ซูการ์โน วิจารณ์การกระจายอำนาจ ชี้ท้องถิ่นขาดงบ-บุคลากร ถูกเบียดภารกิจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ซูการ์โน มะทา อภิปรายสนับสนุนรายงานการศึกษาปัญหาการถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องในการถ่ายโอนที่ขาดทั้งงบประมาณ บุคลากร และกรอบความรับผิดชอบที่ชัดเจน พร้อมเสนอให้ทบทวนบทบาทกรมทางหลวงชนบท อาจพิจารณาการยุบเลิกเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายอำนาจ รวมทั้งเสนอให้มีการนำร่องการปกครองรูปแบบพิเศษในบางจังหวัดเพื่อทดสอบศักยภาพของท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัดดูแลถนนที่ถ่ายโอนแล้วหากท้องถิ่นไม่สามารถรับภาระได้ และเสนอแนวทางการแก้ไขร่วมระหว่างหน่วยงานโดยใช้งบประมาณร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อฟื้นฟูถนนชำรุดในพื้นที่

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ขออนุญาตอภิปราย เพื่อสนับสนุนรายงานผลการศึกษา เรื่องปัญหาการถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของคณะกรรมาธิการ ซึ่งได้มารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นคนหนึ่งในคณะกรรมาธิการชุดนี้ แต่ว่าก็ได้อ่านรายงาน แล้วก็ร่วมประชุมพิจารณากับท่านกรรมาธิการแล้วหลาย ๆ เรื่อง ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งทั้งหมดผมอยากเพิ่มเติมในเรื่องของข้อสังเกตที่บางส่วนท่านกรรมาธิการก็ยัง ให้ข้อสังเกตที่ยังไม่ค่อยชัด อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น บางท่านก็ได้ให้ความสำคัญว่า ถ้าท้องถิ่นไม่มีศักยภาพพอก็ควรให้โอกาสที่จะถ่ายโอน กลับคืนให้กับหน่วยงานนั้น ๆ ท่านประธานครับ ผมยังมีความเห็นที่อาจจะมองในมิติ ที่ไม่เห็นด้วยกับทางคณะกรรมาธิการด้วยว่า สิ่งที่ผมต้องการที่อยากให้กรรมาธิการระบุ ในข้อสังเกตก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายโอนภารกิจ ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งในข้อสังเกตที่ท่าน ให้ข้อสังเกตนั้นว่าควรจะปรับลดงบประมาณร้อยละ ๑๐ ของกรมทางหลวง และร้อยละ ๑๕ ของกรมทางหลวงชนบทนั้น เพื่อแก้ปัญหาถนนที่อยู่ในโครงข่ายที่รับผิดชอบขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าเรากล้าพูด กล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านวิฑูร เอี่ยมโอภาส ท่านเป็นผู้อำนวยการเรื่องของขั้นตอนการกระจายอำนาจให้กับ ท้องถิ่น ผมว่ายุบเถอะครับกรมทางหลวงชนบท เพราะนโยบายที่ผ่านมาชัดเจนนะครับ ช่วงที่ผมเป็นผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรามีการประกาศที่จะยุบหน่วยงาน หน่วยเร่งรัดพัฒนาชนบทซึ่งอยู่ในกระทรวงและมาตั้งกรมทางหลวงชนบท ผมคิดว่า มันซ้ำซ้อนอยู่ และภารกิจบางภารกิจก็อยู่ในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็เห็นว่า ควรที่จะมาพิจารณาในเรื่องของการยุบหน่วยงานและเอาเงินส่วนนี้มาเจียด มาดูแล บำรุงรักษา

อันที่ ๒ ถ้ายุบไม่ได้ คิดว่าลำบากแล้วโครงสร้างนี้มันทำไม่ได้ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่ง ที่น่าจะทำเป็นข้อสังเกตเสนอต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการก็คือว่า การรักษาสภาพถนน ที่ถ่ายโอน วันนี้เราไม่มีการพูดในเรื่องของกรรมาธิการเลยว่า ถนนที่ถ่ายโอนไม่ว่าจะเป็นของ ทางหลวงชนบท หรือหน่วยเร่งรัดพัฒนาชนบท หรือกรมโยธาธิการที่ถ่ายโอนให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เราถ่ายโอนแล้ว เราให้แต่ภารกิจเหมือนที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไป เราไม่ให้งบประมาณ เราไม่ให้บุคลากร แถมมิหนำซ้ำเรายังไม่มีกำหนด ในขั้นตอนการถ่ายโอนว่า การรักษาสภาพถนนให้มีสภาพเหมือนตอนที่ถ่ายโอนให้กับ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเป็นหน่วยงานที่ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบ แล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบในเรื่องการถ่ายโอน ก็มีหน้าที่แค่บำรุงรักษาให้มันมีสภาพเหมือนกับใกล้เคียงกัน แต่ถ้ามันเกินศักยภาพ ต้องเป็นหน้าที่หน่วยงานหลัก ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นถนนทางหลวงชนบทที่ถ่ายโอนไปแล้ว ก็ต้องดูแลสภาพไป แล้วก็ให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาดำเนินการต่อนะครับ

