คำพอง เทพาคำ หารือผลการศึกษาการถ่ายโอนทางหลวงชนบทสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยตั้งข้อสังเกตปัญหางบประมาณ บุคลากร และความซ้อนซ้อนในการบริหารจัดการที่อาจกระทบประสิทธิภาพการบำรุงรักษาถนนและระบบระบายน้ำ พร้อมเสนอให้บูรณาการบทบาท อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพัฒนาบุคลากรและจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการสนับสนุนงบประมาณให้ท้องถิ่นโดยตรง โดยเฉพาะถนนลูกรังกว่า 300,000 กิโลเมตรที่ยังรอการพัฒนา
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากรายงานของคณะกรรมาธิการผมคิดว่าก็เป็นรายงานที่มี ความชัดเจนครอบคลุมในปัญหาที่เรากำลังศึกษาอยู่ คือเรื่องของการถ่ายโอนทางหลวงชนบท ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่คิดว่าบทสรุปบางเรื่อง เช่น ข้อเสนอแนะ ผมคิดว่า ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ถึงกับต้องเกรงใจว่ารัฐบาลหรือว่าใครก็แล้วแต่ที่จะรับข้อเสนอ รับผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการของสภาไปปฏิบัติจะต้องมีความลำบากใจ หรือว่า เป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ ซึ่งถ้าหากเราดูแล้วก็จะเห็นบทสรุปจากการศึกษาเรื่องของ งบประมาณ ซึ่งงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราก็ต้องเข้าใจว่าแต่ละท้องถิ่น ศักยภาพของการจัดเก็บรายได้ซึ่งจะเอามาบริหารกิจการสาธารณะมันอาจจะแตกต่างกันไป อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการได้พูดถึงว่าบาง อปท. มีรายได้ถึงหลักพันล้านบาท แต่บาง อปท. ก็มีเพียงหลักไม่กี่ล้านบาท ซึ่งในเรื่องของการซ่อมบำรุง หรือซ่อมแซม บำรุงรักษาถนนหนทางอาจจะมีปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ การจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลกลาง ผมคิดว่าปัญหาที่บอกว่าคือบางคณะผู้บริหารใน อปท. บาง อปท. เขาก็มีความขยันขันแข็ง ในการทำงบประมาณ ในการทำแผน เราอาจจะมองในมุมดีนะครับ แต่ว่าถ้าจะบอกว่า มือใครยาวสาวได้สาวเอาก็จะเป็นการไปบั่นทอนคนที่เขาขยันขันแข็ง เขาตั้งใจที่จะบริหาร ในการที่จะเข้าถึงแหล่งงบประมาณนะครับ ซึ่งก็มีข้อสังเกตว่าทุกแผนงานทุกโครงการมักจะ ได้รับการอนุมัติ ได้รับการสนับสนุน ก็เลยทำให้มีความรู้สึกว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา หรือเปล่า ในเรื่องของบุคลากรนี่ บาง อปท. ไม่มีวิศวกรโยธา ไม่มีสถาปนิก ซึ่งทาง คณะกรรมาธิการก็บอกว่าเรื่องบุคลากรขาดแคลน แม้แต่เรื่องวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เครื่องไม้ เครื่องมือในการที่จะไปทำภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอน บาง อปท. มีเพียงนายช่างโยธา ซึ่งนายช่างโยธาหลายคนก็มีความเชี่ยวชาญชำนาญในการทำงานเรื่องของการบำรุงรักษา ถนนหนทาง หรือหนักไปกว่านั้นบาง อปท. มีเพียงผู้ช่วยช่าง ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ทาง คณะกรรมาธิการได้ศึกษาได้ชัดเจนได้ถูกต้อง