วิรัช เสนอแก้ กม.วิธีอาญา ปล่อยตัวชั่วคราวไม่ต้องมีหลักทรัพย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

วิรัช พันธุมะผล หารือปัญหาการควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีความผิดเล็กน้อยและเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเพิ่มมาตรา 84/1 และ 105/1 เพื่อให้ผู้ต้องหาในคดีไม่ร้ายแรงสามารถได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวด้วยหลักประกันด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ ทั้งเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 28 ลดภาระประชาชนและค่าใช้จ่ายของรัฐ พร้อมเสนอให้พิจารณาความร้ายแรงของคดีเป็นเกณฑ์จำกัดการประกันตัว และย้ำเจตนาส่งเสริมหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ ขอกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ กระผม และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒๕ ท่าน ได้ร่วมกันเสนอแก้ไขประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา ผมขอเริ่มต้นว่าทำไมผมถึงขอเสนอแก้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา โดยเพิ่มแก้ไขมาตรา ๘๔/๑ และขอเพิ่มมาตรา ๑๐๕/๑ ก่อนอื่นผมกราบเรียน ว่าตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติไว้ว่า มาตรา ๒๘ บุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและคุมขังบุคคลจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้มีคำสั่ง หรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา ๒๘ บัญญัติไว้ว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษา อันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดกระทำผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ จึงได้เสนอร่างวิธีพิจารณาความอาญาที่กล่าวมา

