จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.5 เปอร์เซ็นต์ โดยเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบการดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างโปร่งใสและเป็นระบบ เพื่อป้องกันการได้เปรียบของกลุ่มเฉพาะและสร้างความเป็นธรรมต่อประชาชน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา ถนนรามอินทรา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกประกาศคณะกรรมการนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อไม่ถึง ๑ ชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง คำถามก็คือว่าแล้วมันเป็นอย่างไร ผมก็ตอบว่าไม่รู้เหมือนกัน แต่คน ที่รู้ก็คงจะเป็นคนที่อยู่กับธนาคารและเศรษฐกิจต่าง ๆ ครับ สัปดาห์ที่ผ่านมามีการคาดการณ์ กันครับว่า คณะกรรมการชุดนี้จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก ๐.๕ ไปเป็น ๐.๗๕ หรืออะไรก็ สุดท้ายแล้วแต่ เนื่องจากธนาคารกลางของสหรัฐหรือว่าเฟด (Fed) ปรับอัตราดอกเบี้ยใน ประเทศเขาไปแล้ว ส่วนใหญ่ประเทศเล็ก ๆ แถวบ้านเราก็จะปรับตาม ถามว่าปรับหรือคง แตกต่างอย่างไรครับ แตกต่างตรงที่ว่าคนที่ทำธุรกิจเขาเรียกว่าฟอร์แคสต์ (Forecast) ก็คือ จะต้องวางแผนพยากรณ์ครับว่าถ้าเกิดดอกเบี้ยมันขึ้น มันจะต้องมีดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ของลูกค้ามากน้อยขนาดไหน การแก้ไขพระราชบัญญัติธนาคารแห่ง ประเทศไทยมันมีมาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๘๕ ถ้าเกิดท่านประธานจำความได้ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ มีคนรวยและคนฆ่าตัวตายจำนวนมาก เนื่องจากธนาคารแห่ง ประเทศไทยลอยตัวค่าเงินบาท ในขณะนั้นเป็นอัตราค่าเงินบาทคงที่อ้างอิงกับตลาดสหรัฐ ๑ ดอลลาร์ ๒๕ บาท เป๊ะ ไม่ว่ามันจะขึ้นหรือมันจะลง ไทยแลกอยู่ที่ ๒๕ บาท พอวันรุ่งขึ้นมีการประกาศลอยตัวค่าเงินบาทในภาวะวิกฤตการณ์ที่เราเรียกกันว่า ต้มยำกุ้ง ดีซีส (Tom Yum Kung Disease) ก็เกิดปัญหามากมายครับ จาก ๒๕ บาท ขยับขึ้นไปสูงสุดถึง ๕๖ บาท ต่อ ๑ ดอลลาร์ คำถามก็คือว่าแบงก์ชาติได้บอกอะไรกับคนที่ เขาไปกู้เงินจากต่างชาติมาไหม กู้มา ๑ ล้านดอลลาร์ วันนี้เป็นหนี้ ๒๕ ล้านบาท ตื่นขึ้นมาเจ๊งเฉย เป็นหนี้ ๕๖ ล้านบาท ภายในชั่วข้ามคืน แล้วก็ล้มครืนกันทั้ง ๕๖ ไฟแนนซ์ (Finance) หลายตระกูลก็นั่งอยู่ในสภานี้เกี่ยวข้องกับบริษัทการเงินทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยังชั่งใจอยู่นะครับ แล้วก็อยากให้รัฐบาลนำเรื่องนี้เข้าไปตั้งกรรมาธิการและผมจะขอเข้า ไปถามครับว่า ที่มารายงานต่อสภาที่ท่านจะแก้ไข ซึ่งมันก็เขียนอยู่ในนี้ตามมาตรา ๖๑ เขียน บอกว่าต้องรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รายงานต่อ ครม.แล้ว มันรายงาน แล้วใครได้ประโยชน์ ท่านประธานรู้จักคนเล่นหุ้นใช่ไหมครับ เขาเรียกว่า อินไซด์นิวส์ (Inside News) ซึ่งตลาดหุ้นมักจะรู้กันครับว่าพรุ่งนี้บริษัทเอกชนที่เราไปถือหุ้น เขาจะลงทุน อะไร ถ้าลงทุนอะไรช้อนก่อนไหมหรือทุบ ภาษาพวกนี้เรารู้จักกันดีครับ แต่เราไม่เคยได้รับ การเตือนภัยจากแบงก์ชาติเลยท่านประธานครับ และที่ผมอยากจะบอกก็คือว่าในช่วงต้มยำ กุ้งนี่ เราเห็นได้อย่างชัดเจนครับว่า คนที่เอาเงินมาปล่อยกู้ ๒๕ บาทต่อ ๑ ดอลลาร์สหรัฐ เป็นคนที่อยู่ในแวดวงเศรษฐกิจของบ้านเมือง