รังสิมันต์ ยันร่าง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ต้องเร่งพิจารณา ไม่ควรถ่วงเวลา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

รังสิมันต์ โรม อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินโดยไม่มีการตรวจสอบ และเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการพิจารณาทันทีแทนการส่งคืน ครม.

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ก็ขออนุญาตท่านประธาน ในการอภิปรายสรุป จะพยายามใช้เวลาอย่างกระชับที่สุด เรียนท่านประธาน ผมต้องยืนยัน ว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นร่างกฎหมายที่มีความสำคัญ ผมต้องขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากหลายพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นจากพรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และอีกหลาย ๆ พรรคจากซีกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้สะท้อนถึงปัญหาในที่ประชุมแห่งนี้ว่าตัว พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มีปัญหา แต่เมื่อเราเห็นว่ามันมีปัญหา คำถามก็คือแล้วเราจะทำอะไร เราจะปล่อยเอาไว้เฉย ๆ แบบ ที่ผ่านมา หรือว่าเราจะปรับเปลี่ยนแก้ไข แน่นอนว่าตัวร่างที่ผมเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบที่สุด อาจจะมีข้อท้วงติงในบางประการ แต่ผมเชื่อว่าการนำเสนอ หลักการและเหตุผลของร่างตัว พ.ร.บ. การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่นำโดยพรรคก้าวไกลมันสามารถปรับแก้ได้ในวาระถัดไป เราสามารถทำให้สมบูรณ์ขึ้น เอาความคิดความเห็นของแต่ละท่านมาบรรจุเอาไว้ตรงนี้ได้ ท่านประธานครับ แต่น่าเสียดาย แทนที่เราจะทำให้กระบวนการขั้นตอนมันไปสู่กระบวนการขั้นตอนแบบที่เราทำกันมาในร่าง กฎหมายของรัฐบาล กลับปรากฏว่า พอเป็นร่างกฎหมายที่ถูกเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากซีกพรรคฝ่ายค้าน รัฐบาลกลับใช้กลไกในการรับไป พิจารณาก่อนเป็นเวลา ๒ เดือน ซึ่งเรียนตามตรงครับท่านประธาน ผมไม่แน่ใจว่าการทำแบบนั้นมันได้ประโยชน์อะไร อย่างร่างกฎหมายฉบับนี้ผมได้เสนอไป ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ตอนนี้เข้าสู่ปี ๒๕๖๕ คำถามก็คือแล้วการจะไปพิจารณา ของ ครม. ก่อนมันจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร นอกจากเป็นการถ่วงเวลา ผมจึง เห็นด้วยอย่างยิ่งถ้าเราสามารถมีมติและตั้งกรรมาธิการกันได้เลยตั้งแต่วันนี้ นี่คือประโยชน์ สูงสุดอย่างไรครับ นี่คือประโยชน์สูงสุดที่หลาย ๆ ท่านที่ลุกขึ้นอภิปรายและชี้ให้เห็นว่า ตัวพระราชกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินในสภาวะฉุกเฉินมันมีปัญหา เราจะได้เร่งแก้ไข ทันที ปล่อยให้เนิ่นนานต่อไปนั่นหมายความว่าจะมีพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ถูกรังแกมากขึ้น ปล่อยให้เนิ่นนานต่อไปนั่นหมายความว่ารัฐบาลที่นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถอ้างโหนเชื้อโรคในการรังแกประชาชนผู้เห็นต่างต่อไป ผมจึงมีความเห็นด้วยอย่างยิ่งที่เราควรจะมีการโหวตรับในวาระที่ ๑ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ ไปว่ากันต่อในชั้นของกรรมาธิการ จะใช้เวลา ๓๐ วัน ๖๐ วัน คุยกัน มีไม่กี่มาตราจบได้อย่าง รวดเร็ว และหลังจากนั้นถ้าท่านเห็นว่าสมบูรณ์แล้วท่านก็โหวตรับในวาระที่ ๓ ถ้าทำกัน แบบนี้นี่คือทางออกของประเทศเรา ท่านประธานครับ ข้อเสนอที่เสนอในร่างกฎหมาย ที่ผมเสนอไป ถ้าท่านได้อ่านในงานวิชาการที่ฝ่ายวิชาการของสภาทำขึ้น มีเนื้อหาสอดรับ กับสิ่งที่ประเทศที่เจริญแล้วเขาทำกัน มีแต่ประเทศไทยนี่ละครับที่เราปล่อยให้มีกฎหมาย ที่ฝ่ายบริหารทำโดยที่ไม่ถูกตรวจสอบอะไรเลยอย่าง พ.