สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

กันตวรรณ ตันเถียร เสนอญัตติแก้ไขปัญหาการประมงไทย และเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเสนอญัตติให้จัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาประมงไทย และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการตามที่สมควร

นางกันตวรรณ ตันเถียร ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ขอเสนอ รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่องการศึกษาและแก้ไขปัญหาประมงไทย ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้พิจารณาแล้วในภาพรวมดังนี้ ท่านสมาชิก ทุกท่านคะ เราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกที่จะต้องยึดถือ และปฏิบัติตามกติกาสากล แต่การรับเอาวิถีของนานาชาติก็ต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็น ค่อยไป ไม่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้อง จนสร้างความเดือดร้อน ไม่อาจเยียวยาให้กลับมาเหมือนเดิมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีปัญหาการทำการประมง โดยผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และขาดการควบคุมไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) และการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในการใช้แรงงานของภาคประมง ถึงแม้ว่าประเทศไทย ของเราจะใช้เวลาเพียง ๔ ปี ในการปลดใบเหลืองจากสหภาพยุโรปหรืออียู (EU) ตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ถึงวันที่ ๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ และ สามารถยกระดับสถานะประเทศไทยในรายงานการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา จากระดับ ๓ เป็นระดับ ๒ แต่การดำเนินงานของภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหา ดังกล่าวกลับส่งผลกระทบต่อภาคประมงไทย และชาวประมงอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน อาทิ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในเรือประมงประเทศไทย ปัญหา การประมงในน่านน้ำไทย ปัญหาการประมงนอกน่านน้ำไทย ปัญหาอุตสาหกรรมประมง ต่อเนื่องของประมงทะเล และปัญหาเกี่ยวกับกลไกการบริหารจัดการประมงทะเล ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ได้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเราได้พิจารณาญัตติที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งจาก ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้เสนอญัตติในทำนองเดียวกันต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหมด ๑๐ ญัตติด้วยกัน เพื่อให้มีการพิจารณาศึกษาผลกระทบและ แนวทางแก้ไขประมงไทยอย่างเร่งด่วน เพราะเราเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ ต่อพี่น้องประมงไทยของไทย สภาผู้แทนราษฎรที่อาสาเข้ามาเป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนจะต้องดูแลทุกข์สุขที่เกิดขึ้น สภาผู้แทนราษฎรจึงมีมติส่งญัตติดังกล่าวให้กับ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ได้ขยายระยะเวลา ในการศึกษา รวมทั้งสิ้น ๑๕๐ วัน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการได้พิจารณาญัตติดังกล่าวอย่างรอบคอบและรอบด้าน เรามีการเชิญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๐ ท่าน ซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติ และเราได้มีการเชิญหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มีตัวแทนพี่น้องชาวประมง ทั้งประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน ประมง นอกน่านน้ำ เข้ามาสู่การประชุมของคณะกรรมาธิการ

- ๖ ๙ /๑ ให้ข้อมูลผ่านการตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาประมงไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับเกียรติจากท่านนริศ ขำนุรักษ์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งในการพิจารณาศึกษาปัญหา และกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีการเดินทางศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมงของกรมประมง ดังนั้นการเสนอญัตติครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นครั้งสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรของเราอีกครั้งหนึ่ง เพราะแต่ละพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคฝ่ายรัฐบาล ต่างเห็นปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบ อย่างรุนแรงต่อความอยู่รอดของภาคประมงไทย โดยการเสนอญัตติครั้งนี้มีเป้าหมาย ที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้บรรเทาเบาบางลง เพื่อให้ชาวประมงของประเทศไทยเรา สามารถประกอบอาชีพได้อย่างสุจริตของตนต่อไป และภาคการประมงของไทยสามารถ ฟื้นกลับตัวมาแข็งแกร่งได้อีกครั้งหนึ่ง บัดนี้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการศึกษาญัตติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเสนอรายงานพร้อมข้อสังเกต เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเห็นชอบเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตามที่ สมควรต่อไป ทั้งนี้ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานสภาขออนุญาตให้ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ เป็นผู้เสนอรายละเอียดของผลการศึกษา ดังกล่าวค่ะ