ทุกวันนี้ก็ชดใช้กรรมกันไปมากหลายอยู่ครับ พอมาปล่อยให้นักธุรกิจกู้ ๒๕ บาทบ้าง ๒๔ บาทบ้างก็สุดแท้แล้วแต่ ผ่านไป ๓ วัน เธอต้อง เอามาใช้ฉัน ๕๐ บาทต่อ ๑ ดอลลาร์สหรัฐ คนพวกนี้ถามว่ารู้อะไรบ้างไหมครับ รู้ ผมถามว่า คณะกรรมการที่จะประกาศนโยบายดอกเบี้ยคงที่วันนี้ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เขาเพิ่งคุยกันเมื่อ สักครู่หรือครับ ผมเชื่อว่าคุยกันมา ๖-๗ วันแล้วละ แล้วก็วางแผนอย่างเป็นระบบว่า เดี๋ยววันนี้มีมติแล้วยกมือผ่านเป็นเอกฉันท์ด้วยท่านประธานเมื่อสักครู่นี้เอง ผมจึงถามว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำชะตาชีวิตของพี่น้องคนไทยทั้งหมดมีกี่คนที่รู้เรื่องนี้ ถ้าคนที่ รู้เรื่องนี้เอาข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ออกไปลงทุนก็ดี เอาไปบอกพรรคพวกให้ไปช้อนหุ้นก็ดี หรือเอาไปลงทุนอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ หรือนอนแบงก์ (Non-Bank) คำถามก็คือว่าพรุ่งนี้รวยลืมบ้านเลขที่อีกเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ร่างพระราชบัญญัติเพียงมาตราเดียวผมไม่เห็น ด้วยเลย มันต้องรื้อทั้งพระราชบัญญัตินี้มันมีหลายมาตราเหลือเกิน แต่เราไปแก้เพียงแค่ที่จะ ให้เขามารายงานในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเขามารายงานก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วทั้งสิ้น ซึ่งถ้าผมแก้นะครับ ท่านผู้เสนอครับ ต้องแก้ในการเข้าไปตรวจสอบถ่วงดุล เอาละ ท่านอาจจะไม่ไว้ใจภาคประชาชนที่มาจากสภา ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านก็ตั้งเงื่อนไขหรือกฎกติกาเพิ่มเติมได้ครับ ไม่ใช่ให้คน พวกนั้นรวยลืมบ้านเลขที่เพียง กลุ่มเดียวท่านประธานที่เคารพครับ คำถามต่อไปก็คือว่าแล้วเราแก้แค่ให้มารายงานสภา มันยากเย็นขนาดไหน ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ ถ้าผมเป็นคนแบงก์ชาติ ผมก็มารายงานครับ องค์กรอิสระเยอะแยะมากมายก็มารายงานเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นและเป็น เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่ที่ผมอยากจะบอกท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนครับว่า ที่ผ่านมาแบงก์ชาตินอกจากจะทำการออกธนบัตรแล้ว เงินที่เราใช้อยู่นี่ ก็ยังมีการกำหนด อัตราดอกเบี้ย ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากดอกเบี้ยเงินฝากวันนี้ ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่ไปกู้เงินสัดส่วนต่างกัน ถ้าเป็นบริษัทนิติบุคคลหรือเป็นบุคคลธรรมดาอยู่ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปครับ ส่วนต่างกันอยู่ประมาณ ๔.๗๕ เปอร์เซ็นต์ นี่กู้ระยะสั้น ถ้ากู้ยาว ก็เป็นหนี้ลืมบ้านเลขที่เช่นเดียวกัน อย่างนี้หรือเปล่าที่เราอยากจะรู้ว่า แบงก์ชาติได้ ดำเนินการส่วนต่างแบบนี้เท่าไร ท่านประธานครับเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีรายงานของ สมาคมธนาคารไทย มีความสุขสนุกสนานท่ามกลางพี่น้องประชาชนกำลังยากจนและ เจ๊งกะบ๊งในวันนี้ครับ รายงานอันดับของธนาคารที่มีกำไรในปี ๒๕๖๔ ธนาคารที่ข้าราชการ ทั้งหลายที่พวกท่านทั้งหลายนั่งอยู่ในสภานี้อยู่ในอันดับ ๑ ใน ๓ ที่มีกำไรก็คือ ธนาคารกรุงไทย ไล่เรียงลงมาตั้งแต่กสิกรไทย กรุงเทพ ผมเอ่ยได้เพราะเป็นบริษัทในตลาด