จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม โดยเน้นว่าเป็นประเด็นของเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เรื่องเพศหรือวัฒนธรรม และเรียกร้องให้สมาชิกสภาตัดสินด้วยความรักแทนความกลัวเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม
ขอบคุณครับ ท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเวลาของรัฐสภาแห่งนี้ที่จะอธิบาย ถึงความสำคัญในอีกมิติหนึ่งของร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมฉบับนี้ครับ ผ่านท่านประธาน ไปยังเพื่อนสมาชิก รวมถึงพี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้านในขณะนี้ ท่านประธานครับ ปัจจัยที่เราจะตัดสินเห็นด้วยหรือจะปฏิเสธกฎหมายฉบับนี้มันขึ้นอยู่กับคำ ๒ คำครับ คำแรก คือคำว่า ความรัก แล้วก็คำว่า ความกลัว หมายความว่า ถ้าเราจะสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ เราจะสนับสนุนก็ต่อเมื่อเรามีความรักครับ ความรักต่อเพื่อนร่วมชาติทุกคน แต่ถ้าเรา จะปฏิเสธกฎหมายฉบับนี้เราก็จะปฏิเสธมันด้วยความกลัว ความกลัวที่จะเห็นความเท่าเทียม เกิดขึ้นในสังคม สังคมที่นิยมแต่เรื่องของชนชั้นมาตั้งแต่โบราณ ท่านประธานครับ ที่ผมเห็น เช่นนี้ก็เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้หากพิจารณาดี ๆ จะพบว่านี่ไม่ใช่เรื่องของการแต่งงาน นี่ไม่ใช่เรื่องของเพศสภาพ นี่ไม่ใช่เรื่องของแอลจีบีทีคิวพลัส (LGBTQ+) นี่ไม่ใช่เรื่องของ วัฒนธรรมประเพณีอะไรเลย ในความเป็นจริงแล้วการสมรสเท่าเทียมมันเป็นเรื่องของ อิสรภาพ เรื่องของเสรีภาพที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน สิทธิในการเลือก ด้วยความสมัครใจว่าจะชอบอะไร จะรักอะไร จะอยู่กับใคร ตราบเท่าที่ไม่ได้ละเมิดสิทธิ คนอื่น มันจึงเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ประเทศประชาธิปไตยควรมีให้กับประชาชน ของเขา ท่านประธานครับ วัฒนธรรมประเพณีเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่จะมาปิดกั้นเสรีภาพ ก็คงจะไม่ได้ วัฒนธรรมประเพณีเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้และมันเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด คงจะไม่มีใครอนุรักษ์ถึงขนาดเอ็กซ์สตรีม (Extreme) ขนาดจะนุ่งโจงกระเบนไปทำงาน ใช่ไหมครับ ถ้าท่านไม่ใช่นางรำ เพราะฉะนั้นมันเปลี่ยนแปลงได้ครับ ที่สำคัญต้องบอกว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ต่อยอดมาจากคำแนะนำในคำพิพากษาจากศาลรัฐธรรมนูญ ที่เสนอแนะให้ฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมายเพื่อรับรองสิทธิเป็นการเฉพาะให้กับ กลุ่มแอลจีบีทีคิวพลัส (LGBTQ+) เพราะว่าต้องพูดตามตรงครับ ด้วยความเคารพ ผมก็เห็น ด้วยกับสังคมที่ตั้งข้อสงสัย ตั้งคำถามกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่า กฎหมายแพ่ง และพาณิชย์มีศักดิ์ที่เท่ากันหรือสูงกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะคำอธิบายที่มันทำให้คนอ่านรู้สึกว่ามันเป็นการเหยียดเพศกันนี่นา ผมก็คงยอมรับ ไม่ได้จะให้คน ๙ คน มาบอกว่าความรักของประชาชนกลุ่มหนึ่งในประเทศนี้ มีค่ามากกว่า ความรักของประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งในประเทศนี้ ถึงวันนี้สังคมก็ตั้งคำถามกันเยอะแยะ ไปหมดครับว่า เพียงแค่ปล่อยให้เขาแต่งงานกันนี่มันจะอะไรนักหนา ปล่อยให้เขาแต่งงานกัน มันจะหนักหัวใคร ปล่อยให้เขาแต่งงานกันประเทศมันจะสูญเสียอะไร มันจะทำให้ประเทศนี้ พังหรือ ผมก็ต้องขอตอบความสงสัยเหล่านั้นครับว่ามีสิทธิพัง แต่ไม่ใช่ประเทศพังครับ แต่เป็นระบบชนชั้นที่เขาสร้างกันไว้ต่างหากมันอาจจะพังก็ได้ และนี่คือความกลัวที่ผมพูดถึงครับ แต่อย่าโต้ตอบความกลัวนั้นด้วยการปฏิเสธเรื่องนี้เพียงเพื่อจะรักษาสถานะของตัวเองเอาไว้ จะรักษาสถานะอันสูงส่ง สถานะที่ตัวเองคิดว่าเหนือกว่าคนอื่น ไม่จำเป็นครับ ถ้ากลัวว่า ความเท่าเทียมทางเพศมันเกิดขึ้นในประเทศนี้ เขาจะไม่สามารถแบ่งแยกชนชั้นจากกลุ่ม แอลจีบีที (LGBT) ได้อีก ไม่ใช่ เพราะเขากลัวครับ กลัวว่าจะกระอักเลือดตายว่าวันใดวันหนึ่ง ที่สถานะที่เหนือกว่านี้มันถูกลดขั้นลงมาเท่ากับคนอื่นแล้ว ความภาคภูมิอกภูมิใจ ในความแมน (Man) ความเป็นชาติบุรุษที่องอาจ อกผายไหล่ผึ่ง มันจะถูกลดทอนลงไป พวกเขากลัวว่าต่อไปจะไม่ได้เรียกคนกลุ่มหนึ่งว่า พวกตุ๊ด พวกกะเทย พวกวิปริต ที่มัน จะแสดงถึงความสูงส่งที่มากกว่าของพวกเขาได้อีก พวกเขากลัวครับว่าต่อไปจะไม่ได้หัวเราะ ร่าเริงเวลาที่ดูทีวี (TV) เห็นนักแสดงตลกในทีวี (TV) แต่งหน้าทาปาก ใส่วิก เสริมหน้าอก มาแสดงถึงความผิดปกติทางกายภาพที่เกินจริงให้เป็นเรื่องขำขัน ถึงแม้เรื่องตลกร้ายนี้ มันจะสะท้อนระบบชนชั้นในสังคมไทยที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนกลุ่มหนึ่ง ในประเทศ แต่มันก็เป็นความกลัวที่เป็นเหตุให้ท่านปฏิเสธเรื่องนี้ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วต้นทางหรือเชื้อที่มันทำให้เกิดความรักหรือความกลัว ต่อประเด็นนี้มันเป็นเรื่องของ มุมมองเท่านั้นเอง มันคือมุมมองที่เราใช้มองคนอื่น ๆ ถ้าท่านแหงนคอมองขึ้นไป จากข้างล่างนี้ ท่านจะไม่มีความเห็นใด ๆ ต่อเรื่องนี้เลย จริง ๆ ท่านจะไม่มีความเห็นใด ๆ ต่ออะไรเลย เพราะท่านมองจากมุมของคนที่ชั้นต่ำกว่า แต่ถ้าท่านมองด้วยการที่ก้มหน้าลง มองมาจากข้างบน ท่านก็ตัดสินเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็วทันที ชะตากรรมของร่างกฎหมายนี้ก็ จะขึ้นอยู่กับความเมตตาของท่าน ความปราณีของท่าน ไม่ก็ขึ้นอยู่กับความกลัวของท่าน ทั้งหลาย เพราะท่านทั้งหลายคือคนชั้นนำของสังคม แต่ถ้าท่านมองคนอื่น ๆ มองเพื่อนมนุษย์แบบที่เราต้องการเห็นในกฎหมายฉบับนี้ คือมองทุกคนในระดับสายตา มอง เพื่อนร่วมชาติในมุมระนาบขนานไปกับพื้นโลก ท่านจะเห็นว่ามนุษย์แท้จริงแล้ว ทุกคน เท่ากันครับ ด้วยมุมมองนี้ท่านจะเห็นว่าไม่มีใครสูงกว่าใคร ไม่มีใครต่ำไปกว่าใคร ไม่มีใครมีค่ามากหรือมีค่าน้อยไปกว่ากัน ไม่มีอาชีพไหนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มากหรือน้อยกว่ากัน ด้วยมุมมองนี้ เรื่องการแต่งงานเรื่องเพศสภาพ เรื่องกฎหมาย วัฒนธรรม ประเพณี จะกลายเป็นเพียงภาพเบลอ (Bluer) ที่ไม่ได้สำคัญอะไรเท่ากับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของ เพื่อนร่วมชาติ เมื่อใดที่ท่านมองคนอื่นในระดับสายตาเดียวกับที่พวกเรามอง ท่านจะตระหนักได้ทันทีว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อรองรับสิทธิของแอลจีบีทีคิว (LGBTQ) แต่กฎหมายฉบับนี้รองรับสิทธิให้กับคนทุกคนต่างหาก นี่คือกฎหมายเพื่อคนทุกคน ในประเทศ บอกว่าคนทุกคนจะมีอิสระที่จะเลือกชอบอะไรก็ได้ จะรักอะไรก็ได้ จะอยู่กับใคร ก็ต้องอยู่ได้ เพราะทุกคนเท่ากัน ซึ่งมันไม่มีทางเกิดขึ้นครับ ถ้าหัวใจของท่านยังไม่เกิด ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ซี่งอยู่ร่วมชาติร่วมสังคมเดียวกันนี้ ผมหวังว่าเพื่อนสมาชิกรวมถึง พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านจะสนับสนุนหลักการของกฎหมายฉบับนี้ หากติดประเด็นไหน ในข้อกฎหมายเราไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการครับ แต่ความฝันที่จะเห็นสังคมที่เท่าเทียม เห็นคนที่เท่ากันคือหลักการที่ประเทศนี้เราจำเป็นต้องเริ่มได้แล้วครับ หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจ ความสำคัญของประเด็นนี้แล้วก็เริ่มต้นประเทศที่คนเท่ากันกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขอบคุณ ท่านประธาน