ทวี สนับสนุนปรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สอดคล้องสิทธิมนุษยชน-เพิ่มกลไกตรวจสอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

ทวี สอดส่อง อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเสนอให้ปรับปรุง พ.ร.ก. ฉุกเฉินของไทยให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในแง่โครงสร้างคณะกรรมการที่ควรมีตัวแทนพื้นที่และลดบทบาททหาร รวมถึงการตรวจสอบการใช้อำนาจที่อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิและการนิรโทษกรรมที่เอื้อต่อการทุจริต โดยเฉพาะในบริบทพื้นที่ชายแดนใต้และช่วงสถานการณ์โควิดที่อาจถูกใช้ควบคุมผู้เห็นต่าง

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขออภิปรายเพื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่เสนอแก้ไขขึ้นมา ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพื่อเป็นความเข้าใจกันในเรื่องของสถานการณ์ฉุกเฉินในภาวะวิกฤติ มันเป็น เรื่องปกติของทุกประเทศที่จะต้องมี ผมได้เข้าไปสู่เวทีแลกเปลี่ยนทั้งในและต่างประเทศ ในเรื่องนี้หลายครั้ง ที่ทราบก็คือในกฎหมายของต่างประเทศ ของฝรั่งเศสบัญญัติอยู่ใน รัฐธรรมนูญ ของอเมริกาอยู่ในรัฐธรรมนูญ ของฟิลิปปินส์เป็นกฎอัยการศึกแล้วก็อยู่ใน กฎหมาย และของอินเดียก็มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ฟิลิปปินส์ก็อยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่อังกฤษ อาจจะอยู่ในกฎหมาย ก็แสดงว่าสถานการณ์ฉุกเฉินมันจำเป็นต้องมี ทีนี้ปัญหาของประเทศไทย เราก็มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ มีหลายคนก็สงสัยว่าจะมีกฎหมายชุดความมั่นคงอยู่ ๓ กฎหมาย ก็คือ ๑. กฎอัยการศึก ๒. พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๓. พ.ร.บ. ความมั่นคง ทั้ง ๓ ชุดกฎหมาย เขาเรียกว่าเป็นกฎหมายความมั่นคง แต่สำหรับกฎอัยการศึกหลายคนก็บอกว่าทำไมไม่แก้ ถ้าเราไปดูรัฐธรรมนูญตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕ รัฐธรรมนูญฉบับแรก เราก็จะพบว่าพระมหากษัตริย์ทรงไว้พระราชอำนาจในการประกาศ หรือเลิกกฎอัยการศึก และย่อหน้าต่อมาคือในรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ มาตรา ๑๗๖ และในย่อ หน้า ๒ ก็คือกรณีมีความจำเป็นประกาศใช้กฎอัยการศึกเฉพาะแห่งเป็นการรีบด่วนให้ เจ้าหน้าที่ทหารย่อมกระทำได้ตามกฎหมายกฎอัยการศึก สรุปคือประกาศโดยทหาร ยกเลิก โดยพระมหากษัตริย์ อันนี้ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมเห็นด้วยกับ การแก้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คือเราจะมี พ.ร.ก. ฉุกเฉินเหมือนในต่างประเทศ ชื่อเหมือนกัน แต่ถ้าเราไปดูเนื้อหาของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินของไทย ที่ผ่านมาถึงเวลาจะต้องเปลี่ยนผมอาจจะขอ อภิปรายขอขึ้นสไลด์ (Slide) สักนิดหนึ่งครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มาตรา ๕ ผมเห็นด้วยที่มีการแก้ที่ให้ความฉุกเฉินควรจะมีสู่สภาด้วย แต่คณะกรรมการที่มีอยู่ใน มาตรา ๖ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ เดิม คือทางคณะผู้แก้ไม่ได้ยกเลิก ผมเห็นว่าตรงนี้ มีความสำคัญมาก แล้วก็ไม่สอดคล้องกับนโยบายของพรรคประชาชาติ พรรคประชาชาติ อาจจะเป็นพรรคเดียวที่เขียนนโยบายส่งไป กกต. คือการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็มีนโยบายเกี่ยวกับกฎหมายพิเศษ เนื่องจากในมาตรา ๖ ทั้งของเดิมกับของใหม่ ท่านจะเห็นว่ามีทหารอยู่ใน พ.ร.ก. ฉุกเฉินถึง ๕ ตำแหน่ง คือใครบ้างครับ ปลัดกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการ ทหารอากาศ และ ผบ.ตร. แต่พอเรามีวิกฤติเรื่องโควิด (COVID) เราก็มี พ.ร.