หลักทรัพย์ เขาโชว์อยู่ในตลาดอยู่แล้ว คำถามก็คือว่าในขณะที่พี่น้องประชาชนย่ำแย่อยู่ใน ขณะนี้รัฐบาลบักโกรก ไส้แห้ง ถังแตก ก้นขาด ทำไมละครับพวกเราจะตรวจสอบไม่ได้ แต่ไหน ๆ จะเกิดการแก้ไขในมาตรา ๖๑ นี้แล้ว ผมฝากท่านผู้เสนอครับ ท่านเคยเป็น รัฐมนตรี ท่านเคยอยู่กระทรวงการคลัง จริง ๆ ผมเห็นแล้วผมก็ตกใจ โธ่ แก้มาตราเดียว มันต้องเข้าไปแก้ในคณะกรรมการที่ท่านจะเอาพี่น้องประชาชนเข้าไปถ่วงดุลตรวจกลไกของ แบงก์ชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้แบงก์ชาติได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพี่น้อง ประชาชนมากน้อยขนาดไหน ผมติดตามมาโดยตลอด ผมเป็นผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจและผมจะ รู้จักแบงก์ชาติว่าวิธีทำของเขาในยามที่โดนด่าบ่อย ๆ จะออกแคมเปน (Campaign) ครับ ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ แคมเปน (Campaign) ที่มีชื่อว่า คลินิกแก้หนี้ ก็คือพวก บัตรเครดิต หนี้ชักหน้าไม่ถึงหลัง รูดปรื๊ด รูดปรื๊ด และเดี๋ยวนี้นั่งกันอยู่เฉย ๆ ได้ที่ไหนท่านประธาน ใช้มือ ถือกดไปกดมาเจอของสวย สั่ง พอสั่งลืมเงินเดือน ๑๐,๐๐๐ ใช้ไป ๑๕,๐๐๐ แบงก์ชาติมี หน้าที่ในการควบคุมกลไกและพฤติกรรมของผู้ใช้บริการของธนาคาร ทั้งประเภทแบงก์ และนอนแบงก์ (Non-Bank) เดี๋ยวนี้พวกรูดปรื๊ดติดล้ออะไรเยอะแยะเต็มไปหมด คำถามที่ อยากจะบอกท่านผู้เสนอเพื่อที่จะกลับเข้าไปแก้ไข ผมยกตัวอย่างเช่น คลินิกแก้หนี้ ทุกวันนี้ คนออมน้อย แบงก์ชาติทำอะไรครับ ก็เพราะเงินมันนอกระบบเอาไปปล่อยกู้ดีกว่า ร้อยละ ๑ บาทต่อเดือนง่ายกว่า ไปจำนองขายฝากง่ายกว่า ใครใช้ของแพง ๆ ก็เอาไปขายฝาก เอาเงิน ไปหมุน กู้เงินต่ำเอามาจ่ายเงินสูงสารพัด อันนี้เรารู้หรือเปล่าท่านประธานครับ นอกจากนี้ การที่ทุกวันนี้ท่านประธานใช้รถขึ้นอีซี่พาส (Easy Pass) บนทางด่วน ผมถามว่ามีใครเติมวัน ละ ๕๐ บาทบ้างไหมครับ ไม่มีหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็เติมกัน ๕๐๐ ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ขี้เกียจ เติมบ่อย แล้วเราใช้หมดสิ้นเดือน ๑,๕๐๐ บาทที่อยู่ในธนาคารเขาเอาเงินเอาดอกไปหมุนกัน ติ้ว ติ้ว ติ้ว แบงก์ชาติทำอะไรล่ะครับ ถ้าจ่าย ๒,๐๐๐ ใช้ไม่หมดสิ้นเดือนต้องลดให้แล้ว ออก กฎนโยบายอะไรหรือไม่ และอะไรอีกครับท่านประธาน ค่าน้ำ ค่าไฟ บิลมาบอกให้ชำระ ภายในวันที่ ๑๐ ถ้าท่านประธานชำระวันที่ ๑๐ เมื่อไร โดนเก็บค่าธรรมเนียมทันทีครับ เพราะเลย เราก็ต้องชำระล่วงหน้ามาวันที่ ๑๐ วันที่ ๗ วันที่ ๘ ก็ต้องรีบแล้วล่ะ คำถามคือ จ่ายก่อนได้ลดไหม ไม่ได้ แต่จ่ายช้าโดนเก็บค่าธรรมเนียม นี่ละหน้าที่แบงก์ชาติ หน้าที่ คณะกรรมการ ท่านประธานครับ ผมอยากใช้เวลาเยอะกว่านี้ มีเรื่องที่อยากจะบอกมากกว่า นั้น โดยสรุปสั้น ๆ ถ้าคณะกรรมาธิการตั้งขึ้นมาท่านอย่าแก้แค่เฉพาะให้มารายงานในนี้ อัน นั้นเด็ก ๆ เขามารายงานเราก็เห็นอยู่แล้วนั่งรายงานกระดาษหนาเท่าตึ๊บ ไม่มีประโยชน์หรอก ครับ แต่ตั้งกรรมการเข้าไปตรวจสอบไม่ต้องไปกลัวว่าจะรู้ข้อมูลอินไซด์ (Inside) ก็ข้างในมัน ก็รู้กันเยอะแยะ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยที่จะแก้เพียงมาตราเดียว แต่พร้อมที่จะ สนับสนุนคณะกรรมาธิการที่จะรื้อพระราชบัญญัติ ๒๔๘๕ นี้ทั้งระบบครับ ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