อภิชาติ ศิริสุนทร หารือเรื่องการถ่ายโอนทางหลวงชนบทให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเสนอให้ยุบกรมทางหลวงชนบทลงไปให้ท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งในการดูแลถนน และเสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่น 50% ของรายได้รัฐบาล เพื่อกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้จัดสรรงบประมาณเอง แต่ตั้งคำถามถึงแผนกระจายอำนาจที่อาจทำให้ท้องถิ่นเสียสิทธิในการจัดสรรงบประมาณ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสักเล็กน้อยนะครับ หลาย ๆ ประเด็นเพื่อนสมาชิก ก็ได้พูดกันครอบคลุมพอสมควร ขออนุญาตท่านประธานได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงาน ผลการพิจารณาศึกษาเรื่องปัญหาการถ่ายโอนทางหลวงชนบทให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานครับ ถ้าดูโดยรวมของที่กรรมาธิการ ได้พิจารณาและศึกษาวิเคราะห์มานี้ ผมก็ไม่ได้ติดขัดติดข้องอะไรนะครับ ก็ได้เห็น ความพยายามของท่านกรรมาธิการทุกท่านที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวท้องถิ่น เพื่อให้ ท้องถิ่นได้เกิดความเข้มแข็ง สามารถพึ่งตัวเองได้ในอนาคต แต่ผมขออนุญาตมีความเห็น สักเล็กน้อยเกี่ยวกับในเรื่องข้อเสนอแนะของกรรมาธิการ ซึ่งตามข้อเสนอแนะของทาง กรรมาธิการได้เสนอแนวทางไปยังรัฐบาล มีแนวทางที่ ๑ และแนวทางที่ ๒ นั้น ผมคิดว่า นี่เป็นแค่ข้อเสนอแนะในระยะสั้น แต่ในระยะยาวนั้นผมว่าเราต้องมามีข้อเสนอที่มันแก้ไข ปัญหาทั้งระบบได้จริง ๆ นะครับ ในส่วนนี้ผมก็ขอแสดงความเห็นเพิ่มเติมแค่นี้
สำหรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการผมเห็นว่ามีส่วนที่สำคัญที่ต้องเพิ่มเติม อย่างข้อสังเกตข้อที่ ๑ ทางกรรมาธิการบอกว่าตามแผนขั้นตอนกระจายอำนาจเพื่อถ่ายโอน ภารกิจด้านถนนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของกรมทางหลวงและกรมทางหลวง ชนบท ทำให้ภารกิจของทั้ง ๒ กรมน้อยลง อันนี้เห็นด้วยครับ และตามพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้ระบุว่า หลังจากถ่ายโอนเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องยุบกรมทางหลวงชนบทในปี ๒๕๕๕ อันนี้ก็เลยมานานแล้ว งบประมาณยังจัดสรร ยุบก็ไม่ยุบ ซึ่งผมเห็นว่ากรมทางหลวงชนบทยังเป็นองค์กรที่ซ้ำซ้อนกับภารกิจของท้องถิ่น ซึ่งถนนหลายสายท้องถิ่นมันอยู่ในพื้นที่ของท้องถิ่น ดังนั้นผมยังคิดว่าการแก้ไขปัญหา ที่ต้นตอจริง ๆ ถ้าจริงใจที่จะแก้ปัญหาการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งตาม ภารกิจที่มีอยู่ ไม่ต้องรอหรอกครับ ผมอยากให้กรรมาธิการเสนอให้ยุบไปเลยไม่ต้องเขียน กำกวม ยุบปีนี้ แล้วเอาอุปกรณ์ทั้งหมด เอาบุคลากรทั้งหมด เอางบประมาณทั้งหมดลงไปให้ ท้องถิ่นเขา เราจะต้องไม่มาเสนอแนวทางที่ ๑ แนวทางที่ ๒ อีกต่อไป เอางบประมาณ ส่วนนั้นลงไปให้ท้องถิ่นเขาเลย เพราะเขารู้ว่าถนนเส้นไหนเขาควรจะปรับปรุง เขาจะดูแล อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการในข้อที่ ๔ ในเรื่องของ งบประมาณ พวก อสม. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้พิการ การสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้ป่วยต่าง ๆ จริง ๆ แล้วไม่ควรที่จะต้องเอามาคำนวณตามแผนขั้นตอนกระจายอำนาจ ตราบใด ที่เอาเหล่านี้มาคำนวณก็ทำให้ท้องถิ่นเขาเสียสิทธิในการที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณ จากส่วนกลาง ท่านประธานครับ เพราะภารกิจเหล่านี้ยังเป็นภารกิจของส่วนกลางอยู่ ดังนั้น รัฐบาลกลางต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่มาอีแอบที่จะคำนวณให้มันถึง ไม่ได้ครับ ต้องเป็นภารกิจ ส่วนกลาง และผมยังเสนอขั้นตอนที่มันถูกต้องก็คือว่า รัฐบาลควรที่จัดสรรงบประมาณให้กับ ท้องถิ่นร้อยละ ๕๐ ของรายได้ของรัฐบาล ไม่เอาละครับ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วมาซุกมาซ่อน มาแอบมาอิง มาใช้วิชา เขาเรียกอะไร วิชาศรีธนญชัย เพื่อซุกซ่อน เอาหน้าที่ของตัวเองไปให้ท้องถิ่นทำ ท้องถิ่นมีหน้าที่แค่ผ่าน ระเบียบต่าง ๆ กฎหมายต่าง ๆ ยังถูกกุมไว้ที่ส่วนกลางอยู่ดี ไม่เอาครับ ผมคิดว่าแผนขั้นตอนกระจายอำนาจควรระบุ ให้ชัด ๆ ไปเลยว่าท้องถิ่น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลกลางแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นี่จะเป็นการแก้ไข ปัญหาที่มันถูกจุดถูกต้องในระยะยาว และนี่ก็จะเป็นการทลายรัฐรวมศูนย์ทั้งหลาย ก็จะเป็น การกระจายอำนาจที่แท้จริง ก็จะทำให้พี่น้องท้องถิ่นเกิดความเข้มแข็งโดยแท้จริง ดังนั้น ผมยังคิดว่าข้อสังเกตเหล่านี้ควรที่จะเพิ่มเติมเข้าไป ถ้าเพิ่มเติมได้ควรเพิ่มเติมเข้าไป เพราะว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุด จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องที่สุด ผมคิดว่า ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ปีต่อไปสภาแห่งนี้ก็จะได้รับเรื่องร้องเรียนจากท้องถิ่นอยู่ดี สภาแห่งนี้ ก็จะมาหาแนวทางที่ ๑ แนวทางที่ ๒ อยู่ดี ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อท้องถิ่นในระยะยาว และจะไม่เป็นผลดีต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องการคมนาคม หรือภารกิจอื่น ๆ ที่ท้องถิ่นมีอยู่ เขาก็ควรที่จะใช้งบประมาณจากส่วนกลางให้มากกว่านี้ ผมเสนอว่าควรที่จะ เขียนระบุเข้าไปว่า ตามแผนขั้นตอนกระจายอำนาจ ควรจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลาง ให้ท้องถิ่น ๕๐ เปอร์เซ็นต์จากรายได้ของแผ่นดิน ขอบคุณท่านประธานครับ