จาตุรงค์ แจงปัญหาถ่ายโอนถนน-งบ อปท. ชี้ต้องเร่งแก้ยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือปัญหาการถ่ายโอนถนนให้ อปท. โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อการดูแลถนนที่ชำรุด โดยเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณอย่างเร่งด่วนทั้งจากส่วนร้อยละ 10 ของรายได้สุทธิและตั้งงบกลางแยกต่างหาก เพื่อรองรับการซ่อมแซมถนนและสนับสนุนกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน โดยย้ำว่าการถ่ายโอนไม่ควรถูกผลักกลับ แต่ควรแก้ไขเป็นกรณีเฉพาะตามความจำเป็นจริง

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธาน โดยเฉพาะท่านประธานชวน หลีกภัย และคณะ ที่ได้ให้มีการเสนอญัตติ ซึ่งผมเองเป็นผู้เสนอ ๑ ใน ๔ ญัตติ ท่านประธานวีระกร คำประกอบ เสนอ ๒ ญัตติ ผมกับท่านนิยม เวชกามา และท่านผ่องศรี เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกข์ใจของ พี่น้องประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างมาก และเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้น จากรายงานที่ท่านประธานวีระกรได้ทำรายงานสรุปมา ผมคิดว่าครอบคลุมพอสมควร แต่ประเด็นที่จะอภิปรายซักถามเพิ่มเติม ผมก็ได้เป็นที่ปรึกษาในบางครั้งที่ประชุมด้วย

เรื่องแรก ก็คือปัญหาที่เป็นอยู่นี้พี่น้องประชาชนเขาไม่รู้หรอกครับว่า ถนนพัง รัฐบาลต้องซ่อมต้องแซม ประชาชนเสียชีวิต อุบัติเหตุ บางทีเขาเอาเสาธงไปปัก ทำนาข้าวอยู่บน ถนนแล้วโทษใคร ก็โทษ ส.ส. โทษหน่วยงานรับผิดชอบ เขาไม่รู้หรอกว่าการบริหารจัดการ ถนนมันเป็นอย่างไร พี่น้องประชาชนก็มาถามผู้แทน ส.ส. ทุกคนได้รับความเดือดร้อน แล้วก็มาชี้แจงมาหารือในสภา เพราะฉะนั้นวันนี้ถนนที่อยู่ในการถ่ายโอนของ อปท. มีถึง ๕๙๗,๐๐๐ กิโลเมตร ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นถนนลูกรังประมาณ ๒๙๐,๐๐๐ กิโลเมตร ที่เหลือ เป็นถนนคอนกรีต ถนนลาดยาง

ประเด็นที่ผมจะนำเรียนก็คือ ข้อที่ ๑ ประเด็นสำคัญที่สุดคือเรื่องงบประมาณ เพราะถ่ายโอนแต่ชื่อ งบประมาณไม่ไป เพราะฉะนั้นงบประมาณนี่เดิม อปท. ได้รับ ได้รับเงินจากการเก็บภาษีจากภาษีเดิมคือภาษีบำรุงท้องที่ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง แล้วก็มาปรับ เมื่อปี ๒๕๖๒ มาเป็นภาษีแบบใหม่ ก็คือภาษีที่ดินสิ่งก่อสร้าง ซึ่งไม่มีโรงเรือน งบประมาณ เขาได้น้อยมาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้ท่านประธานวีระกรได้พูดไปแล้ว ตรงนี้ผมอยากเน้นนะครับ นี่คือที่มาของงบประมาณของ อปท. เขาไม่พอ ดังนั้นรัฐบาลต้อง มองตรงนี้ นี่ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องการถ่ายโอน ถนนที่พังถ้าอยู่เป็นแบบนี้จะสูญเสีย โอกาสอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนเดินทาง ยิ่งเฉพาะหน้าฝนช่วงนี้ไม่มีทางหลบเลยนะครับ หลุมทั้งนั้นเลย รถเขาพัง คนเสียชีวิต อุบัติเหตุ ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ โดยไม่มีการหางบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากรายได้สุทธิ ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มา ๒.๖ ล้านล้านบาท มาประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท รับรองว่าอีก ๑๐ ปี ๒๐ ปี ถนนที่พังแล้วจะพังหนักกว่าเก่า แล้วปัญหานี้ หนักอกมาก เพราะฉะนั้นวันนี้ผมนำเรียนว่าต้องขอบคุณประธานกรรมาธิการที่ถ้าพวกเรา นำเสนอรัฐบาล แล้วรัฐบาลนำไปแก้ไขนี่ชาวบ้านคงต้องปรบมือให้พวกเราในการแก้ไข ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องเรียนว่าถนนที่เสนอเป็น ๒ แนวทาง ผมเห็นแนวทางที่ ๒ เพราะแนวทางที่ ๒ ก็คือเป็นงบอุดหนุนทั่วไปประมาณ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท คือซ่อมแซมถนนที่มีทั้งหมดที่อยู่ โดยใช้อัตราส่วนที่ท่านอนุรักษ์ จุรีมาศ เห็นนี่ให้เป็นหน่วยทั่วไปในการซ่อมแซม แต่อีก ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องมาสร้าง และปรับปรุง เพราะลูกรังแต่ละที่ พี่น้องประชาชนก็อยากให้ลาดยาง อยากให้ทำคอนกรีต ซึ่งมีอีกเยอะมาก ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร ถ้าไม่มีงบตัวนี้ไปเลย จะไม่เห็นถนนลูกรังลาดยางใน อปท. หรือเห็นน้อยมาก ดังนั้นผมยืนยันว่ารัฐบาลสมควรรับเรื่องนี้ไปดำเนินการ แล้วรีบดำเนินการ หาเม็ดเงินมาให้ เพื่อจะให้การสร้าง อาจจะทยอยสร้าง เพราะถนนอาจจะไม่พังทั้งหมด ซ่อมไป ๕๖,๐๐๐ อีก ๓๔,๐๐๐ นี้ก็มาสร้างใหม่