เรื่องความซ้ำซ้อนนะครับ บางพื้นที่บาง อปท. ที่บอกว่าถนนสายหนึ่งเส้นหนึ่งมีเจ้าของตั้ง ๔ เจ้าของ ผมคิดว่าเป็นเรื่องจริง มี ๔ เจ้าภาพนี้ ไม่เป็นไรนะครับ แต่ว่าเวลาถนนสามารถที่จะบังคับจาก ๔ เลน เป็น ๒ เลนได้ แต่ว่า ท่อระบายน้ำนี่ครับ ท่อระบายน้ำของทางหลวงอยู่สูงกว่าท่อระบายน้ำของเทศบาล ฝนมาก็ท่วมนะครับ ท่อระบายน้ำของเทศบาลไม่มีอะไรตรงนี้ทั้งของ อปท. อบต. ไม่มีอะไร ตรงนี้นะครับ ก็จะเป็นปัญหาเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นความจริงที่เรายอมรับกันได้
ท่านประธานครับ มีเรื่องความซ้ำซ้อนอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือมันมีโครงการของรัฐ แต่ละยุคลงไปในพื้นที่ เช่น โครงการไทยนิยมบ้าง ไปกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ ปรากฏว่า ผมก็แปลกใจว่า เอ๊ะ ทำไมถนนในหมู่บ้านออกไปทุ่งนา ออกไปโคกเก็บเห็ดมันทำไม มีชื่อปลัดอำเภอเป็นประธานกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง นายอำเภอกลับมาทำถนนอีกแล้วหรือ แล้วนายก อปท. นายก อบต. ไปไหนละครับ นั่นก็หมายความว่าบางทีเรื่องราวที่มันเป็น ภาระหน้าที่ของ อบต. ของเทศบาล ก็ยกให้เทศบาลเขาทำเถอะครับ ให้ อบต. เขาทำเถอะ งบประมาณมาช่องไหนก็ลงไป อปท. ลงไป อบต. ลงไปเทศบาลนะครับ หน่วยงานภูมิภาค หน่วยงานฟังก์ชัน (Function) ทั้งหลายก็ทำหน้าที่ในส่วนที่เป็นบทบาทหน้าที่ของตัวเองไป ซึ่งผมคิดว่าในเรื่องของการซ้ำซ้อนนี้ การบูรณาการก็เป็นส่วนสำคัญ ในเรื่องของข้อแนะนำ ของคณะกรรมาธิการ ผมคิดว่าในเรื่องของลูกจ้าง ในเรื่องของบุคลากร เราสามารถที่จะให้ ท้องถิ่นเขามีการพัฒนา หรือว่ามีการกำหนดตำแหน่งของวิศวกร ของคนที่มีความรู้ ความสามารถหรือไม่ก็ไปทำเอ็มโอยู (MOU) กับสถาบันการศึกษา ซึ่งมีสอนวิศวะ สอนสถาปนิกกันเยอะแยะไปหมดเลย ซึ่งสามารถที่จะไปทำเอ็มโอยู (MOU) ได้ในพื้นที่ของ แต่ละพื้นที่ที่ทาง อปท. ตั้งอยู่นะครับ ก็เหมือนกันครับ ในส่วนของงบประมาณที่ทางรัฐบาล จัดสรรลงไปให้ ผมไม่อยากให้ตัดออกไปหรอกครับ ในส่วนเรื่องของสวัสดิการของผู้สูงอายุ เรื่องเบี้ยยังชีพ เรื่อง อสม. เรื่องอะไรก็แล้วแต่นะครับ บวกเข้าไปสิครับ ไม่ต้องตัด เพดาน ตั้ง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงผมรอมาตั้งแต่เป็นหนุ่ม ๆ จนชราภาพขนาดนี้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ยังลงไม่ถึงท้องถิ่นเลย ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นตัวเลขอันหนึ่งที่บอกว่าเรามีถนนลูกรังอยู่ ๓๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร ที่ยังเป็นลูกรังอยู่ ผมเห็นข้อมูลจากรายงานแล้วผมสะดุ้งเลยครับท่านประธาน นั่นหมายความเมื่อสัก ๑๐ ปีที่แล้วที่มีคนบอกว่ารอให้ถนนลูกรังเป็นคอนกรีตเสียก่อน ค่อยมีรถไฟความเร็วสูงท่าจะเป็นจริงจริง ๆ นะครับ ถ้าจะต้องรอรถไฟความเร็วสูงกว่า ๓๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร มันจะเป็นคอนกรีต คงจะรอไม่ไหวล่ะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน