วิรัช พันธุมะผล อภิปรายร่างแก้ไขพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมในการตั้งตุลาการในคดีระหว่างรัฐกับเอกชน พร้อมยกตัวอย่างกรณีข้อพิพาทที่ทำให้รัฐต้องชดใช้เงินจำนวนมหาศาล เช่น คดีคลองด่านและโฮปเวลล์ เห็นควรทบทวนทั้งกระบวนการตัดสิน ค่าป่วยการ และเสนอให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนอย่างรอบด้าน
ขอบคุณครับ ขอโทษครับ กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เพื่อชาติ เพื่อประชาชน ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ ก่อนอื่นผมจะเรียนว่าทำไมผมเกิดความคิดขึ้นมาว่า จะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ ผมขออนุญาตอธิบายให้พี่น้องประชาชน ผ่านท่านสภาผู้แทนราษฎรว่า ในการตั้งกรรมการอนุญาโตตุลาการเมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้นมา โจทก์ฝ่ายหนึ่ง จำเลยฝ่ายหนึ่งจะตั้งคนของตนเองขึ้นมา ๑ คน เพื่อร่วมกันเป็น อนุญาโตตุลาการ และ ๒ คนนี้ก็จะตั้งอีกคนหนึ่งเป็นอนุญาโตตุลาการคือ จะประกอบด้วย อนุญาโตตุลาการ ๓ คน นี่เป็นเรื่องปกติ แต่อาจจะมีในกรณีอื่นผมไม่ยกมา จะตั้ง ๑ คน ๔ คน ๕ คน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่โดยปกติแล้วจะตั้งอนุญาโตตุลาการรวม ๓ คน คือฝ่ายโจทก์ ข้างหนึ่ง ฝ่ายจำเลยข้างหนึ่ง และฝ่ายเป็นกลางข้างหนึ่ง ทีนี้ทำไมผมถึงมาแก้ไขกฎหมาย ตัวนี้ครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตมีประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งลงนามโดยนายศราวุธ เบญจกุล ได้ประกาศว่าด้วยอัตราค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม ทุนทรัพย์ไม่เกิน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อคน ตั้งแต่ ๒,๕๐๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐,๐๐๐ ๑๕๐,๐๐๐ คูณด้วย ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ของส่วนที่เกิน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท สูงสุดไม่เกิน ๗๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือ ขออนุญาตครับผมไม่ได้ไปให้ทางโสตทัศนูปกรณ์ถ่ายให้ดูเพราะว่ากะทันหัน และผมยืนยันว่า เป็นเอกสารที่แท้จริงลงนามโดยนายศราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพราะว่าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมีท่าน ส.ส. เคยท้วงถามว่าผมเอามาจากไหน ผมไม่ได้เขียนเองเขา ถ่ายมาให้ผมครับ ทีนี้ต่อไป ทำไมจึงมาคัดค้าน ท่านครับ โจทก์ฝ่ายหนึ่ง จำเลยฝ่ายหนึ่งถ้าเป็นบุคคลเอกชนต่อเอกชนผมไม่ได้สนใจครับ เพราะเป็นเรื่องของการรักษาประโยชน์ของแต่ละฝ่าย ทีนี้ในกรณีที่รัฐกับเอกชนเป็นคู่สัญญา ท่านลองคิดดูสิครับ รัฐตั้งคนหนึ่ง เอกชนตั้งคนหนึ่งและอีกคนหนึ่ง ๒ คนตั้ง ท่านทั้งสาม ไม่ได้เป็นข้าราชการตุลาการ เป็นอดีตข้าราชการ เป็นอดีตใครก็ไม่รู้ที่สำนักงานสถาบัน อนุญาโตตุลาการได้รับขึ้นทะเบียนเป็นอนุญาโตตุลาการ ๓ คนนี้ท่านลองคิดดูสิครับว่า รัฐจะเอาเงินที่ไหนไปละครับ ที่จะไปบอกว่าคุณช่วยอีกฝ่ายหนึ่งนะครับ แต่เอกชนที่เป็น คู่กรณีกับรัฐย่อมได้เปรียบตลอดเวลา สามารถที่จะมีการล็อบบี้ยิสต์ (Lobbyist) หรือจะทำ อย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้คดีที่รัฐเป็นคู่กรณีแพ้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่นกรณีทางด่วน ตรงบางนา-ตราด