ก่อนอื่นผมขอเท้าความไปถึงมาตรา ๘๔/๑ มาตรา ๘๔/๑ เขียนไว้ว่า พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจซึ่งมีผู้นำผู้ถูกจับมาส่งนั้นจะปล่อยผู้ถูกจับชั่วคราวหรือ ควบคุมผู้ถูกจับไว้ก็ได้ ฟังคำว่า ผู้ถูกจับไว้ก็ได้ แต่ถ้าเป็นการจับโดยมีหมายของศาลให้รีบ ดำเนินการตามมาตรา ๖๔ คือส่งศาลครับ แต่ไม่อาจส่งไปได้ขณะนั้นเนื่องจากเป็นเวลาที่ศาล ปิดหรือใกล้จะปิดทำการให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจรีบรับตัวผู้ถูกจับไว้ มีอำนาจ ปล่อยผู้ถูกจับชั่วคราวหรือควบคุมผู้ถูกจับไว้จนกว่าถึงเวลาศาลเปิดทำการ นี่คือเหตุผล ผมแก้ไขจากมาตรา ๘๔/๑ ที่ผมแก้ คือที่จากประสบการณ์ในชีวิตตั้งแต่ผมเด็ก ๆ น้องผมขับ รถประมาทปรากฏว่าตำรวจจับไปโรงพัก กว่าจะหาเงินกู้เงินเขามาประกันได้เลือดตาแทบ กระเด็น มายื่นประกันแล้วกว่าท่านสารวัตรใหญ่จะอยู่ น้องชายผมก็ถูกขังในห้องขังไปเกือบ วันหนึ่งเต็ม ๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมจะต้องขังเขา คนขับรถประมาทหรือความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ และยิ่งกว่านั้นเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ๆ ที่พวกเราก็จะมองเห็นว่าแม่ค้าขายไข่เกินฟองละ ๒๐ สตางค์ แม่ค้าต้องไปกู้เงินกู้นอกระบบมาซื้อประกันจากบริษัทประกันเพื่อประกันตัว นี่คือเหตุผลอย่างหนึ่งหลาย ๆ อย่างที่ผมคิด แม้แต่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติที่ได้อยู่ในที่นี้เกือบทุกคน ท่านเกือบทุกคนต้องไปประกันตัวประชาชนที่กระทำ ความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อตำรวจ เสียเงินค่าวางเงินประกันบ้าง ต้องไปเช่าของบริษัทประกันบ้าง นี่คือเหตุผลใหญ่ ๆ ว่าทำไมเราจะต้องแก้ครับ ในการที่แก้ของผม ผมมีเหตุผลที่สนับสนุน รูปที่ ๑ ขอให้เจ้าหน้าที่ส่งสถิติของผู้ต้องขังขึ้นมาให้ดูหน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ขออนุญาตครับ ท่านจะเห็นได้ ผมจะขอพูดเฉพาะ พ.ศ. ๒๕๖๔ สถิติผู้ต้องขังราชทัณฑ์ทั่วประเทศ มันมีทั้งระหว่าง สอบสวน ระหว่างสอบสวน ๑๔,๖๙๑ คน อันแรก อันที่ ๒ จำนวนผู้ต้องขังระหว่างไต่สวน พิจารณา ๑๔,๐๖๗ คน อันนี้ผมขอจากเรือนจำ ไม่ใช่ของผมเองครับ อันที่ ๓ สถิติผู้ต้องขัง ราชทัณฑ์ทั่วประเทศระหว่างอุทธรณ์ฎีกาอีก ๒๔,๑๐๗ คน ท่านลองเอา ๓ อันนี้รวมกัน ก็ได้ ผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดีทั้งหมด ๕๐,๐๐๐ คนในแต่ละปี ในนี้มีสถิติ ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ แต่ว่าผมอ่านให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติฟังเฉพาะปี ๒๕๖๔ ทีนี้ทำไมว่า มากจัง ผมกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกราบเรียนท่านประธานว่า นี่คือคดีที่ เขาขัง ยังมีคดีที่เปรียบเทียบปรับอีกอยู่ในแผ่นที่ ๒ ท่านดูแผ่นที่ ๒ เอา พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้วกัน คดีเปรียบเทียบปรับจริง ๆ ตอนตำรวจจับมาครั้งแรกยังไม่ได้เปรียบเทียบปรับนะครับ ก็ขังไว้ ก่อนแล้ว ๑,๗๖๘,๘๔๘ คน ท่านดูช่องสุดท้ายครับที่ผมส่งไว้ให้ดู นี่คือจำนวนที่ต้องประกัน ตัวระหว่างชั้นตำรวจ แล้วในที่สุดตำรวจก็เปรียบเทียบปรับ เพราะว่ามันเป็นคดีที่ เปรียบเทียบได้ตามกฎหมายต่าง ๆ นี่คือจำนวนหนึ่ง อีก ๑ ล้านกว่าคน ที่แล้วผ่านมา ๕๐,๐๐๐ คน นี่อีก ๑ ล้านคน ต่อไปทีนี้ท่านดูแผ่นที่ ๓ ผมก็เอาจากศาลมา ศาลชั้นต้น เอาปี ๒๕๖๑ พอ บรรทัดสุดท้ายมีคดีเข้าสู่พิจารณาทั้งหมด ๖๓๕,๘๑๑ คน โจทก์ชนะ ๕๔๐,๐๐๐ พิพากษาให้จำเลยชนะ ๕,๔๐๐ ยอมความอีก ๕,๐๐๐ ถอนฟ้องอีก ๘,๐๐๐ จำหน่ายคดีอีก ๓๐,๐๐๐ และเหตุอื่น ๆ อีก ๑๔,๐๐๐ ท่านเห็นไหมว่าคดีที่ศาลไม่ตัดสิน ติดคุก ๑๐๐,๐๐๐ คนต่อปี ใน ๑ ปีนะครับ ท่านลองคิดดูกับจำนวนที่ถูกขังแล้วก็ถูก ๑๐๐,๐๐๐ คน ทีนี้มาดูของอัยการเอกสารอันดับ ๔ ผมให้ดูบรรทัดสุดท้าย บรรทัดสุดท้าย ฟ้อง ๑๙,๐๐๐ ไม่ฟ้อง ๒๒,๐๐๐ เห็นไหมครับ นี่คือพนักงานสอบสวนสั่งฟ้อง ๑๙,๐๐๐ ไม่ฟ้อง ๒๒,๐๐๐ เห็นไหมครับ ๑๙,๐๐๐ กับ ๒๒,๐๐๐ มาเปรียบเทียบดูสิครับ ขังฟรีไปแล้ว ตั้งกี่คนครับ ขังฟรีไป ๒๒,๐๐๐ คน จำนวนคน ๓๑,๐๔๒ คนครับ อยู่บรรทัดสุดท้าย ผมไม่อ่านรายคดี แล้วท่านดูคำสั่งอัยการ อัยการสั่งฟ้อง ๑๘,๐๐๐ คดี จำนวนคน ๒๒,๐๐๐ สั่งไม่ฟ้อง๖,๒๔๒ คดี จำนวนคน ๘,๗๔๗ คน เอกสารนี้ผมมีอยู่ในมือขอจากศาลจากอัยการ มาครับ ไม่ใช่ผมเขียนเองนะครับ เมื่อสักครู่ผมเอาจำนวนผู้ต้องขังระหว่างพิจารณารวมแล้ว ๑ ปี มีผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำจากจำนวน ๑๔,๖๙๑ คน กับ ๑๔,๐๖๗ คน กับ ๒๔,๐๐๐ รวมแล้วก็ประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ท่านลองคิดดูครับราชทัณฑ์นะครับ ขอแผ่นที่ ๕ เห็นไหม ครับแผ่นที่ ๕ คือเรือนจำคนหนึ่งค่าใช้จ่ายรัฐต้องจ่ายปีหนึ่ง ๒๑,๐๙๐ บาท นี่คือของ กระทรวงยุติธรรม ท่านกรุณาส่งให้ผม ท่านลองเอา ๒๐,๐๐๐ คูณด้วย ๕๐,๐๐๐ คนสิครับ เท่ากับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขังคนที่อยู่ระหว่างคดี ๑ ล้านบาท อันนี้ไม่รวมถึงที่อยู่ในโรงพัก ที่ว่ารับสำนวนมาแล้วก็มีการเปรียบเทียบปรับหรือว่า สั่งไม่ฟ้องไปอีกตั้งเยอะแยะไม่อยู่ในเรือนจำ นั่นอยู่ที่โรงพัก โรงพักก็ต้องจ่ายค่าอาหารมื้อ หนึ่งประมาณ ๓๐ บาท นี่คือเงินต่าง ๆ ที่เสียไปและเสรีภาพที่เสียไป ด้วยเหตุด้วยผล ดังกล่าว ผมจึงเสนอร่างแก้ไข ป.วิ.อาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาใน มาตรา ๑๐๕/๑ ว่า เมื่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจับหรือมีผู้ส่งผู้ต้องหาว่ากระทำ ความผิดกฎหมายอาญาส่งต่อพนักงานสอบสวน หรือพนักงานสอบสวนส่งตัวผู้ต้องหาให้ พนักงานอัยการ หรือพนักงานอัยการส่งตัวผู้ต้องหาต่อศาลแล้วแต่กรณี ให้พนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการ หรือศาลดำเนินการ ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยให้คำรับรองว่าตนเองไม่อยู่ ระหว่างที่มีคำพิพากษาให้รอการลงอาญา หรือรอการลงโทษ หรือพ้นโทษจำคุกมาเกินกว่า ๓ ปี ให้พนักงานสอบสวน อัยการ หรือศาล ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยทำสัญญาประกันด้วย ตนเองด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ไม่ต้องไปกู้เขามา ไม่ต้องไปยืม เขามา ไม่ต้องเป็นหนี้นอกระบบ และให้พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาลปล่อย ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยโดยเร็วที่สุดเว้นแต่ ผมไม่ได้บอกว่าทุกคดีท่านปล่อยหมดทุกคดี ไม่ใช่ครับ