ส่วนข้อสังเกตข้อที่ ๓ ที่ผมเห็นด้วยว่า เรื่องของการที่จะไปเอาภารกิจที่เป็น นโยบายของรัฐบาลและไปเบียดบังสัดส่วนของรายได้ ของงบประมาณขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เราพูดกันตลอดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และในคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็พูดด้วยว่า ภารกิจไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน อสม. คนพิการ ผู้ป่วย โรคเอดส์ (AIDS) เหมือนกับอีแอบที่ไปแอบอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นแค่ผ่าน ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ว่าสัดส่วนรายได้ของงบประมาณ เทียบเปอร์เซ็นต์แล้วยังเอามาคิด อย่างที่ท่านประธานวีระกร คำประกอบ บอกว่า อสม. หายไป ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัด แต่เงิน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ไปอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข แต่องค์การบริหารส่วนจังหวัดหายไป ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้มันไม่เป็นธรรมให้กับ องค์กรท้องถิ่น อันนี้จะเห็นว่าความจริงใจของรัฐบาลต่อการกระจายอำนาจว่าต้องการ จะกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ผมเห็นชัดแล้วว่าไม่ได้จริงใจเท่าไรนะครับ ผมเห็นด้วย กับท่านสุพิศาลก็คือว่า วันนี้ถ้าเราเสนอในคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าน่าจะมีการนำร่อง ในการแก้ปัญหาที่สะสมมาทั้งหมดว่าเราควรจะมีการกระจายอำนาจ มีการปกครองรูปแบบพิเศษ เกิดขึ้นเหมือนกรุงเทพมหานคร นำร่องไปเลยครับ ภาคเหนือเอาที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ที่มีความพร้อม หรือจะเป็นเชียงใหม่ ภาคใต้เอาเลยครับ จังหวัดภูเก็ตหรือจังหวัดยะลา บ้านผมก็ได้ นำร่องไปเลย แล้วมาดูกันว่าองค์กรท้องถิ่นที่มีผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้ง จะทำงานได้จริงหรือไม่ นี่เราบอกว่าท้องถิ่นทำงานไม่เป็น ท้องถิ่นทำงานไม่ได้ แก้ปัญหา ของประชาชนไม่ได้ ถ้ารัฐบาลกลางจริงใจครับ โอนเงิน โอนงบประมาณ โอนบุคลากร โอนเครื่องมือทั้งหมดให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมเชื่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น สามารถที่จะทำงานแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้

ท่านประธานครับ สุดท้ายที่อยากฝาก ซึ่งก็ไม่มีในข้อสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาที่เพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการได้พูดถึง ก็คือเรื่องของโครงข่ายเส้นทางถนนที่ผ่าน หลายหน่วยงาน ที่มีความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. อบจ. นะครับ สิ่งเหล่านี้ผมได้ไปดูงานที่จังหวัดร้อยเอ็ด ก็ไปดูที่เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด นะครับ ผมเห็นเรื่องของการทำงานแบบสหการ ท่านประธานครับ วันนี้ท้องถิ่นมีงบประมาณ ฉะนั้นถ้าเราแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ถนนพัง ถนนชำรุดทรุดโทรม ที่ผ่านมาหลาย องค์การก็ใช้รูปแบบของสหการสนับสนุนให้แต่ละหน่วยงานหลักที่เป็นพี่เบิ้ม ก็คือองค์การ บริหารส่วนจังหวัด ก็ออกงบประมาณเยอะหน่อย องค์การบริหารส่วนตำบลก็ออก น้อยหน่อย และมาช่วยกันบูรณะทั้งเส้นทางนั้นให้เกิดประโยชน์ ให้มีสภาพที่ใช้งานและ ปลอดภัยด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน