พิสิฐ ลี้อาธรรม เสนอแก้ไข พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้ต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการ โดยเน้นความสำคัญของความโปร่งใสและบทบาทของ ธปท. ในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ การเงิน และการช่วยเหลือประชาชน พร้อมชี้ให้เห็นความไม่สมดุลในการรายงานของหน่วยงานรัฐ แม้ ธปท. จะมีงบดุลใหญ่กว่าหลายสิบเท่าแต่ยังไม่มีข้อบังคับต้องชี้แจงต่อสภา จึงเสนอให้มีการรายงานข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดข่าวลือและเสริมความมั่นคงให้ระบบการเงิน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรค ประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมและเพื่อนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ขอนำเสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ. ธปท. ๒๔๘๕ เพื่อให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้โปรดพิจารณาครับ โดยมีรายละเอียดชี้แจง ขอกราบเรียนดังนี้ครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ธปท. ๒๔๘๕ ในการทำหน้าที่เป็นธนาคารกลางของประเทศ โดยการบริหารจัดการให้ระบบ การเงินของประเทศดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้เจริญเติบโตเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษา เสถียรภาพเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ธปท. จะมีเสาหลักในเรื่องของการรักษาเสถียรภาพอยู่ ๔ เสาหลัก ด้วยกันครับ ๑. ก็คือเสถียรภาพของการเงิน ซึ่งก็คือปัญหาเงินเฟ้อที่ต้องแก้ไข ๒. คือ เสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน ๓. คือเสถียรภาพของระบบการชำระเงิน และ ๔. ก็คือ เสถียรภาพของเศรษฐกิจกับต่างประเทศครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเป็นหน่วยงานที่มี ความสำคัญอย่างยิ่ง ในระบบเศรษฐกิจเป็นศูนย์รวมของข้อมูลและความรู้ทางเศรษฐกิจทั้ง ของประเทศไทย และของต่างประเทศ เป็นตัวแทนของประเทศไทยในกองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการดำเนินนโยบายด้านการเงินต่าง ๆ และมีวัฒนธรรมขององค์กรที่ยึดถือความเป็นกลาง ความเป็นอิสระในการดำเนินการจาก รัฐบาล ซึ่งก็ได้รับการรับรองในกฎหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย มาตรา ๗ และมาตรา ๒๘/๑๖ ท่านประธานครับ วิกฤติโควิด (COVID) ครั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีบทบาท ในการช่วยเหลือเศรษฐกิจและประชาชน โดยการออกมาตรการต่าง ๆ เช่น ออกมาตรการ ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SME) ในการได้รับซอฟต์โลน (Soft Loan) จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การตั้งกองทุนพยุงหุ้นกู้ จำนวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การศึกษาติดตามปัญหาหนี้สิน ครัวเรือน ซึ่งมีจำนวนสูงถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จะมีการ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาความทุกข์ยากเกี่ยวกับหนี้สิน โดยการตั้งคลินิกชำระหนี้ เป็นต้น งานของ ธปท. จึงมีความสำคัญต่อประชาชน และต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคหลังโควิด (COVID) เพื่อให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้เห็นถึง ความสำคัญของ ธปท. ผมขอยกตัวอย่างของตัวเลขงบดุลของ ธปท. ว่างบดุลของ ธปท. นั้น มีวงเงินถึง ๗ ล้านล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของจีดีพี (GDP) คิดเป็นมากกว่า ๒ เท่าของ วงเงินงบประมาณแผ่นดินประจำปี และเทียบกับงบของธนาคารของรัฐ ๒ แห่ง ที่มารายงาน เช่น ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) หรือธนาคารเอสเอ็มอี (SME) ซึ่งมีฐานะของงบดุล เพียง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็เท่ากับว่า ธปท. มีวงเงินของงบดุลมากกว่าธนาคารเหล่านี้ ถึง ๗๐ เท่าตัวด้วยกัน แต่ว่าธนาคารของรัฐทั้งสอง คือ เอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) และ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) มีหน้าที่ต้องมารายงาน เพราะกฎหมายที่ออกมาใหม่ ในช่วงหลัง ๆ เช่น เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ออกเมื่อปี ๒๕๔๕ และเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ออกเมื่อปี ๒๕๓๖ มีการกำหนดให้ธนาคารเหล่านี้ต้องมารายงานให้กับรัฐสภา เพื่อทราบ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่มีหน้าที่ต้องรายงานเพราะกฎหมายออกมาตั้งแต่ ปี ๒๔๘๕ แม้ว่ากรรมาธิการชุดต่าง ๆ จะได้มีความพยายามในการจะเชิญตัวแทนจาก ธปท. มาชี้แจง เราก็ได้ผลเพียงจำกัด ตัวแทนของประชาชนคือสภาแห่งนี้ไม่มีโอกาสที่จะได้ รับทราบรายงานเกี่ยวกับการทำงานของ ธปท. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่จะได้มีโอกาสรับ ฟังความคิดเห็นของประชาชนว่า ประชาชนเห็นอย่างไรต่อการทำงานของ ธปท. ดังนั้น กระผมจึงขอเรียนนำเสนอที่จะให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติของ ธปท. ๒๔๘๕ ให้มี ความทันสมัย โดยขอให้มีการมารายงานต่อรัฐสภาเกี่ยวกับเรื่องของสภาพเศรษฐกิจการเงิน และการดำเนินงานของ ธปท. เพื่อให้รัฐสภาได้รับทราบ แล้วก็จะได้มีความยึดโยงของการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทยกับประชาชน ทั้งนี้การ ให้มารายงานดังกล่าวไม่ได้ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของ ธปท. แต่ประการใด แต่เป็น การปฏิบัติหน้าที่ที่ธนาคารกลางที่สำคัญในโลกได้ทำหน้าที่นี้ เช่น ธนาคารกลางของประเทศ สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นธนาคารกลางที่เป็นตัวอย่าง แล้วก็เป็นอิสระ จึงขออนุญาตที่จะ กราบเรียนมาเพื่อได้โปรดพิจารณาครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะจบ จะขออนุญาต สรุปโดยฉายภาพ ช่วยฉายภาพด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
อันนี้ก็จะเป็นการนำเสนอที่จะให้ มีการแก้กฎหมายให้ ธปท. ได้มารายงานเพื่อที่จะให้ข้อมูลทางการเงินและเศรษฐกิจได้มีการ เผยแพร่อย่างทั่วถึง เป็นการตัดปัญหาเรื่องข่าวลือจากการเกิดความไม่เข้าใจในเรื่องของ ระบบสถาบันการเงิน ซึ่งวิกฤติปี ๒๕๔๐ ก็เป็นตัวอย่างของการเกิดข่าวลือ จนกระทั่งระบบ สถาบันการเงินมีความไม่มั่นคงเกิดขึ้น สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ก็เป็นการขอแก้ไข มาตรา ๖๑/๑ ให้เพิ่มเป็นมาตราหนึ่งเข้ามาเพื่อจะให้ ธปท. มีหน้าที่ต้องมารายงานสภา เพื่อทราบครับ ต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของผู้ว่าการ แบงก์ชาติของสหรัฐที่มีหน้าที่ต้องไปรายงานที่รัฐสภาเป็นระยะ ๆ ครับ ต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
อันนี้เป็นงบดุลของ ธปท. ตัวเลข ของงบดุล ธปท. สูงถึง ๗ ล้านล้านบาท คิดเป็นประมาณ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ซึ่ง มากกว่างบประมาณแผ่นดินกว่า ๒ เท่าตัวครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ และนี่เป็นงบดุล ของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ซึ่งมีประมาณแค่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็มารายงาน กับสภาทุกปีครับ เชิญต่อไปครับ อันนี้ก็เป็นของเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) ก็เช่นกันครับ งบดุลเพียงแค่แสนกว่าล้านก็มารายงาน เพราะกฎหมายใหม่จะมีการระบุให้สถาบันการเงิน เหล่านี้ต้องมารายงาน ขณะที่ของ ธปท. ร่างมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๕ จึงไม่ได้มีการระบุ ประเด็นนี้ครับ ต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อันนี้เป็นตัวอย่างว่า ณ เวลานี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังมีบทบาทในการแก้ไขระบบการเงิน จะมีการปฏิรูประบบ การเงินครั้งใหญ่ แต่สภาของเราไม่ได้รับทราบเลยครับ ไม่ได้มีโอกาสรับรู้หรือมีโอกาส แลกเปลี่ยนความเห็นกับท่านผู้ว่าหรือทีมงานครับ ประชาชนเองก็จะไม่มีโอกาสได้รับทราบ จะได้รับแต่เฉพาะคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ติดตามข่าว ธปท. อย่างใกล้ชิดครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
อันนี้ก็สุดท้าย บทบาท ธปท. ช่วงหลังนี้ก็มีสูงมากในการช่วยเหลือประชาชนในการเกลี่ยหนี้ สไลด์ (Slide) ต่อไปสุดท้าย เรื่องของสถาบันการเงินที่มีส่วนร่วมในการทำงานเหล่านี้ ซึ่งสภาแห่งนี้ไม่มีโอกาส ได้รับทราบเลยครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า สมควรที่จะต้องให้ ธปท. ได้มีหน้าที่ในการ มานำเสนอครับ ขอบพระคุณมากครับ