อนุญาโตตุลาการตัดสินให้รัฐแพ้ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นตัวอย่าง ที่ ๑ ครับ แต่ต่อมาคดีนี้ทำไมผมถึงแก้ เดี๋ยวผมอ่านกฎหมายก่อน มาตรา ๔๐ เขาเขียนไว้ อย่างนี้ครับ ขออนุญาตอ่าน เพราะถ้าไม่อ่านนี่ก็คงไม่รู้จะพูดอย่างไรมันยาวมากครับ มาตรา ๔๐ บอกว่า การคัดค้านคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการอาจกระทำได้โดยขอให้ศาลที่มี เขตอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาดตามที่บัญญัติในมาตรานี้ ผมเอาสั้น ๆ นะครับ ให้ศาลเพิกถอน คำชี้ขาดในกรณีดังต่อไปนี้ ๑. คู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดสามารถพิสูจน์ได้ว่า คู่สัญญาตามสัญญาอนุญาโตตุลาการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้บกพร่องในความสามารถตาม กฎหมายที่ใช้บังคับแก่คู่สัญญาฝ่ายนั้น ๑. เรื่องความสามารถ ๒. สัญญาอนุญาโตตุลาการไม่ มีผลผูกพันตามกฎหมายแห่งประเทศที่คู่พิพาทได้ตกลงกันหรือตามกฎหมายไทยในกรณีที่ ไม่มีข้อตกลงดังกล่าว ๓. ไม่เคยแจ้งให้ผู้พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดรู้ล่วงหน้า โดยชอบถึงการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ หรือการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ หรือบุคคลดังกล่าวไม่สามารถเข้าต่อสู้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการได้เพราะเหตุประการอื่น ง. คำชี้ขาดข้อพิพาทซึ่งไม่อยู่ในขอบของสัญญาอนุญาโตตุลาการหรือคำวินิจฉัย จ. องค์ประกอบของคณะอนุญาโตตุลาการหรือกระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการมิได้ เป็นไปตามที่คู่พิพาทได้ตกลงไว้ เมื่อมีปรากฏต่อศาลว่าคำชี้ขาดนั้นเกี่ยวกับข้อพิพาทไม่ สามารถจะระงับโดยการอนุญาโตตุลาการ หรือการยอมรับ หรือบังคับตามคำชี้ขาดเป็นการ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน นี่คือกฎหมายเก่าครับ กฎหมาย เขียนไว้ว่า เมื่ออนุญาโตตุลาการตัดสินแล้วการจะอุทธรณ์ต่อศาลต้องเป็นกรณีอยู่ตรงนี้ครับ ไม่ได้เขียนเลยว่าศาลสามารถที่จะเข้าไปดูในข้อเท็จจริง คือผมขออธิบายต่อไป อนุญาโตตุลาการที่ตั้งขึ้นมาเขาก็จะเอาข้อเท็จจริงจากฝ่ายโจทก์ ฝ่ายจำเลย ลักษณะคล้าย ๆ กับเป็นการไต่สวน ไม่ใช่การพิจารณาเหมือนวิธีพิจารณาความในศาลแพ่งในคดีแพ่งทั่วไป เพราะฉะนั้นการรวบรวมเอกสารก็อยู่ที่อนุญาโตตุลาการที่จะรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อ กฎหมาย เมื่อตัดสินไปแล้วในมาตรา ๔๐ จะอุทธรณ์ต่อศาลได้เฉพาะในกรณีเล็ก ๆ กรณีที่ ผมอ่านนิดเดียวครับ ไม่สามารถอธิบายว่าข้อเท็จจริงที่อนุญาโตตุลาการฟังมาถูกหรือไม่ถูก อย่างไร ผิดหรือไม่ หรือคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริงอย่างไร นอกจากนี้แล้วศาลก็ไม่ สามารถจะชี้ปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดตามข้อเท็จจริงที่ อนุญาโตตุลาการหรือว่าจะพิสูจน์ทีหลังได้ว่าผิดกฎหมายหรือผิดถูกหรืออย่างไร จะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชดใช้ นี่คือเหตุผลที่ทำไมไปจำกัดอำนาจศาลของเรา ซึ่งประเทศไทยเรา มีอำนาจอธิปไตย ทีนี้ท่านบอกว่า ทำไมคุณวิรัชไม่ไปอ่านหรือ นิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York Convention) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ ที่ผมถืออยู่ ผมไม่ได้ถ่ายเพราะคราวที่แล้วผม ถ่ายมาทีหนึ่งแล้ว ส่งให้ท่านดูแล้ว ประกาศประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วย การยอมรับ นับถือ และใช้บังคับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ไม่ใช่ประเทศไทย อ่านดี ๆ ท่านทั้งหลายที่จะโต้แย้งกับผมท่านอ่านก่อนว่าเป็นเรื่องต่างประเทศ เป็นกรณี ที่เป็นข้อพิพาทที่ไปพิพาทในต่างประเทศ พิจารณาในต่างประเทศ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าใน ประเทศไทย และถ้าท่านจะให้ผมอ่าน ผมอุตส่าห์ให้กระทรวงการต่างประเทศครับ ทำแปล ชั่วคราวของอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับ และการใช้บังคับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ต่างประเทศ ซึ่งที่ประชุมได้รับในการประชุมครั้งที่ ๒๔ ทั้งหมดมี ๑๖ ข้อ ในนี้ถ้าท่านไม่เชื่อผม เอาจากผมไปได้ ไม่มีการจำกัดอำนาจศาล ไม่ได้จำกัดว่าศาลในประเทศนั้น ถ้าเกิดใน ประเทศไทย ศาลไทยมีอำนาจอย่างไร ผมยืนยันได้ ผมอ่านทุกคำไม่มีครับ ถ้าท่านไม่เชื่อผม ท่านมาอ่าน ใครอ้างอันนี้ให้มาอ่านว่ามีที่ไหนบ้าง และผมยืนยันว่าผมมีหลักฐานว่า พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน ที่เราใช้อยู่คือ พระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ มีการแก้ไขมาแล้ว ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ คือใน พระราชบัญญัติตัวนี้เราก็มีการแก้ไขหลายครั้งมาหลายครั้ง ทีนี้ด้วยเหตุผลดังกล่าว นิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York Convention) หรือเมื่อสักครู่ผมอ่านภาษาไทยยาว ๆ ประกาศ อนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการใช้บังคับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ต่างประเทศ เป็นเรื่องต่างประเทศนะครับ ผมยืนยันว่าต่างประเทศเพราะมันเป็นภาษาไทย ว่าต่างประเทศ และในพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการที่ใช้อยู่ปัจจุบันก็มีการแก้ไขมาแล้ว ไม่ได้ห้ามครับ สนธิสัญญานั้นไม่ได้ห้ามให้มีการแก้ไข พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ ทีนี้ เรื่องที่ผมจะยกตัวอย่าง ทำไมผมเกิดความนึกคิดขึ้นมาตั้งแต่ขออนุญาตกล่าวอ้างถึง ตอนผม อยู่พรรคอนาคตใหม่ และอยู่พรรคภูมิใจไทย ผมได้รับความเห็นชอบจากท่านสมาชิก พรรคอนาคตใหม่ และต่อมาได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ร่วมกันลงชื่อครั้งแรกโดยพรรคอนาคตใหม่ ครั้งที่ ๒ โดยพรรคภูมิใจไทย ลงชื่อสนับสนุนให้ ผมเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการที่ผมขอแก้ ผมอ่านให้ฟังครับ ผมแก้เพิ่มเติม ในมาตรา ๔๐/๑ ก่อนที่ผมจะอ่านผมจะบอกว่า ทั้งคดีที่ ๑ ผมยกตัวอย่างที่บางนา-ตราด ที่อนุญาโตตุลาการตัดสินให้รัฐบาลไทยจ่ายถึง ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ศาลฎีกาท่านได้ กรุณาประเทศไทยมากครับ ผมไม่ขอเอ่ยชื่อประธานศาลฎีกาตอนนั้น ซึ่งผมรู้จักกัน ท่านได้ กรุณาตัดสินว่า เจ้าหน้าที่ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยและอนุญาโตตุลาการมี พฤติกรรมไม่สุจริต จึงพิพากษายกฟ้องยกเลิกคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ นี่เป็นเรื่อง ที่เห็นใหญ่ ๆ
เรื่องที่ ๒ ที่ท่านพี่น้องประชาชน รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านเห็น อยู่ครับ เรื่องกรณีคลองด่าน กรณีคลองด่านเหมือนกันครับ ถูกอนุญาโตตุลาการบังคับให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมชดใช้หมื่นล้านครับ แต่ด้วยความสามารถของนิติกรของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอาเรื่องเข้าสู่ศาลปกครองครับ ศาลปกครองกลางได้ พิพากษาให้ยกเลิกคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ปกครองกลาง นี่คือผลงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ถือว่ายอดเยี่ยม แต่ไม่รู้ว่าตอนนั้นใครเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม คดีที่ ๓ เห็นชัด ๆ โฮปเวลล์ (Hopewell) ท่านเห็นเสาที่โด่เด่ไหมครับ เสาที่โด่เด่ อยู่ทั้งหลาย อนุญาโตตุลาการเขาตัดสินว่าให้ประเทศไทยใช้หมื่นล้าน ท่านนึกภาพไหมครับ โฮปเวลล์ (Hopewell) ตั้งแต่สมัยไหนท่านรู้ไหมครับ ขอเอ่ยชื่อ ตั้งแต่สมัยท่านมนตรี พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสมัยโน้น ตั้งแต่ผมยังเด็ก ๆ อยู่ ผมนี้ ๘๐ ปีแล้วครับ จนบัดนี้ศาลเพิ่งตัดสินเมื่อปีที่แล้วว่า ให้รัฐบาลไทยจ่ายหมื่นล้าน โอ้โหผมเขาทรุดเลยครับ ผมเป็นประชาชนคนหนึ่ง หมื่นล้านนี้ผม ๑ คน ผมต้องเสียภาษีเท่าไรเอา ๖๖ ล้านหารเข้าไป สิครับ ทุกคนเป็นหนี้หมดละครับ เป็นหนี้โฮปเวลล์ (Hopewell) หมด ทั้ง ๆ ที่เราเห็นเสาโด่ เด่อยู่อย่างนั้น แล้วศาลปกครองชั้นต้นตอนนี้ท่านยังให้เราชนะหรือแพ้ผมก็ไม่รู้ครับ มีการ อุทธรณ์ไปที่ศาลปกครองอยู่ครับ คดียังอยู่ระหว่างที่เราอาจจะต้องชดใช้กรรมที่ อนุญาโตตุลาการทั้งหลายที่ตัดสินไว้ นี่ นี่คดีใหญ่ ๆ ๓ เรื่อง ที่รัฐต้องยอมรับใน อนุญาโตตุลาการ แต่เรายังมีอีก ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือศาลฎีกาช่วยเราแล้ว ยังอีก ๒ เรื่องยัง อยู่ระหว่างศาลปกครองที่จะพิจารณาสูงสุด ที่จะพิจารณาต่อไป นี่ละครับ ด้วยเหตุผล ดังกล่าวผมจึงเสนอให้มีมาตรา ๔๐/๑ ผมขออ่านให้ฟัง ว่าการคัดค้านคำชี้ขาดของคณะ อนุญาโตตุลาการในคดีข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน ผมเอาเฉพาะคดี ระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชนครับ ผมไม่ยุ่งเอกชนต่อเอกชนนะครับ เพราะผมเชื่อว่า ประเทศไทยเราไม่จำเป็นต้องง้อต่างประเทศมาลงทุนในกิจการสาธารณูปโภคแล้วครับ เราแข็งแรงพอแล้วครับ ถ้าอยากจะมาลงทุนในประเทศไทยก็ต้องยอมรับในกฎหมายของเรา อ่านต่อนะครับ ในคดีข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจ ศาลปกครอง คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ นั้นได้ โดยยื่นคำร้องต่อศาลปกครองชั้นต้นที่มีเขตอำนาจภายใน ๙๐ วันนับแต่วันที่ได้รับ สำเนาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ วรรคสอง ในการพิจารณาคำขอให้เพิกถอนคำชี้ขาด ตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลปกครองมีอำนาจไต่สวน ผมอ่านช้า ๆ ศาลปกครองมีอำนาจไต่สวน พิจารณาพิพากษาได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีพิพาท โดยไม่ต้องคำนึงถึง ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการได้ นี่แนวคิดอย่างเดียว ป.ป.ช. กฎหมาย ป.ป.ช. ก็เขียนอย่างนี้คล้าย ๆ กันว่า คำวินิจฉัยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายของ ป.ป.ช. คณะกรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการทั่วไปไม่สามารถที่จะไปโต้แย้งได้ ต้องถือเอา คำวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของ ป.