กนก วงษ์ตระหง่าน สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย และเน้นย้ำความจำเป็นในการเพิ่มช่องทางการรายงานข้อมูลจาก ธปท. สู่สภานิติบัญญัติ เพื่อสะท้อนปัญหาเชิงระบบด้านการเงิน การเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน และหนี้ครัวเรือนที่สูงเกินจีดีพี พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการฟ้องร้องหนี้ กยศ. ที่มีค่าทนายสูง ปัญหาหนี้เกษตรกรจากสหกรณ์และหนี้นอกระบบ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เพียงพอจากสถาบันการเงิน โดยเรียกร้องให้ ธปท. เปิดข้อมูลอย่างโปร่งใสและรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจโดยตรงต่อสภา เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่ลงนามสนับสนุนขอแก้ไข ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นแรกที่ผมอยากขออนุญาตเรียน ให้ชัดเจนก็คือว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจะทำให้ความเป็นอิสระของการปฏิบัติ หน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยเปลี่ยนแปลงเลย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยังคงเป็น หน่วยงานที่สามารถจะทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามหลักแห่งวิชาชีพ แต่ประเด็นที่สำคัญก็ คือว่าวันนี้ปัญหาของประเทศไทยเกิดขึ้นเพราะว่าหน่วยงานที่มาให้ข้อมูลกับสภาแห่งนี้ส่วน ใหญ่แล้วเป็นหน่วยงานของกระทรวงที่สังกัดฝ่ายบริหารคือรัฐบาล ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ที่ชัดเจน ก็คือสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และ สตง. ท่านประธานครับ และสภาแห่งนี้ ที่เราได้รับรายงานจาก ๓ หน่วยงานนี้ก็เป็นปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ตัวอย่าง เช่น สำนักงบประมาณจัดงบประมาณไม่ตรงกับปัญหาของพี่น้องประชาชน สตง. ตรวจกระบวนการใช้เงิน แต่ไม่ตรวจผลลัพธ์ของการใช้งบประมาณ กรมบัญชีกลาง กลัวการทุจริตจึงทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า และได้ของที่ไม่ตรงกับความต้องการของพี่น้อง ประชาชน สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาในเชิงระบบที่สำคัญอย่างยิ่ง แล้วก็เกิดปัญหา แต่ไม่มีใคร ที่จะมารายงานเรื่องนี้ท่านประธาน ผมหวังว่าการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะทำให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยนำประเด็นที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน มารายงานต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเลยนะครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาส พูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารแห่งประเทศไทยหลายท่าน ผมยืนยันว่าวันนี้ พ.ร.ก. เงินกู้ที่เอสเอ็มอี (SMEs) ไม่สามารถกู้ได้นั้น ถึงแม้เราแก้มา ๒ ครั้งแล้วก็ตาม เหตุผลก็ เพราะว่าธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยกู้ ถึงแม้จะมีเงินแต่ไม่ปล่อย สิ่งเหล่านี้มันมีรายละเอียดที่ อยู่ข้างหลังมากมายที่กระทรวงการคลังไม่สามารถจะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ และไม่สามารถที่จะ มีข้อมูลล้วงไปได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นผู้กำกับธนาคาร พาณิชย์สามารถที่จะบอกกับเราได้ว่าปัญหาคืออะไร ทำไมเอสเอ็มอี (SMEs) จึงกู้ไม่ได้ ผมขอ อนุญาตยกตัวอย่างเมื่อไม่กี่วันมานี้ในสภาแห่งนี้การรายงานบทบาทของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) บอกว่าเขาพยายามจะปรับบทบาทเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา ผมก็ตั้งโจทย์ ครับท่านประธานว่า มีเกษตรกรจากจังหวัดนครราชสีมาโทรเข้ามาและบอกว่าต้องการ เงินกู้ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ผมก็ประสานให้กับธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่จะมีบทบาท ในเชิงการพัฒนา สุดท้ายจบลงก็คือตอบง่าย ๆ ครับว่าให้กู้ไม่ได้ท่านประธานครับ คำถามคือ อะไรครับ มันติดกฎระเบียบตรงไหนจึงทำไม่ได้ เพราะอะไร สิ่งเหล่านี้เราไม่ทราบเลยครับ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบครับท่านประธาน นี่คือตัวอย่างอันที่ ๑
