จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมเพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลในครอบครัว LGBTQ และผลักดันความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ โดยยกตัวอย่างนานาประเทศที่ยอมรับการสมรสแบบเท่าเทียม และชี้ว่ากฎหมายนี้จะแก้ปัญหาการถูกลิดรอนสิทธิในหลายด้าน ทั้งกฎหมาย ภาครัฐ และเอกชน รวมถึงส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เรากำลังอภิปรายและขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุตรงนี้ขึ้น หรือที่เราเรียกกันว่า สมรสเท่าเทียม ภาษาอังกฤษว่า แมร์ริเอจ อีควอลิตี (Marriage Equality) ท่านประธานครับ คนเราเกิดมาก็มีโครโมโซม (Chromosome) ร่างกาย คือ ๒๒ ถ้าเป็นผู้ชายก็เอกซ์วาย (XY) ถ้าผู้หญิงก็ ๒๒ เอกซ์เอกซ์ (XX) นั่นคือการแสดงทางกายภาพ หรืออนาโทมี (Anatomy) แล้วก็มีโครโมโซม (Chromosome) ที่เราบอกถึงคือยีน (Gene) ส่วนสรีรวิทยา ก็คือเรื่องของ การดำเนินการของฮอร์โมน (Hormone) ของร่างกาย ของระบบต่าง ๆ ซึ่งประกอบขึ้นมา เป็นชายหญิงหรือเป็นเพศทางเลือก และหลังจากนั้นคงต้องดูที่จิตใจ ในเมื่อจิตใจเขามี ความที่ไม่สอดคล้องกับที่ในเพศสภาพที่เกิดขึ้น ก็เปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจ ดังนั้นวันนี้ ต้องเรียนว่าผมเองนี่เป็นแพทย์ ได้ศึกษา ได้เห็นกับเรื่องที่เราเห็นนี่อย่างที่ หลายคนคิดว่าน่าเป็นประโยชน์ที่เราได้เสนอกฎหมายฉบับนี้ ถามว่าถ้าเรามองไปดู ต่างประเทศ ประเทศแรก ที่เขาได้มีโอกาสให้การสมรสเท่าเทียมกัน เรียกว่าสามารถ ถูกกฎหมายได้ ซึ่งมีตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ก็คือเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ๒๕๔๖ สเปน อเมริกา แล้วก็ไต้หวัน ๓๐ ประเทศ กลับมาดูประเทศไทย ต้องนำเรียนว่าประเทศไทยเรารัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ (๓) เรื่องของหมวดสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่ให้เกิดความเท่าเทียมกัน สิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน และเราก็มาดูในเรื่องของว่าทำอย่างไรในเมื่อมีพี่น้องของเราที่ เกิดขึ้นและมีความที่เรียกว่า แอลจีบีทีคิว (LGBTQ) คือเพศทางเลือกนี่เกิดขึ้น แล้วเขาอยู่ อย่างไร ที่เขาเกิดมีความรักอยู่ด้วยกัน แล้วจนถึงสุดท้ายนี่เขาอยู่นี้เขาอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ หรืออยู่ด้วยความรู้สึกว่าเขาถูกลิดรอนสิทธิ ความเท่าเทียม ความเสมอภาค สิทธิมนุษยชน เขาได้เกิดขึ้นทำให้เขาอยู่แล้วมีความสุขไหม ครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ ที่มีลูกที่เป็นอย่างนี้ เขามีความภูมิใจไหม เขาเข้าใจไหม แล้วครอบครัวจะเกิดปัญหาต่าง ๆ แต่ถ้าเราสามารถ ทำให้กฎหมายฉบับนี้เท่าเทียมกัน โดยที่ให้ตั้งแต่เรื่องของสามารถหมั้น สมรส สมรสก็รับบุตรมา เรื่องของทรัพย์สิน เรื่องของการดูแล และเรื่องของโอนทรัพย์สินในเรื่องการทั้งหมด เป็นครบวงจร ก็สามารถจะทำให้เปลี่ยนจากคำว่า สามี ภรรยา มาเป็น คู่สมรส ผมคิดว่า ไม่ได้เปลี่ยนในเรื่องของในระบบของประเทศอะไรมากมาย เพียงแต่ทำให้เขาเห็นว่าเท่าเทียมกัน จากคำว่า สามี แยกเพศออกมาว่าเป็นคู่สมรส ซึ่งในเรื่องนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ไปแก้ ต้องนำ เรียนว่าทั้งหมดนี้พอมาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ปี ๒๕๓๕ มีทั้งหมด ๑,๗๕๕ มาตรา แต่ที่แก้จริง ๆ ประมาณ ๖๓ มาตรา บรรพ ๑ คือเรื่องของภูมิลำเนา บรรพ ๕ ครอบครัว ลักษณะการสมรส ตั้งแต่หมวดการหมั้น หมวดเรื่องของความสัมพันธ์ สามีภรรยา หมวด ๔ ทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยา แล้วก็หมวด ๕ ความเป็นโมฆะ การสมรส การสิ้นสุดแห่งการสมรส ตลอดจนการการรับรองบุตร และการรับรองของการได้รับทรัพย์ สมบัติที่เกิดคู่สมรสเสียชีวิตไป เพราะฉะนั้นนั่นคือเป็นสิ่งที่ทำอย่างไรครับ ในเมื่อสิทธิ เสรีภาพที่เขาอยากได้ เราน่าจะทำให้เกิดความภาคภูมิใจ สำหรับคนที่รอคอยมา ซึ่งต้องเรียนว่าตอนนี้เราเริ่ม โดยเฉพาะวันนี้ เราไม่ได้เริ่มเฉพาะวันนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ที่มีการ เรียกร้องกัน จริง ๆ เรียกร้องกันมานานแล้ว แต่ว่าต่างประเทศเขายอมรับ ของเราเอง นี่ผมคิดว่าต่อไปทุกคนก็คงต้องเดิน ๆ ไปตามอารยประเทศ นานาประเทศ ที่เป็น ความภาคภูมิใจด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเป็นไปได้นี้ กฎหมายฉบับนี้น่าจะเป็นประโยชน์และสร้างความเท่าเทียม สร้างความรัก ความอบอุ่นในความครัว ในสถาบันครอบครัว และเขาก็มีสิทธิ ตอนนี้เขาถูก ลิดรอนสิทธิ อย่างน้อย ๔ สิทธิ คือสิทธิที่ถูกละเมิดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันนี้ เรื่องของกฎหมายทั้งหมด สิทธิที่ ๒ ก็คือถูกละเมิดในเรื่องของประมวลกฎหมายที่มีเกี่ยวกับ คำว่า คู่สมรสจากชายหญิง และสิทธิในเรื่องของหน่วยราชการที่ถูกละเมิด สุดท้ายคือของ เอกชน แต่ทั้งสิ้นทั้งปวงนี้คือสิทธิทางด้านจิตใจ จิตใจที่เขาจะได้รับการดูแล เพื่อให้เราทุกคน นี้ให้เกียรติ ได้รับการยอมรับ มีตัวตนที่อยู่จริง แล้วก็ทำให้เขาเดินไปที่ไหนมีความเท่าเทียม กันแล้วก็เกิดการยอมรับ นี่คือสิ่งที่สุดยอดปรารถนา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในเรื่องของการ เสนอกฎหมายฉบับนี้ในเรื่องของความเสมอภาค สิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ ทัดเทียมกันนี้จะเป็นประโยชน์ และผมก็สนับสนุนโดยเฉพาะดำเนินการทั้งหมดนี้ มันเป็นใน เรื่องของทางเทคนิค แต่ในเรื่องของถ้าเรายอมรับ เราช่วยกันดำเนินการแก้ไข สร้างความภูมิใจ ให้กับประเทศไทยนี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณคณะท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า วันนี้น่าจะสร้างประวัติศาสตร์อีกหน้า หนึ่งที่ถือว่าทำให้เกิดความเท่าเทียมแล้วก็สำหรับผู้ที่เกิดเรียกว่าสมรสเท่าเทียมได้เกิด เขาจะ ได้ความดีใจ ภูมิใจครับ ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