ร.ก. ฉุกเฉินแบบนี้ มีแค่ประเทศนี้ ประเทศเดียวละครับ สิ่งที่ผมทำถ้าเราไปดูอย่างประเทศอังกฤษ เขาเขียนเอาไว้ อย่างชัดเจนว่า สำหรับการควบคุมการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พระราชบัญญัติการ บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ค.ศ. ๒๐๐๔ ได้กำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้ควบคุมการประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน นี่คือประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศสให้อำนาจกับฝ่ายบริหารมากหน่อย แต่ก็ระบุเอาไว้ว่า การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีกเกินกว่า ๑๒ วัน แรกเริ่มจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาเช่นเดียวกัน ประเทศเยอรมนี การพิจารณาตัดสินใจว่ามีเหตุการณ์ ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์อย่างสถานการณ์ฉุกเฉินดำรงอยู่ จะต้องกระทำโดยสภาผู้แทนราษฎร โดยความยินยอมของสภาที่ปรึกษาแห่งมลรัฐ บนพื้นฐานเมื่อรัฐบาลแห่งสหพันธรัฐร้องขอ และกำหนดว่าจะต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมาก จำนวน ๒ ใน ๓ ของเสียงที่มาลงคะแนน ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นเสียงข้างมากของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในบางกรณีที่มีอุปสรรคอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้ ไม่สามารถจัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ทันเวลา หรือไม่อาจประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ครบองค์ประชุม คณะกรรมาธิการร่วมอาจทำหน้าที่แทนทั้งสภาผู้แทนราษฎรและสภาที่ ปรึกษาแห่งมลรัฐ สิ่งที่ผมเสนอสอดคล้องกับมาตรฐานที่ประเทศที่เจริญแล้วเขาทำกัน ถ้าประเทศที่เจริญแล้วที่เขามีประสบการณ์ในการเจอกับสภาวะฉุกเฉิน ยกตัวอย่างอย่าง เยอรมนีที่เขาเคยเจอเหตุการณ์อย่างกรณีฮิตเลอร์ กรณีของสงครามโลก เขายังใช้วิธีแบบนี้ได้ คำถามคือประเทศเรานี้ เราทำไม่ได้จริง ๆ หรือครับ ผมจึงขอวิงวอนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่ มีกระดูกสันหลัง ให้ช่วยกันผ่านกฎหมายฉบับนี้ ช่วยผ่านร่างฉบับนี้ ไม่ต้องไปที่ ครม. แล้วครับ ครม. มีเวลาปีกว่าแล้วครับ เกือบ ๒ ปีในการพิจารณาตัวร่างฉบับนี้ ซึ่งมีไม่กี่มาตรา การไป แบบนั้นไม่ต่างอะไรกับการเตะถ่วง ผมอยากให้พวกเราแสดงความกล้าหาญเพื่อยืนยันไป ด้วยกันว่า การจะใช้อำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ปกติ หรือสถานการณ์ พิเศษ จะต้องได้รับการตรวจสอบโดยสภา นี่คือการยืนยันถึงอำนาจของเราที่เรามีอยู่ ถ้าเรา ไม่เห็นด้วย หรือยังจะเห็นด้วยกับการเตะถ่วงแบบนี้ มันเท่ากับว่าเราปล่อยให้บางช่วงเวลา บางสถานการณ์ นายกรัฐมนตรีเป็นเผด็จการได้ นายกรัฐมนตรีเป็นทรราชย์ได้ ใช้อำนาจ อย่างไม่มีความรับผิดชอบได้ ผมส่องกระจก ผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้ท่านประธาน และผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมากี่สมัย ขอให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และขอให้เมื่อทำหน้าที่แล้ว ถ้าท่านยังยืนยันที่จะไม่เห็น ด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ ผมหวังว่าพวกท่านส่องกระจกแล้วยังจำตัวเองได้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน