ศรัณย์ สนับสนุนร่างสมรสเท่าเทียม ชี้แก้คำบุคคลแทนชาย-หญิง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

ศรัณย์ ทิมสุวรรณ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งเพื่อให้การสมรสเท่าเทียม ไม่จำกัดเพศ และเรียกร้องให้ผ่านกฎหมายโดยเร็วโดยไม่ต้องใช้เวลาศึกษาเพิ่มเติม เพราะเป็นเพียงการเปลี่ยนคำบ่งชี้เพศให้เป็น “บุคคล” เพื่อความเสมอภาคในสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้จะขออภิปราย สนับสนุนร่างแก้ไขพระราชบัญญัติเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เราเรียกกันว่า กฎหมายในการทำให้การสมรสนั้นเท่าเทียม ท่านประธานครับ ผมขอย้อนไปสักนิดหนึ่ง จริง ๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพูดเรื่องนี้ในรัฐสภา จริง ๆ ถ้าย้อนกลับไปช่วงเวลา ๑๐ ปี ๒๐ ปีก่อน ในปี ๒๕๔๔ ก็เคยมีการยกประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ในสังคมในตอนนั้นความเข้าใจ หลาย ๆ อย่างต่อเพศทางเลือกหรือกลุ่มแอลจีบีที (LGBT) เหล่านี้ยังไม่กว้างขวางมากพอ ที่จะทำให้เกิดการผลักดันจนเป็นรูปธรรมได้ แต่ว่าในปี ๒๕๕๕ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่มีกลุ่มเอ็นจีโอ (NGO) และกลุ่มประชาชนพยายามผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฎหมาย เพื่อผลักดันการสมรส แล้วก็ผลักดันสิทธิของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ ให้มีความเท่าเทียมกับประชาชนทุกคน แต่ก็น่าเสียดายครับ เพราะว่าในปีนั้นที่กำลัง มีการผลักดันเรื่องนี้อยู่ ในช่วงปี ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ก็มีการรัฐประหารไปเสียก่อน แล้วก็ไม่มี การพูดถึงหลังจากนั้น ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และผมหวังว่า นี่คงจะเป็นการแก้ไขจริง ๆ สักครั้งหลังจาก ๒๐ ปีที่ผ่านมาเราเจออุปสรรคมากมาย ในการทำให้เรื่องพื้นฐานมาก ๆ อย่างความสัมพันธ์ของคน ๒ คนนี่มันจะต้องเป็นเรื่องยาก ถ้าเราย้อนกลับไป คำว่า การแต่งงาน คำว่า ความรัก ต่าง ๆ นานา มันก็ไม่ได้มีคำว่า เพศ มาเกี่ยวตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มันก็ควรจะเป็นคำว่า บุคคล อย่างที่ร่างนี้พยายามเสนอ ผมขอฝากนิดหนึ่งครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีบอกว่าอยากจะขอไปศึกษาสัก ๖๐ วัน ผมบอกเลยว่า ร่างนี้ท่านไม่ต้องใช้เวลาถึง ๖๐ วันหรอกครับ ถ้าท่านอ่านจริง ๆ ผมให้ ๑๐ นาที ท่านก็ เข้าใจหมดแล้ว เพราะสิ่งที่เขาต้องการที่จะแก้ไขเพียงแค่แก้คำที่บ่งชี้ถึงเพศสภาพ ไม่ว่าจะ เป็นชาย เป็นหญิง บิดา มารดาต่าง ๆ ให้ใช้คำว่า เป็นบุคคล ซึ่งทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน ท่านไม่ต้องใช้เวลา ๖๐ วันเลยครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านลองคิดดูสักครั้งว่าจริง ๆ ถ้า เรารับเลยมันก็ได้ ทีนี้กลับมาเหตุผลหลายท่านอภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทาง การแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเรื่องการส่งเสริมเรื่องธุรกิจต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไป แต่หลักสำคัญท่านประธาน มันก็คงจะต้องถามว่าทำไมเราต้องกำหนดตั้งแต่แรกว่าต้องเป็น ชายหญิงแต่งงานกัน ผมจะไม่ลงไปเรื่องรายละเอียดการหมั้น การอะไรต่าง ๆ ที่อาจจะมีการ พูดกันบ้าง แต่ถ้าเราย้อนกลับไปมันก็เป็นไปตามบริบทของสังคม เป็นความเชื่อในช่วงเวลาที่ออก กฎหมายนั้น ๆ แต่ว่าตอนนี้โลกพัฒนามาถึงขนาดนี้แล้ว ตอนนี้เรามีสิ่งใหม่ ๆ มากมาย แล้วทำไมกฎหมายที่แค่จะทำให้เราก้าวทันโลก ไม่ใช่นำไปด้วย นี่แค่ก้าวตามโลกเพราะว่าที่ อื่นสามารถเข้าใจและยอมรับเรื่องราวเหล่านี้ได้อยู่แล้ว และการแก้ไขในรัฐสภาของเรา ผมมองว่านี่ก็ไม่ใช่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญในการที่เราจะพูดได้เต็มปากว่า ประเทศเราทุกคนเท่าเทียมกันจริง ๆ สิทธิในการที่เราจะดูแลคนรักของเรา ไม่ว่าจะเป็น เพศใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการที่จะตัดสินใจในยามวิกฤติ สิทธิในการเป็นเจ้าของ บางอย่างร่วมกัน อันนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ไม่ควรจะต้องเป็นสิทธิ ที่ถูกกำหนดด้วยข้อกำหนดที่เราไม่สามารถเลือกได้ ไม่มีใครสามารถเลือกได้ว่าเราจะเกิดมา ด้วยเพศสภาพแบบไหน แต่การเจริญเติบโต การที่เราอยู่บนโลกใบนี้ทำให้เรารู้ตัวเอง และมันทำให้เราพัฒนามากขึ้น ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น แล้วมันควรจะเป็นสิ่งนี้หรือเปล่า ที่เราจะเอามาให้ความสำคัญในการออกกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่เป็นความสำคัญ ระหว่างคน ๒ คน หรือการสร้างครอบครัว ผมแค่อยากจะให้สมาชิกทุกท่าน ผมเชื่อว่า ทุกท่านเข้าใจ และผมเชื่อว่าทุกท่านก็จะยอมรับแล้วก็สนับสนุนร่างนี้ เพราะมันไม่มีเหตุผล อะไรเลยครับท่านประธานว่า ทำไมเราจะไม่รับร่างนี้ ต้องขออภัยเพื่อนสมาชิกบางท่าน ที่อาจจะเป็นเรื่องความเชื่อทางศาสนา อันนี้ผมเข้าใจ แต่ถ้าเราพูดในพื้นฐานทั่วไป มันมีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องไม่รับ มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่สามารถแก้ไขให้คนที่เขาต้องการ ความเท่าเทียม เขาไม่ต้องการอภิสิทธิ์มากกว่าเรา และการแก้ไขนี้ก็ไม่ทำให้ประชาชน ได้รับผลกระทบอะไรเลย สิ่งที่เขาได้เพียงแค่ทำให้กลุ่มที่ยังไม่ได้รับสิทธิและเสรีภาพเท่ากับ คนอื่นสามารถทำได้ ที่ผมพูดมายืดยาวขนาดนี้ผมอยากจะย้ำอีกครั้งว่า ถ้าอยากจะเอาไป ศึกษาจริง ๆ ผมบอกเลยว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้เวลา ๖๐ วันจริง ๆ แล้ว ๖๐ วัน แล้วกว่าเราจะกลับมาในสภาแห่งนี้ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านก็จะเห็นด้วย อยากลองว่า ไหน ๆ วันนี้เราก็มาแล้ว ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากให้มันรับ ให้มันจบในวันนี้ เพื่อที่เราจะได้ เริ่มต้นให้สิทธิที่เท่าเทียมกับประชาชนที่เขาสมควรได้รับมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ขอบคุณครับ ท่านประธาน