ป.ช. เป็นหลักในการวินิจฉัยการลงโทษ ข้าราชการ นี่ในแนวเดียวกันครับ เราเปิดโอกาสให้อำนาจอธิปไตยแก่ศาลของเรา ในหลวง ร. ๕ ท่านได้ทรงปลดปล่อยอำนาจอธิปไตยของไทยเรา ให้ศาลไทยมีอำนาจอธิปไตย แต่เรา ทำไมเอากฎหมายอนุญาโตตุลาการมาผูกขาเราไว้ ผูกศาลให้มีอำนาจแค่นิดเดียว ทีนี้เมื่อผมเสนอร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ ผมพูดไว้แต่ทีแรก ผมเสนอตอนที่ผมยัง อยู่พรรคอนาคตใหม่ ต่อมาผมมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ตอนอยู่พรรคอนาคตใหม่ท่านก็ได้ ให้ความเห็นชอบลงนามกับผมมา ต่อมาผมมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ท่านสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ก็ได้ให้ความเห็นชอบผมเพื่อสนับสนุนลงชื่อครบใหม่อีก ๒๕ คนใหม่ เพื่อเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรครับ และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ ได้เขียน เอาไว้ว่าในการร่างกฎหมายนั้นให้ฟังความเห็นของประชาชน ให้รับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนผมอ่านให้ฟัง สุดท้ายที่เขียนไว้ว่า ประโยชน์ที่ประชาชนและสังคมจะได้รับ เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จะก่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อคดีพิพาทระหว่างหน่วยงาน ของรัฐและภาคเอกชนที่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง เป็นการเปิดโอกาสให้คู่พิพาทสามารถ ร้องคัดค้านคำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการในคดีปกครองได้ โดยให้ความเป็นอิสระ ต่อศาลปกครองสูงสุดในการพิจารณาไต่สวนเพื่อมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของ อนุญาโตตุลาการได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมายในชั้นอนุญาโตตุลาการ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ข้อพิพาทสามารถร้องขอให้ศาล ปกครองสูงสุดพิจารณาพิพากษาที่ไม่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ได้ด้วย นี่คือเหตุผล ทำไมผมเสนอ จากข้อเท็จจริงที่ผมจำเป็นต้องเสนอ ข้อกฎหมายที่ผมเสนอแล้วขัดกับ สนธิสัญญาว่าด้วยการยอมรับหรือไม่ ไม่ผิดครับ ผมยืนยันว่าไม่ผิด ถ้าท่านผู้ใดว่าผิดท่านช่วย อ่านตัวนี้ก่อนก่อนจะพูดนะครับ ก่อนจะพูดนี้แม้แต่ผู้ชี้แจงจากกฤษฎีกาก็ตาม ขอให้อ่าน ตัวนี้ก่อนและถ้าบอกตัวไหนมีผมก็ยอมรับ ผมยอมรับผิดถ้ามี ไม่มีเลยครับ ที่ไหนบอกว่า ที่จะไม่ให้แก้ไขอำนาจพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการหรือจำกัดอำนาจของศาลไทย แต่ผมไม่ได้ตัดสิทธิ เบื้องต้นจะเสนอต่ออนุญาโตตุลาการก่อน แต่ศาลย่อมมีอำนาจที่จะ พิจารณาพิพากษาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนผู้เสียภาษี พรรคภูมิใจไทยเรายืนหยัดที่จะรักษาผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชน ขออนุญาตรวมถึงพรรคอนาคตใหม่ของผมด้วย เรายืนหยัดที่เราจะรักษาไว้ซึ่ง ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนผู้เสียภาษีไม่ให้ตกเป็นทาสของคำชี้ขาดที่เกิดจากการ ไม่สามารถควบคุมได้ของอนุญาโตตุลาการ ผมจึงขอเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ เพื่อเพิ่มเติมให้ศาลไทยมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายกราบขอบพระคุณครับ