วาโย อัศวรุ่งเรือง หารือเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศในการพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยนำเสนอความรู้ด้านการแพทย์และพันธุกรรมเพื่อทบทวนนิยามของเพศชายและหญิง พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นของการแบ่งแยกเพศตามลักษณะทางกายภาพหรือพันธุกรรม และเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับความหลากหลายของอัตลักษณ์ทางเพศ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและเคารพสิทธิในการรักและการจัดตั้งครอบครัวของทุกคนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ครับ ถึงกันเสียทีกับร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ เรียกย่อ ๆ แล้วกันว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียมของพวกเราพรรคก้าวไกล ผมคง ไม่ได้ลงไปในรายละเอียดรายมาตรา เพราะว่าทางท่านธัญวัจน์ได้ลงรายละเอียดไป ค่อนข้างมากแล้ว แต่ผมอยากนำเสนอครับท่านประธาน เพื่อปลดล็อกทางความคิด เป็นคอนเซปต์ (Concept) กว้าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับเพศ แล้วก็มายาคติ ซึ่งเป็นที่มาของ กฎหมายฉบับนี้ ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วย
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ไปสไลด์ (Slide) ๒ เลย คำถามที่เราต้องมานั่งทำให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ ก็เพราะว่าเราแบ่งแยก เพศมนุษย์ออกเป็นชายและหญิงในลักษณะแบบขาวกับดำ ซ้ายและขวา แต่แท้จริงแล้ว คำถามก็คือว่า มนุษย์เราจริง ๆ ในธรรมชาติมีกี่เพศ ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วย ฝ่ายโสต สไลด์ (Slide) ที่ ๓ ในการระบุเพศของมนุษย์ ผมขอใช้ในเรื่องของการแพทย์ ทางการแพทย์เราจะระบุเพศของมนุษย์เราจะใช้ลักษณะจำเพาะของเพศ ๒ อย่าง คือลักษณะเฉพาะของเพศแบบปฐมภูมิกับลักษณะเฉพาะของเพศแบบทุติยภูมิ ถ้าจะให้ อธิบายง่าย ๆ ครับท่านประธาน ปฐมภูมิก็คืออวัยวะเพศเป็นแบบไหนล่ะ อวัยวะเพศภายใน อวัยวะสืบพันธุ์ เช่น มีรังไข่ไหม มีมดลูกไหม มีต่อมลูกหมากไหม มีอัณฑะหรือเปล่า อันนี้ คือลักษณะจำเพาะของเพศที่เป็นแบบปฐมภูมิ ส่วนแบบที่เป็นทุติยภูมิ ก็คือลักษณะภายนอก อื่น ๆ เช่น ผู้หญิงผมยาว มีเต้านม มีสะโพกผาย อุ้งเชิงกรานผาย เพื่อที่จะทำให้สามารถ คลอดลูกได้ง่าย มีผิวพรรณที่เรียบเนียน ผู้ชายก็มีหนวด มีเครา ร่างกายกำยำ มีมวล กล้ามเนื้อต่อไขมันสูงกว่า ประมาณนี้ท่านประธาน
สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ทีนี้เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าเราคงไม่สามารถที่จะ ระบุเพศของมนุษย์จากลักษณะภายนอกหรือลักษณะภายในได้จริง ๆ เพราะอะไรครับ เพราะว่าการแพทย์ของเรามันพัฒนาไปมาก เราสามารถที่จะผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนอวัยวะเพศ จากชายเป็นหญิง หรือจากอวัยวะเพศหญิงให้เป็นชายก็ได้ การผ่าตัดเสริมเต้านมเราก็ทำได้ และผมเชื่อเหลือเกินว่าในอนาคตการปลูกถ่ายอวัยวะภายในก็อาจจะเป็นไปได้ อาจจะปลูก ถ่ายมดลูก อาจจะปลูกถ่ายรังไข่ก็ได้เหมือนกัน ในทางกลับกันครับท่านประธาน สตรีที่ อาจจะมีโรคประจำตัวบางอย่างหรือมีภาวะบางอย่างที่มีความจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดมดลูก ออกไป ผ่าตัดรังไข่ออกไป ถามว่าเขาเหล่านั้นยังเป็นผู้หญิงอยู่หรือเปล่าตามความเชื่อ แบบเดิม ตามทัศนะแบบเดิม ก็ยังเป็นถูกต้องไหมครับ หรือความสามารถในการสืบพันธุ์เอง ก็ไม่ได้เป็นตัวที่จะบ่งชี้ได้ว่าคน ๆ นั้นเป็นมนุษย์เพศชาย หรือมนุษย์เพศหญิง ถูกต้องไหม ครับ อย่างคนที่เป็นหมัน หรือว่าคนที่ผ่าตัดเอาอวัยวะภายในบางอย่างออกไป ก็เลยมีบาง ท่านเสนอว่า ถ้าอย่างนั้นจริง ๆ แล้วเราต้องดูเข้าไปในไหนท่านประธานครับ เราต้องดูเข้าไปใน พันธุกรรมครับ ดูลงไปในโครโมโซม (Chromosome)
สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ อันนี้ผมเชื่อว่าเป็นความรู้ทั่วไปอยู่แล้ว ท่านประธาน โครโมโซม (Chromosome) เพศ เอาง่าย ๆ ว่าของผู้ชายเป็นเอกซ์วาย (XY) ของผู้หญิงเป็นเอกซ์เอกซ์ (XX) ถูกต้องไหมครับ เอาแค่นี้ก่อนเลย
สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ผมเลยอยากชวนคิดครับท่านประธาน เพื่อปลดล็อก ทางความคิดเกี่ยวกับคอนเซปต์ (Concept) ในเรื่องของสมรสเท่าเทียมนี้ว่า แล้วถ้า โครโมโซม (Chromosome) ออกมาเป็นอย่างนี้เขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงครับ โครโมโซม (Chromosome) ออกมาเป็นเอกซ์เอกซ์วาย (XXY) มีเอกซ์เอกซ์ (XX) ของผู้หญิง แล้วก็มี เอกซ์วาย (XY) ของผู้ชายด้วยครับ ภาวะนี้เขาเรียกว่าไคลน์เฟลเตอร์ ซินโดรม (Klinefelter syndrome) ท่านประธาน แบบนี้ สภาพร่างกายของเขาก็จะดูเป็นมนุษย์ที่มีเต้านม แต่ว่า เต้านมก็อาจจะไม่ได้ใหญ่มาก สะโพกผายหน่อย ๆ มีอวัยวะเพศที่ดูกำกวม บอกไม่ได้ว่าเป็น ชายหรือหญิง
สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ แล้วถ้าเป็นแบบนี้ละครับ ลักษณะภายนอก เป็นหญิงทั้งหมดเลยท่านประธาน เป็นหญิงหมดเลย แต่พันธุกรรมของเขาออกมาเป็น เอกซ์วาย (XY) ครับท่านประธาน เอกซ์วาย (XY) คือผู้ชายถูกไหมครับ ภาวะนี้ เขาเรียกว่าคอมพลีท แอนโดรเจน อินเซนซิทิวิที ซินโดรม (Complete androgen insensitivity syndrome) คือว่าพันธุกรรมจริง ๆ เขาเป็นผู้ชายครับ เป็นเอกซ์วาย (XY) แต่เซลล์ (Cell) ในร่างกายเขาไม่ตอบสนองกับฮอร์โมน (Hormone) ของเพศชายที่ผลิต ออกมา ก็เลยไม่มีความเป็นชายครับ มนุษย์ของเรานี้ถ้าเกิดมาไม่มีโครโมโซมวาย (Chromosome Y) เราจะเป็นผู้หญิงหมดเลย อิทธิพลของโครโมโซมวาย (Chromosome Y) นี่ละ (Chromosome Y) ฮอร์โมน (Hormone) เพศชายนี่ละที่ทำให้เรากลายออกมาเป็น ผู้ชาย แล้วแบบนี้ลักษณะภายนอกเป็นหญิง แต่พันธุกรรมเป็นชาย สรุปเป็นชายหรือหญิงครับ
สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ สไลด์ (Slide) สุดท้ายเป็นสไลด์ (Slide) ของอวัยวะ เพศกำกวม ก็เข้าใจว่าอาจจะไม่เหมาะสมที่จะเอารูปขึ้นนะ แต่หลัก ๆ ก็คือว่าอวัยวะเพศ กำกวมก็จะดูไม่ออกครับว่าก้อนที่ปูดโปนออกมานี้เป็นองคชาติหรือว่าเป็นคลิตอริส (Clitoris) กันแน่ แล้วข้าง ๆ นั้นสรุปว่ามันเป็นถุงอัณฑะหรือว่ามันเป็นแคมใหญ่กันแน่ ก็บอกไม่ได้ เพราะฉะนั้นประเด็นที่สำคัญ ท่านประธานครับ เราจะเห็นได้ว่า การพยายามที่จะระบุเพศของมนุษย์ด้วยการตรวจนับเงื่อนไขต่าง ๆ นี้ ไม่ว่าจะเป็น การพิจารณาจากลักษณะภายนอก อวัยวะภายใน จนลึกลงไปถึงระดับพันธุกรรม ผมแสดง ให้เห็นแล้วว่า ล้วนไม่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ได้อย่างแน่ชัด ว่ามนุษย์คนใดหรือบุคคลที่ถูก พิจารณาอยู่นั้น ๆ จะถูกว่าจัดเป็นเพศชายแท้ ๆ หรือว่าเป็นเพศหญิงแท้ ๆ กันแน่ แม้กระทั่ง ความสามารถในการสืบพันธุ์ที่ผมได้พูดไปแล้ว จุดตัดท่านประธาน ของการกำหนดเพศของ มนุษย์อาจจะไม่สามารถพิจารณาหรือว่าตัดสินได้ในลักษณะที่เป็นขาวหรือดำ หรือว่าซ้าย ขวา เพราะว่าอะไรครับ เราเห็นอยู่แล้วในสังคมครับท่านประธานว่าธรรมชาติของมนุษย์มี เฉด (Shade) มากมายเลย แต่คำถามที่ควรตอบให้ได้จริง ๆ ครับท่านประธานก็คือว่า ทำไม เราต้องมานั่งแบ่งแยกเพศมนุษย์ด้วย ในเมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๗ บัญญัติเอาไว้อยู่แล้วครับว่า บุคคลย่อมไม่ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุความแตกต่างทางเพศ การเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในครั้งนี้ของพรรคก้าวไกลก็อยู่บนหลัก คิดนี้ละครับ ซึ่งสะท้อนภาพของธรรมชาติของมนุษย์ที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะ ความหลากหลายทางเพศครับ ไม่ใช่แค่ชายกับหญิง แต่ว่าเป็นบุคคลกับบุคคล เพราะว่า คนทุกคนเท่าเทียมกันท่านประธานครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน การอยู่ร่วมกัน มีชีวิตคู่ การสร้างครอบครัว การแต่งงานของมนุษย์ ล้วนก่อเกิดจากความรักครับ ไม่ใช่สัญชาตญาณ การที่คน ๆ หนึ่ง จะรักกับใครสักคนหนึ่งย่อมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว ดังนั้น กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่ล้าหลัง ที่บัญญัติมานานแล้วและไม่ได้สอดคล้องกับธรรมชาติ ของมนุษย์ สมควรที่จะถูกปรับปรุงแก้ไขครับท่านประธาน เพื่อให้สอดรับกับธรรมชาติ อันหลากหลายของมนุษย์นี่เอง และทำให้คนที่เขารักกันอยู่แล้วได้อยู่ด้วยกัน แล้วก็ได้รับสิทธิ ต่าง ๆ ที่เขาพึงมี ขอบคุณครับท่านประธาน