ตัวอย่างที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่สำคัญมากก็คือว่า ธนาคารแห่งประเทศ ไทยจะได้มีโอกาสนำปัญหาสำคัญทางการเงินของประเทศมาบอกกับสภาแห่งนี้ได้ทราบ ซึ่งผมได้มีโอกาสได้ยินจากผู้บริหารของธนาคารแห่งประเทศไทย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเรื่องเดียวครับท่านประธาน คือเรื่องปัญหาหนี้สินของประเทศไทย วันนี้หนี้สินของประชาชนมากกว่าจีดีพี (GDP) ของประเทศไปแล้วท่านประธาน ซึ่งผมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปีที่ผ่านมา วันนี้เกิน ๑๓ ล้านล้าน ไปเรียบร้อยแล้วนะครับท่านประธาน หนี้สินตรงนี้ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเลย เพื่อให้เห็น ภาพว่าเราไม่รู้ข้อมูลเหล่านี้ กยศ. ที่ท่านประธานตั้งขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน แล้วก็เป็นเรื่องที่เราเห็นความสำคัญ แต่วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่านักศึกษาเป็นหนี้ ธ.ก.ส. เยอะมาก แล้วก็มีการฟ้องร้องครับท่านประธาน วันนี้พบว่าค่าทนายต่อ ๑ ราย คือ ๗,๐๐๐ บาท แล้วก็ กยศ. จ่ายค่าทนายไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท คำถามก็คือว่า ใครเป็นทนายครับ ทำไมจึงอยากฟ้องเหลือเกิน หนี้เหลืออีก ๕,๐๐๐ บาทก็ฟ้องครับ ท่านประธาน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ข้อมูลเหล่านี้กระทรวงการคลังไม่มีวันทราบ แต่ธนาคาร แห่งประเทศไทยทราบครับท่านประธาน นี่คือตัวอย่างข้อที่ ๑
ตัวอย่างที่ ๒ ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ให้กับเกษตรกร เกษตรกรก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก ยังไม่ใช้หนี้คืนไม่เป็นไร ไปใต้ถุนธนาคารก็มีคนมาให้ยืมเงิน แล้วก็เอาเงินไปคืน ธ.ก.ส. ธ.ก.ส. ก็จ่ายเงินกู้ให้มากขึ้นแล้วก็ลงมาข้างล่าง เอาเงินที่เรายืมไป ถูกหักไป ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ก็จ่ายเขาไปครับท่านประธาน เสร็จแล้วเงินกู้ก็สูงขึ้น ดอกเบี้ยก็ทบต้นมากขึ้นแล้วก็หมุนไปแบบนี้ละครับ ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ แล้วว่า ธ.ก.ส. พอหมุน ๗ รอบ ๗ รอบตรงนี้ก็ประมาณ ๑๐-๑๕ ปีครับท่านประธาน ๑๐-๑๕ ปี ที่ดินที่ค้ำประกันนั้นมูลค่ามันน้อยกว่าหนี้แล้วครับ แล้วก็ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินต้น หลายเท่าตัวนัก จบลงก็คือการฟ้องยึดที่ดินของพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ ท่านประธาน นี่คือข้อมูลที่ไม่มีใครเคยมาบอกเราเลย แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบครับ ธนาคารพาณิชย์ครับ วันนี้เรามีหนี้สินของบัตรเครดิตเป็นจำนวนมหาศาลมาก ไม่มีคนทราบ หรอกครับว่าบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อเหล่านี้มีกรรมวิธีทางการตลาดหลอกล่อแถมซ้ายแถมขวา เพื่อให้คนกู้ครับ แล้ววันนี้คนทำงานในสำนักงานและประชาชนทั่วไปถือบัตรเครดิตกัน มากมายแล้วก็มีหนี้ตามมาทั้งหมดครับท่านประธาน ความรับผิดชอบแน่นอนผู้กู้ ต้องรับผิดชอบ แต่ผู้ให้กู้ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นเดียวกันครับ ข้อมูลเหล่านี้เราก็ไม่เคยทราบครับ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ แล้วยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน หนี้นอกระบบครับ หนี้นอกระบบนี้มีมาตรการที่โหดร้ายมาก ไม่มีใครมาพูดเรื่องนี้เลย รัฐบาลพยายามแก้โดย กระทรวงการคลังก็แก้ไม่ได้นะครับท่านประธาน แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบเรื่อง เหล่านี้ทั้งสิ้น ทั้งหมดที่ผมยกตัวอย่างมานี้ เพื่อที่จะยืนยันกับท่านประธานว่า ถ้าเราให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยมารายงานสถานะทางเศรษฐกิจ แล้วก็ผลการดำเนินงานของท่าน กับสภาแห่งนี้ หัวใจก็คือการนำปัญหาของประชาชนที่เราไม่เคยได้ยินมาบอกกับ ผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะได้ไปช่วยกันแก้ไขและช่วยกันออกกฎหมาย แก้กฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ด้วยเหตุผล ดังกล่าวนี้เองครับ ผมจึงขออนุญาตที่จะเรียนด้วยความเคารพว่า ผมเห็นด้วยกับการให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยมารายงานต่อสภาเพื่อให้สภาได้เห็นข้อมูลใหม่ ๆ และเรา ก็จะมีความเข้าใจต่อปัญหาที่ใหม่ ๆ และพบวิธีการแก้ไขใหม่ ๆ สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนของเราที่อยู่ในฐานรากของประเทศ ที่เป็นคนยากคนจนครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