ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชัดเจนของมติคณะรัฐมนตรีในการไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ. พร้อมเรียกร้องความโปร่งใสและความชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นบรรทัดฐาน ทั้งตั้งคำถามต่อกระบวนการพิจารณาที่รวดเร็วและจำกัดหน่วยงานที่ให้ความเห็น รวมถึงการอ้างข้อบังคับของประธานศาลฎีกา พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงจุดยืนและเหตุผลที่เพียงพอเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างทั่วถึง
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมต้องขออนุญาตใช้เวลาในสภาแห่งนี้ ต้องขอประทานโทษทุกท่านจริง ๆ ครับ ผมไม่ได้อภิปรายในขั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ เพราะเห็นว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายและการอภิปรายนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันครับ ก็คือทิศทางที่เห็นว่า หลักประกันสิทธิและเสรีภาพในการประกันตัวของผู้ถูกกล่าวหาทุกคนนั้นเป็นหลักประกัน สิทธิขั้นพื้นฐานที่ไม่ต้องใช้กฎหมายหรือใด ๆ แต่ใช้หัวใจในการตัดสินก็ย่อมรู้ว่าพวกเขา มีสิทธิที่จะได้รับการประกันตัว แต่อย่างไรก็ตามครับ เมื่อสภาแห่งนี้ลงมติขอเวลา ๖๐ วัน ว่าเราจะทำตามสัญญาให้กลับมาใน ๖๐ วันนั้น พวกผมก็เห็นว่ายอมรับได้ เพราะถ้าท่าน ใช้เวลา ๖๐ วันจริง ๆ ในการศึกษาลงรายละเอียดทั้งหมดและตอบสภาแห่งนี้ถึงเหตุและผล ว่าคณะรัฐมนตรีจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในหลักการก็ต้องเรื่องเป็นเหตุและผลที่สามารถ ฟังขึ้นจริง ๆ ครับ แต่ผมมาอ่านเอกสาร ๒ ฉบับด้วยกัน ก็คือฉบับที่ลงนามโดยเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ฉบับลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ท่านอ้างว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ๑. คือรับทราบข้อสังเกต ๒. คือให้ส่งคืนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก่อนรับ หลักการไปยังสภาผู้แทนราษฎรพร้อมแจ้งข้อสังเกตดังกล่าวไป ด้วยความเคารพครับ ผมเจอเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ท่านก็บอกว่านี่เป็นครั้งแรกของสภาที่มีการใช้กระบวนการ แบบนี้ ผมอ่านทั้งหมดแล้วในหน้าแรกก่อน ผมไม่เห็นข้อความใดเลยที่บอกว่า คณะรัฐมนตรีมีมติไม่เห็นด้วย หรือไม่เห็นชอบที่จะไม่รับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อ่านไม่เจอเลยครับ ถ้าเจอต้องขอประทานโทษให้ท่านชี้หน่อยว่าเขียนอยู่ในวรรคใด บรรทัดใด คำที่เท่าใดในบรรทัดนั้น เพราะนี่จะเป็นบรรทัดฐานที่จะนำไปสู่การพิจารณาในร่างฉบับอื่น ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ. สรรพสามิต พ.ร.บ. การแก้ไข พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ร.บ. การแก้ไขประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์เรื่องสมรสเท่าเทียมที่กำลังจะรอพิจารณา และผมมั่นใจว่าจะได้รับการ พิจารณาในวันนี้ ผมขอแนวปฏิบัติครับ ส.ส. สมัยแรก แต่อ่านทุกตัวอักษรแล้วไม่พบข้อความ ดังกล่าว ก็ต้องขอความชัดเจนเป็นประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เอาเอกสารแนบก็ได้ครับ เอกสารแนบที่มา จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงวันที่ ๑๘ มกราคม ส่งไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งว่ากันว่านั่นคือเอกสารที่พูดกันง่าย ๆ ก็คือว่าจะมีกระบวนการในการขอความเห็นจาก หน่วยงานต่าง ๆ หนังสือฉบับนี้ออกไป ๑๘ มกราคม อ้างถึงหนังสือสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีต่าง ๆ กันไป แต่ท้ายที่สุดบอกว่าให้แจ้งผลการพิจารณาไปยังสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีภายใน ๒๑ มกราคม ปี ๒๕๖๕ ประเทศนี้เรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศท่านจะเอากัน ๓ วันจริง ๆ หรือครับ ผมยังไม่ได้ไปเปิดดู ๑๖ ๑๗ ๑๘ มกราคม ๑๙ ก็ได้ครับ รวมถึง ๒๐ ๒๑ มันตรงกับวันใดบ้าง มีวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ไหม มีวันหยุดราชการ มีวันหยุดใด ๆ ต่าง ๆ มีเวิร์ค ฟรอม โฮม (Work from home) หรือไม่ ไม่ทราบ แต่ท่านจะเอากันแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหมครับว่าการรับฟัง ความคิดเห็นการถามความคิดเห็นในเรื่องสำคัญขนาดนี้ท่านใช้เวลาแค่ ๔-๕ วัน แล้วพออ่าน เนื้อหารายละเอียดยิ่งรับไม่ได้ใหญ่ครับ ความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีทั้งหมด ๔ หน่วยงาน สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด ประเทศนี้มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ยุติธรรมแค่นี้หรือครับ ปีหน้าก็ไม่ต้องของบประมาณครับหน่วยงานอื่นที่เหลือ แต่ถ้าเขาไม่ได้ รับหนังสือฉบับนี้โทษเขาไม่ได้เลยครับ กระทรวงยุติธรรมอยู่ตรงใดในเอกสารตรงนี้ครับ หรือเพราะถือว่าเป็น ครม. อยู่แล้วไม่ต้องถาม ทีดีอาร์ไอ (TDRI) อยู่ตรงใดในเอกสารฉบับนี้ หรือถือว่านั่นคือเอกชนที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ผมเอ่ยชื่อภาษาอังกฤษผิดต้องขอประทานโทษ ซีซีไอเจ (CCIJ) หรือทีไอซีเจ (TICJ) อยู่ตรงใดในคำถามตรงนี้ครับ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กร อิสระ แล้วมีหน้าที่หนึ่งเขียนว่า ให้มีหน้าที่ในการให้คำแนะนำกับคณะรัฐมนตรีในเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนอยู่ตรงไหนในเอกสารที่ท่านถามไปครับ ไม่ว่ากัน ถามไม่ครบไม่ว่า แต่ ๔ หน่วยงานที่ท่านถามไป ๒ หน่วยงานเขาไม่ได้บอกนะครับว่าเขาแย้ง หน่วยงานแรกก็ คือสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติบอกเห็นด้วยทุกประการ เพียงแต่ว่าขอให้ศึกษา รายละเอียดเพิ่มเติมหน่อยได้ไหม มีการศึกษาวิจัยใด ๆ ต่าง ๆ ไหม ซึ่งผมก็ยืนยันว่า มีวิทยานิพนธ์ มีการศึกษาวิจัยเยอะแยะไปหมดในประเทศไทย ให้ผมค้นให้ขอ ๒ นาที ถ้าท่าน ต่อเวลาให้ผม ผมก็ค้นให้ท่านได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติบอกว่าปัญหาของเขา คือการ ติดตามจับกุมผู้ต้องหาเท่านั้นซึ่งเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ เมื่อสักครู่ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ก็พูดชัดว่า อย่าเอาปัญหาในทางปฏิบัติมาใส่แล้วเป็นปัญหานำไปสู่การไม่ใช้ หลักการการเคารพสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหา สำนักงานอัยการยิ่งแล้ว ใหญ่เลยครับ แทนที่จะบอกสำนักงานศาลยุติธรรม ก็ไปอ้างคำแนะนำของประธานศาลฎีกา ซึ่งเป็นกฎหมายลำดับรอง สำนักงานอัยการยิ่งแล้วใหญ่เลยครับ แทนที่จะให้ความเห็น ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายแห่งรัฐ ท่านไปอ้างข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการเรียกประกัน ปี ๒๕๔๘ ท่านให้ความเห็นในที่ปรึกษาของรัฐสิครับ ในเมื่อท่านเรียกร้องจะเป็นองค์กรอีกองค์กรหนึ่งตามรัฐธรรมนูญที่เรียกว่า องค์กรอัยการ ทำไมท่านไม่ให้ความเห็นในฐานะที่ท่านเป็นอัยการ แต่ท่านไปอ้างของศาล ดุลยภาพของ พี่น้องประชาชนอยู่ตรงใด ๔ หน่วยงานเท่านั้นนะครับ ส่วนสำนักงานกฤษฎีกาท่านอ้าง ข้อกฎหมายเยอะแยะไปหมดครับ แต่ท่านไปตบท้ายย่อหน้าสุดท้ายบอกว่า นอกจากนี้ ข้อบังคับประธานศาลฎีกา พูดง่าย ๆ ก็คือไปเอาว่าประธานศาลฎีกาบอกว่าอย่างไร ผมก็ต้องใช้เวลาถามต่อจริง ๆ เพราะข้อบังคับประธานศาลฎีกาตอนท้ายนี่ เป็นข้อที่ต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ในการให้ประกัน แต่ท่านก็ทราบในความเป็นจริงว่าน้อง ๆ เยาวชน นิสิต นักศึกษา ผู้ต้องหาการเมืองจำนวน มากไม่ได้รับการประกัน เพราะเขาบอกว่ามีแนวโน้มจะกระทำความผิดซ้ำซึ่งก็ไม่ได้ถูกเขียน ในนี้อีก ฉะนั้นภาพรวมทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมเรียนถามตามเอกสารทุกประการไม่ได้ พูดนอกเอกสารที่ท่านอ้างมาเลยครับ ถามกันง่าย ๆ ย้ำอีกรอบหนึ่งว่า ๑. คณะรัฐมนตรี เห็นว่าอย่างไรกันแน่ เอา ไม่เอา ชอบ ไม่ชอบ รับ ไม่รับ อยู่ตรงใด หน้าใดในมติคณะรัฐมนตรี กับ ๒. เหตุและผลทั้งหมดที่ท่านอ้างมาจาก ๔ หน่วยงานบวกท่านกฤษฎีกา เพียงพอต่อการ จะตอบว่าการเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานให้กับประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคน ซึ่ง อาจจะรวมถึงเราที่อาจจะโดนหมายจับโดยไม่รู้ตัว โดนหมายเรียกโดยไม่รู้ตัว อยู่ตรงใด ผมคิด ว่าเรื่องนี้พรรคก้าวไกลยืนยันชัดเจนว่าร่างของท่านวิรัช พันธุมะผล คือร่างหลักการครับ เนื้อหา แก้ไขกันครับ แต่หลักการเดียวก็คือทำให้คนยากคนจน คนทุกคนเข้าถึงสิทธิในการประกันตัว ขั้นพื้นฐาน ผมเรียกร้องว่าไม่ว่าคณะรัฐมนตรีจะว่าอย่างไรแต่สภาแห่งนี้มีอำนาจและสามารถ รับหลักการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