เบญจา แสงจันทร์ อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม โดยเน้นความจำเป็นในการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้รับรองการสมรสของบุคคลทุกเพศอย่างเท่าเทียม เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เสริมสร้างความเสมอภาค และส่งเสริมการยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย พร้อมเชื่อมโยงกับพันธกรณีสากลและเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรผลักดันกฎหมายนี้เพื่อสร้างความเท่าเทียมอย่างแท้จริง
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ดิฉันจะขออภิปรายสนับสนุนในส่วนของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกลและคณะ ซึ่งรวมไปถึงอดีตเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของดิฉัน คุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ที่ร่วมเป็นคณะทำงานด้านการแก้ไข พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมฉบับนี้ด้วยค่ะ โดยข้อเสนอที่ดิฉันสนับสนุนในการขอแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็เป็นไปเพื่อโอบรับความหลากหลายทางเพศ ภายใต้ฐานคิดที่ว่าคนทุกคนเท่ากันค่ะ ตามคุณค่าหลักการความเสมอภาค ซึ่งถือว่านี่เป็นหลักการของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่มนุษย์ทุกคนย่อมได้รับการรับรองแล้วก็คุ้มครองจากกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันค่ะ ไม่ว่าคนนั้นจะมีเพศใด เชื้อชาติใด ศาสนาใด ภาษาใด หรือมีถิ่นกำเนิดและความเชื่อ ทางการเมืองแบบใดก็ตามนะคะ โดยกฎหมายจะต้องไม่ไปเลือกปฏิบัติและต้องไม่ไป มุ่งรับรองสิทธิเฉพาะคู่รักเพศเดียวกันเท่านั้นค่ะ แต่ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมฉบับนี้ เป็นการรับรองสิทธิของคนทุกคนค่ะ เพื่อนำไปสู่การที่บุคคลจะสามารถสมรสได้อย่าง เท่าเทียมกัน ท่านประธานคะ เพื่อนสมาชิกของดิฉัน ผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ได้อภิปรายสนับสนุนในเรื่องหลักของการที่ทำไมต้องมี พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม เพื่อโอบรับ มนุษย์ทุกคนอย่างเสมอภาคกันไปแล้ว และได้อภิปรายถึงสิทธิในการก่อตั้งครอบครัว ของมนุษย์ทุกคน รวมไปถึงบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วย ว่านี่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งครอบครัวในรูปแบบใดก็ตาม ซึ่งการใช้ชีวิตร่วมกันของผู้ที่มี ความหลากหลายทางเพศ ก็ถือเป็นการก่อตั้งครอบครัวอีกรูปแบบหนึ่งด้วยค่ะ เพื่อนสมาชิกของดิฉันก็ได้อภิปรายถึงความหลากหลายทางเพศกับมุมมองมิติสังคม และพูด ถึงการอภิปรายว่า สมรสเท่าเทียมไปช่วยส่งเสริมในเรื่องของมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับ ประเทศในแง่ใดบ้าง ในเชิงเศรษฐกิจนะคะ ถ้ากฎหมายมีความมั่นคง เป็นธรรม สร้าง ความรู้สึกปลอดภัย ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เขาก็จะมีความมั่นใจในการที่จะก่อร่าง แล้วก็สร้างครอบครัว ลงทุนกับสิ่งที่เขารักด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การซื้อรถ ซื้อประกัน หรือซื้อทรัพย์สินต่าง ๆ ร่วมกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นะคะ สามารถ ที่จะปลดล็อกเรื่องเศรษฐกิจให้เติบโตเพิ่มมากขึ้นอย่างเต็มศักยภาพด้วยค่ะ นอกจากนั้นนะคะ เพื่อนสมาชิกของดิฉันก็ได้อภิปรายถึงหลักการในทุกประเทศ ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกค่ะ ที่อนุญาตให้คู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศได้สมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และทำให้ เราทราบว่าหลายประเทศเลยที่ให้ความสำคัญและตระหนักร่วมกันถึงความจำเป็นในการที่จะตรา กฎหมาย เพื่อรับรองสถานะการใช้ชีวิตร่วมกันของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วยค่ะ ดังนั้นนะคะ นี่จึงเป็นการยกระดับความก้าวหน้าทางกฎหมายของไทยค่ะ เพื่อปรับกฎหมาย ให้สอดคล้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและอนุสัญญาอีกหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็น กติการะหว่างประเทศที่ว่าด้วยเรื่องของสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือไม่ว่าจะเป็น กติการะหว่างประเทศที่ว่าด้วยสิทธิทางการค้า สังคม และวัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาที่ว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบต่อสตรี และไม่ว่า จะเป็นอนุสัญญาที่ว่าด้วยสิทธิเด็ก และนี่เองค่ะ เป็นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกของพรรคก้าวไกล และดิฉันได้ชี้ให้เห็นไปแล้วว่า ทำไมเราต้องสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือที่เรารู้จักในนามว่า พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ในส่วนของดิฉันนะคะ ท่านประธาน ดิฉันจะขอใช้โอกาสนี้ในการที่จะสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านทุกคน และสื่อสารกับผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ว่าถึงเวลาแล้วค่ะ ว่าสังคมไทยจะต้องยอมรับ ความเป็นจริงในสังคมนี้ รวมไปถึงทุกสังคมในโลกใบนี้ค่ะ ที่มีผู้คนที่มีความหลากหลาย ทางเพศอยู่มากเกินกว่าที่เราจะถูกครอบงำด้วยการถูกแบ่งแค่เพศชายและหญิงเท่านั้น ท่านประธานคะ เราต้องยอมรับความจริงค่ะว่าความรัก การแต่งงาน และการใช้ชีวิตคู่ รวมไปถึงสิทธิที่จะสร้างครอบครัว ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อที่จะถูกจำกัดอยู่แค่คู่รัก แค่ชายหญิง เท่านั้นเลยค่ะ แต่ท่านประธานคะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทยเราคะ ที่กลายเป็นว่าในวันนี้ สังคมไทยยังไม่ยอมรับกับการปรับตัว และยังไม่ยอมรับกับกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ยังมีความรู้สึก ว่าคับแคบนะคะ ที่กฎหมายของเรานี้มีความแข็งตึงจนเกินไป และยังไม่ยอมให้มีการปรับตัว ให้เหมาะสมกับบริบทสังคมไทยและสังคมโลกอีกด้วย ดังนั้นเราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติค่ะ ผู้มี หน้าที่ที่ทำหน้าที่ออกกฎหมายแทนพี่น้องประชาชนในการปรับและออกแบบกฎหมายให้ตรง ตามข้อเท็จจริงของสังคมและบริบทโลกที่เปลี่ยนไป เราทุกคนในที่นี้ในฐานะผู้แทนราษฎร จึงต้อง เปิดรับกระแสโลกค่ะ และอย่าได้ทำตัวตกขบวนประวัติศาสตร์อีกต่อไป นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญ ค่ะท่านประธาน ร่วมกันรับร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมฉบับนี้ แก้ไขกฎหมายให้โอบรับทุกคน ในสังคมอย่างเท่าเทียมกันค่ะ ให้มนุษย์ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างปกติและเรียบง่าย เท่าที่มนุษย์ คนหนึ่งบนโลกนี้จะสามารถสร้างครอบครัวและใช้ชีวิตคู่ของเขาได้ค่ะ โดยที่เขาจะได้รับสิทธิ ขั้นพื้นฐานทางกฎหมาย โดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศอีกต่อไปด้วยนะคะ
ท่านประธานคะ สุดท้ายในห้วงยามที่ประชาชนทุกคนต่างรู้สึกสิ้นหวังกับความ ยากลำบากในการที่จะเรียกร้อง แม้แต่สิทธิขั้นพื้นฐานในชีวิตของมนุษย์ ดิฉันคิดว่านี่ถึงเวลา แล้วค่ะ ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เราจะต้องพิสูจน์กันจริง ๆ ว่าพื้นที่แห่งนี้ยังเป็นพื้นที่แห่ง ความหวัง ยังเป็นพื้นที่แห่งความฝันให้กับผู้คนทุกคนและทุกกลุ่มได้อย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ และช่วยกันฟังเสียงของประชาชนค่ะ ไม่ใช่แค่คนรุ่นเรานะคะท่านประธาน แต่เราต้องยืนหยัด เพื่อคนรุ่นลูก รุ่นหลานเราในอนาคต แล้วช่วยกันยืนยันค่ะว่าคนรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา เขาจะต้องไม่ถูกเหยียบย่ำ ลดทอน และถูกเลือกปฏิบัติ ถูกโกงความเป็นมนุษย์และตัดตอน ความฝันของพวกเขาอีกต่อไปนะคะ ดิฉันไม่ได้อภิปรายเพื่อร้องขอ ไม่ได้อภิปราย เพื่อเรียกร้องหรือขอร้องต่อสมาชิกทุกท่าน แต่ดิฉันต้องการอภิปรายเพื่อทวงสิทธิและทวงคืน สิทธิอันชอบธรรมนี้ให้กับมนุษย์ทุกคน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานเองที่มนุษย์ทุกคนมีอยู่แล้ว ทวงคืนสิทธิให้กับพวกเขา คืนชีวิต คืนความฝันให้กับพวกเขาทุกคน โดยขอให้สมาชิก ทุกท่านร่วมกันรับร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมฉบับนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน