื่องเหล่านี้เข้าสู่วิป (Whip) ของรัฐบาล มีหน่วยงานราชการมาชี้แจง ทุกหน่วยงานตั้งแต่กฤษฎีกา ตั้งแต่มหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข เข้ามาหมดครับ ทุกคนมาให้คำชี้แจงต่อตัวกฎหมายที่จะเข้าสู่การพิจารณา ผมรู้ครับว่าท่านมี ความคิดแล้วว่าท่านจะเอาหรือไม่เอา ท่านจะปัดตกใช่ไหม แต่สุดท้ายท่านก็อ้าง เอากลไกของ ครม. มาขอเรื่องไปเก็บไว้ ๖๐ วัน เก็บไว้ ๖๐ วัน ตอนนี้กว่าจะกลับมาเมื่อไร ๖๐ วัน ไม่ใช่ ๒ เดือน พอ ๖๐ วัน เราเข้าสู่การปิดสมัยประชุมสภา อีก ๒-๓ เดือนเปิดสมัย ประชุมอีกครั้งหนึ่ง ต้องมาต่อคิวรอ เข้าคิวว่าจะเข้ามาพิจารณาเมื่อไร จะมีกฎหมายที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จเข้ามาแทรกหน้าอีกกี่ฉบับไม่รู้ สุดท้ายกว่าจะเข้ามาได้ จริง ๆ ๔ เดือน และถ้า ๔ เดือนนั้นสุดท้าย ครม. มีมติว่าจะปัดตก จะไม่เอา ก็จะมีหน่วยงาน ราชการมานั่งอยู่ที่หน้าบัลลังก์มาช่วยชี้แจงให้กับ ครม. มันจะกลายเป็นเรื่องระหว่างสภา กับหน่วยงานราชการไปทันที และที่สำคัญถ้าสมัยประชุมหน้ามาปัดตก พ.ร.บ. ลักษณะเดียวกัน เรื่องของความหลากหลาย ทางเพศ เรื่องของการสมรสเท่าเทียมจะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ทั้งสมัยประชุม หมายความว่าต้องรออีกจนสิ้นปีครับ พฤศจิกายนกว่าจะเสนอได้อีกครั้ง เสนออีกครั้งหนึ่ง ไปต่อคิวที่ ๑๐๐ กว่า ๆ ของ พ.ร.บ. ที่อยู่ในลิสต์ (List) ในรายการของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมด แล้วเมื่อไรละครับที่มันจะเกิดขึ้นได้จริง ถ้าท่านมีความจริงใจวันนี้ ครม. ไม่ต้องเอา ไป ๖๐ วัน ลงมติกันเลยครับ ฟังดูกระแสเสียงเห็นด้วยกันหมด ก็ลงมติกันเลย ตั้งกรรมาธิการให้มันออกมาเป็นกฎหมายจริง ๆ ถ้าท่านจะไม่เอาปัดตกวันนี้ครับ สมัยประชุม หน้าเดือนพฤษภาคมเดี๋ยวพวกผมจะได้เสนอกันใหม่อีก ๑ ฉบับ เพื่อให้การแก้ไขปัญหา มันเป็นไปได้จริง วันนี้ยืนยันครับ พวกผมไม่เห็นด้วยให้ท่านส่งไปยัง ครม. แต่พรรคเพื่อไทย ยืนยันในมติว่า เราเห็นชอบกับ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมครับ ขอบพระคุณครับ