๑. การกระทำความผิดที่กฎหมายระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไป เช่น ขับรถประมาทหรือเล่นการพนันอย่างนี้ ขังหมดเลยถ้าไม่มีอันนี้ หรือที่กฎหมายระวางโทษ ขั้นต่ำ ขั้นต่ำคือ กฎหมายใดที่บัญญัติว่า จำคุกตั้งแต่ ๕ ปีถึงกี่ปีอย่างนี้เขาเรียกว่า ขั้นต่ำ

๒. การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ คือลักทรัพย์ในเคหะสถาน ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก อย่างนี้เรามี มาตรา ๓๓๖ ด้วยครับ

๓. การกระทำความผิด วิ่งราวทรัพย์

๔. การกระทำความผิดกรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์

๕. การกระทำความผิดฉ้อโกงต่อประชาชนครับ ที่ผมใช้คำว่า ฉ้อโกงต่อ ประชาชน เพราะว่าถ้าเป็นการกล่าวหาฉ้อโกงซึ่งกันและกัน ประชาชนคนหนึ่งต่อประชาชน คนหนึ่ง บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง บางครั้งเป็นคดีแพ่งก็ไปร้องต่อตำรวจ ตำรวจก็เอามาขังไว้ก่อน ถ้าไม่ให้ประกันตัวโดยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

๖. ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ไปศาลตามที่พนักงานสอบสวน หรือพนักงาน อัยการหรือศาลนัด กรณีที่ว่าให้ประกันแล้วไม่ไปอย่างนี้ควรจะไม่ให้ประกันต้องประกันด้วย ทรัพย์สิน

๗. เมื่อปรากฏว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยรับรองอันเป็นเท็จว่ามีคำพิพากษา ให้รอลงอาญาหรือรอการลงโทษหรือพ้นโทษจำคุกเกินกว่า ๓ ปี อันนี้หมายความว่าไม่เข้า เงื่อนไข

๘. การกระทำความผิดอาญาอื่นที่ประกาศที่ประชุมศาลฎีกากำหนด ซึ่งอาจจะมีต่อไปในครั้งหน้าว่า ความผิดใดบ้างซึ่งตำรวจ อัยการและศาลไม่ควรให้ประกัน โดยไม่ถือความเป็นศักดิ์ศรีของมนุษย์เป็นประกัน คือประกันด้วยตนเองที่ผมกราบเรียนครับ

เมื่อผมเสนอกฎหมายนี้ต่อสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ ก็ได้บัญญัติว่า ให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่าประชาชน ท่านเห็นด้วยกับความเห็นของท่านไหม ที่ ส.ส. คนหนึ่งซึ่งเกิดมาเพิ่งได้เป็นครั้งหนึ่งก็มี ความภูมิใจที่ได้เสนอกฎหมายเพื่ออิสรภาพเสรีภาพของประชาชนไม่ให้ถูกข้าราชการ ความจริงผมก็เป็นข้าราชการครับ เพราะเป็นทั้งอัยการทหาร อัยการพลเรือน แต่ผมไม่เคย ขังใครระหว่างที่คดีถึงผม ผมให้ประกันทุกเรื่องครับ เพราะว่าผมให้ประกันแล้วไม่เคยมีคน ไหนหนีประกันผมเลย ทุกคนได้รับเสรีภาพหมด ผมให้ประกันทุกเรื่องครับ ประโยชน์จากผล ของการที่เสนอกฎหมายประชาชนได้ตอบกลับมาว่า เมื่อพระราชบัญญัตินี้ มีผลใช้บังคับผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาที่ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ให้ได้รับการประกัน ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัว นอกจากไม่เป็นการสร้างภาระแก่ผู้กล่าวหาจนผู้ถูกกล่าวหาเดือดร้อน หรือไม่ได้รับประกันตัว แล้วยังสอดคล้องกับหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ นี่คือเอกสาร ของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านประชาชน ผมเสนอโดยในฐานะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรน้อย ๆ คนหนึ่ง มีความอึดอัดตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ๆ จนโต ผมก็พยายามที่จะเล็งเห็นเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ตั้ง และผมก็ไม่อยากให้มีความลำบาก ในการที่จะต้องไปซื้อประกัน ต้องไปเสียเงินใต้โต๊ะ ไปเสียเงินอำนวยความสะดวกรอเจ้านาย ท่านสั่งประกัน นี่เหตุผลต่าง ๆ ที่ประมวลทำให้ผมพอเป็น ส.ส. ผมเขียนอันนี้ ทันทีเลยครับ ผมเขียนตั้งแต่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ ตั้งแต่ปีแรกที่ผมเป็น ส.ส. กระเสือกกระสน ที่จะเขียนกฎหมายตัวนี้เพื่อประโยชน์ของประชาชน ผมเชื่อว่าพี่น้องสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรคงจะเห็นด้วยกับผมในจิตสำนึกของผู้รับใช้ประชาชน กราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้ผมมีโอกาสได้ชี้แจงเหตุผลในการที่ผมเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา ๑๐๕/๑ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