กมลศักดิ์ ยื่นข้อเสนอยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินทั้งฉบับ เสนอร่างใหม่ถ่วงดุลอำนาจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อภิปรายเสนอให้ยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งฉบับและร่างกฎหมายใหม่แทน โดยชี้ว่ากฎหมายเดิมที่ใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มา 17 ปี สร้างช่องว่างอำนาจเจ้าหน้าที่ในการควบคุมตัวประชาชนโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมปกติ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมและเติมเชื้อไฟขัดแย้ง จึงวิงวอนให้สภาพิจารณาแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 2560 และสร้างกลไกถ่วงดุลการต่ออายุกฎหมายอย่างโปร่งใส

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะและอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายแสดงความเห็นตามพระราชกำหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. .... ที่ท่านรังสิมันต์ โรม และคณะ ได้ยื่นต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ในฐานะที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นต้นเหตุที่มา ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๒๕๔๘ ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นเวลา ๑๗ ปีคงอยู่นิ่งไม่ได้ ที่จะไม่อภิปรายเรื่องนี้ ผมอ่านเนื้อหาสาระที่ท่านรังสิมันต์ได้ยื่นเข้ามาแล้ว หลายเรื่อง ตรงประเด็นตรงใจกับที่ผมและพรรคประชาชาติเราได้คิดที่จะให้มีการแก้ไขยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินอยู่ก่อนแล้ว อาจจะมีบางข้อบางประเด็นที่เราเห็นว่าจะต้องมีการเสริมเติมแต่ง ในเนื้อหาสาระกับข้อเท็จจริงที่ผลกระทบจริง ๆ กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กับกฎหมายฉบับนี้ นั่นเป็นเรื่องปลีกย่อย แต่โดยหลักการและเหตุผล ผมและพรรค ประชาชาติเราสนับสนุน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งของท่านรังสิมันต์นี้เป็นการยกเลิกทั้งฉบับ และมีการร่างใหม่ทั้งฉบับ ท่านประธานครับ ๑๗ ปีอยู่ในวังวน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่อื่นรัฐบาล แต่ละสมัยมีการประกาศใช้เป็นครั้งเป็นคราว แต่พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้เราอยู่กับ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมา ๑๗ ปีแล้วครับ ตั้งแต่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ถ้าเด็กแรก เกิดสมัยนั้นที่เกิดปี พ.ศ. ๒๕๔๘ วันนี้ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เขาเกือบบรรลุนิติภาวะ และบางคน บางรายตอนที่ประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเขาเพิ่งแรกเกิด แต่มาวันนี้เขาอาจจะเป็นคนหนึ่ง ที่ถูกเชิญตัวกับเจ้าหน้าที่ในฐานะผู้ต้องสงสัย ผมเห็นด้วยในหลักการที่ว่าให้มีการถ่วงดุลการต่ออายุของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ทุกครั้ง ๓ เดือนครั้งกับกฎหมายเดิมที่มีอยู่ประชาชนในพื้นที่ไม่รู้เลย บางที เรา ส.ส. ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนก็ไม่ทราบว่ามีการต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๓ เดือนครั้งตามกฎหมายฉบับเดิม เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับใหม่ที่ท่านรังสิมันต์ได้ยื่น เข้ามา ๓๐ วันต่ออายุครั้งหนึ่งโดยผ่านระบบรัฐสภา นั่นคือการถ่วงดุล ท่านประธานครับ สิ่ง ที่เป็นปัญหาสำคัญที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ การให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ในการ ปฏิบัติงาน ฝ่ายเจ้าหน้าที่เขาก็มองว่า หากไม่มี พ.ร.ก. ฉุกเฉินเข้าแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ ยากในการแก้ปัญหา ใช่ครับ มันง่ายในการปฏิบัติงาน แต่มันยากที่จะ แก้ไขปัญหาที่มันก่อให้เกิดความรู้สึกทางใจอยู่จนถึงทุกวันนี้กับคนที่ได้รับผลกระทบ อะไรละครับ ระยะเวลา การควบคุมตัวตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๗ วันครั้ง จนกระทั่งครบ ๓๐ วันที่ให้อำนาจ ไม่ต้องใช้กฎหมายปกติ กล่าวคือ เวลามีข้อสงสัยกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์ เจ้าหน้าที่สามารถที่จะเข้าไปตรวจค้น ควบคุมตัวแล้วก็พาไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่ ทำการสถานีตำรวจ ไม่ใช่ที่ทำการของพนักงานสอบสวน เรือนจำหรือที่ราชการอื่น ๆ เป็น สถานที่ที่ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่เป็นคนกำหนดเสียเอง ตรงนี้ละครับคือช่องว่างในการให้อำนาจ กับเจ้าหน้าที่ หลายเคส (Case) หลายกรณีผมพูดในสภาแห่งนี้มาโดยตลอด หลายครั้งที่เรา หยิบยกข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ฉายคลิปวิดีโอ (Video) ในสภาแห่งนี้ ล่าสุดท่าน ส.ส. กูเฮงก็ เอาคลิปวิดีโอ (Clip video) ที่พี่น้องได้รับผลกระทบจากการที่เจ้าหน้าที่ไปปิดล้อมตรวจค้น โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่บ้านบ่อทอง ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราก็ส่งเสียงสะท้อนตลอดว่า พอเถอะ ยกเลิกเถอะ แก้ไขเถอะ แต่ฝ่ายบริหารก็ยังนิ่งเฉย เพราะยังเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ท่านประธานครับ ปัญหามัน จะต้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฉบับที่เราใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้มันมี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญเราใช้มาฉบับปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ถ้าเราไปดูใน หมวด ๓ เรื่องสิทธิเสรีภาพ ไปดูในหมวด ๕ เรื่องแนวนโยบายของรัฐ มาตรา ๗๗ บัญญัติไว้ ชัดเจนว่า กฎหมายจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้เท่าทันกับสถานการณ์ ถึงเวลาแล้วครับที่ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่บังคับใช้กับพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับ ๔ อำเภอในจังหวัดสงขลา ที่ฝ่ายบริหารจะต้องมีความจริงจัง จริงใจในการที่จะมาทบทวน เพราะว่าหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ท่านใช้บังคับอยู่มันก่อให้เกิดความรู้สึกในใจไม่จบสิ้น และมันก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่เป็น ธรรมตกทอดเป็นมรดกอย่างไม่จบสิ้น ขอสภาแห่งนี้ขอวิงวอนให้เพื่อนสมาชิกได้ใช้ดุลยพินิจ พิจารณา เรามาช่วยเอาน้ำเย็นมาราดกองไฟ เพราะว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินฉบับนี้มันไม่ทำให้ไฟใต้ มันดับมอดเสียทีเดียว แต่มันกำลังจะเติมเชื้อไฟไปทีละนิด มันไม่มอด มันจะมีฝุ่นกองไฟอยู่ แล้วก็ถ้ายิ่งใช้หนัก ถ้าใช้ดุลยพินิจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินการปิดล้อม ตรวจค้นโดยลุแก่อำนาจ กองไฟฝุ่นละอองเหล่านี้มันจะก่อเป็นไฟเกิดขึ้นใหม่ในวันข้างหน้า ขอขอบคุณครับ