บ. โรคติดต่อ ที่เรามีคณะกรรมการ เราก็เอา พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งเรามีคณะกรรมการอยู่ ๒๐ คน เอาไปดู โรคติดต่อ โรคร้ายแรง ซึ่งวันนี้กำลังจะเห็นว่าพอมาใช้ก็เกิดวิกฤติคนตายจากโควิด (COVID) ไป ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ผมคิดว่าจริง ๆ ก็คือเป็นการยึดอำนาจมาจาก พ.ร.บ. โรคติดต่อ ซึ่ง พ.ร.บ. โรคติดต่อเราจะเห็นว่าตรงกับรัฐมนตรีสาธารณสุข คนในสาธารณสุขจำนวนมาก เพราะเขาต้องต่อสู้กับโควิด (COVID) แต่เนื่องจากเจตนารมณ์ของรัฐบาลต้องการที่จะคุม อำนาจก็เลยเอา พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปคุ้มครอง ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือ โลกทางกฎหมาย แต่โลกในความเป็นจริงของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้น คือเจตนามีเพื่อนสมาชิก ได้พูดไปแล้วว่าเหตุเกิดในไฟดับเมืองยะลาทั้งหมดทั้งเมือง ตอนนั้นผมก็ลงไปที่ภาคใต้ด้วย ก็ได้มีประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๔๘ เจตนาจริง ๆ พอประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก็เพื่อจะยกเลิกกฎอัยการศึก แต่วันนี้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องใช้ทุกอย่าง ทั้งกฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คือกฎอัยการศึกก็ควบคุมคนได้ ๗ วัน พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็ ควบคุมได้ ๓๐ วันและพอไปใช้ วิ.อาญาก็ควบคุมได้ ๘๔ วัน คือสรุปว่าอีก ๓๐ วันกับ ๗ วัน เป็นช่วงของการละเมิดสิทธิมนุษยชน อันนี้อยากจะเรียนไว้ พอมันเกิด พ.ร.ก. ฉุกเฉินขึ้นมา เราจะเห็นว่าเจตนาจริง ๆ ถ้าไปตรวจสอบดูสมัยที่ผมก่อนจะย้ายประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าคดี ก็คือไปดำเนินการกับคนมุสลิมทั้งหมดในภาคใต้ ตรวจสอบไม่มีคนไทยพุทธเลย เราไม่ใช่ หมายความว่า คือเจตนาก็อาจจะเป็นเช่นนั้น เพราะว่ารัฐมีความรู้สึกว่าผู้ที่ก่อเหตุทั้งหมด คือจากข้อมูลออกเป็นลักษณะอย่างนั้น เจตนาก็คือเพื่อจะใช้ในความไม่สงบมันจึงเหมือนว่า พี่น้องใน ๓ จังหวัดก็มองว่าทำไมใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินขยายทั่วไปหมด แล้วพอมาใช้ในช่วง โควิด (COVID) เราก็จะเห็นว่าแทนที่จะเป็นการป้องกันโควิด (COVID) ก็ไปเจตนาจะใช้กับนิสิตนักศึกษา หรือผู้คนที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกันรัฐบาล ก็หวังที่จะเอา พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปควบคุม ไปบังคับ ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้น ในการเสนอแก้ครั้งนี้ผมจึงอยากให้ไปปรับแก้ ถ้ารับ หลักการ ถ้ารัฐบาลเอากลับไป มาตรา ๖ ต้องมีสัดส่วนของคนในพื้นที่ของสัดส่วนที่เหมาะสม ของท้องที่ท้องถิ่น และที่สำคัญก็คือ ใน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ผมขออนุญาตเวลา สักนิดหนึ่ง มันก็จะมีหลักสำคัญคือการใช้อำนาจโดยปราศจากการตรวจสอบของ ฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายสภาอันเดิม

ประการที่ ๒ คือมีการประกาศหรือขยายเวลาโดยแบบเหมือนตามอำเภอใจ

อีกประการต่อมาก็คือการปฏิบัติภารกิจ ยึดถึงความมั่นคงของรัฐมากกว่า ความมั่นคงของประชาชน จึงเป็นเหตุถึงความขัดแย้ง และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือมีการ คุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา คือการไม่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นช่องมาถึงการไม่โปร่งใส การคอร์รัปชัน แม้แต่คราวที่แล้วมีรายงานของ สตง. และ กรมบัญชีกลาง เมื่อไปตรวจสอบ สตง. สตง. ยังมีความบกพร่องเลย และเมื่อทหาร หรือข้าราชการตำรวจหรือพลเรือน ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่แล้วไม่ตรวจสอบมันก็ส่งผลไปสู่ ทางการละเมิด แล้วการละเมิดก็ได้รับนิรโทษกรรมโดยกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้นจึงถึงเวลาที่ ควรจะแก้ครับ กราบขอบพระคุณครับมากครับ