ประเด็นถัดมา ก็คืองบประมาณที่ท่านประธานวีระกรและพวกเราคำนึงถึงนี้คือ ๔ เรื่อง ก็คืองบของ อสม. งบของผู้สูงอายุ งบของผู้พิการและโรคเอดส์นี้ ซึ่งต่อไปนี้ผมพูด ตลอดว่า อสม. ได้ประมาณ ๑,๐๐๐ นี้ไม่พอในการชดเชย เพราะเขาทำงานหนัก เสี่ยงโควิด (COVID) เขาควรต้องได้เพิ่ม ผู้สูงอายุจะต้องได้เพิ่ม เพราะจะต้องเป็นลักษณะว่าเขาจะต้องได้รับ สิทธิเท่าเทียมกันที่บำนาญประชาชนที่ผมเสนอญัตติไปแล้วนี้ งบส่วนนี้จะได้เพิ่ม แล้วคนพิการ ก็ต้องตามมา โรคเอดส์ตามมา ดังนั้นส่วนนี้ควรจะตั้งงบต่างหาก ไม่ใช่เอางบมาใส่ให้ อปท. เพื่อให้ อปท. ได้งบถึง ๒๙.๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อยืนยันว่าโอนไว้ให้แล้วนะรัฐบาล แต่ถ้าเราตัดงบไปนี้ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ แล้วให้งบเป็นงบกลาง หรือเป็นงบของ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข แล้ว อปท. เขาจะได้มีเงิน มีเพดาน เขาก็จะได้มา ทำเรื่องถนนนี้ได้นะครับ ก็อาจจะไม่ต้องเอาเงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทมา เอาเงินก้อนนี้มา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาทำเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นเห็นด้วยว่าต้องมีงบประมาณ แต่จะ มาจากไหนก็แล้วแต่นะครับ

แต่อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของทางหลวง ทางหลวงชนบทนี้ ถึงแม้ว่าเขาถ่าย โอนไปแล้วนะครับ ปัจจุบันทางหลวงชนบทมีถนนอยู่ ๔๘,๐๐๐ กิโลเมตร ทางหลวงมี ๕๒,๐๐๐ กิโลเมตร แต่เขาก็ต้องทำ ๔ เลน ทำขยายเพิ่ม ปรับปรุงเพื่อไม่ให้มันพังมากขึ้น ทำแต่เนิ่น ๆ เพราะฉะนั้นงบประมาณที่เขาได้ ผมก็ยังเห็นว่าไม่ควรจะไปตัดเขาหรอก ไปหา งบส่วนอื่น เพราะอย่างไรเขาก็ต้องทำต่อ มาชดเชยให้ อปท. ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ก็ได้นะครับ ถ้าหางบอื่นมาเติมให้เขาได้ เขาก็สามารถดำเนินการได้ ส่วนทางหลวงก็ให้ดำเนินการต่อไป แล้วก็จะเรียนถามทางท่านประธานว่าขณะนี้เมื่อปี ๒๕๖๔ วันที่ ๓๐ ตุลาคมนี้ อธิบดี กรมทางหลวงบอกว่ามี อปท. อยากจะส่งถนนถ่ายโอนคืนลงหนังสือพิมพ์ประมาณ ๑๒,๐๐๐ กิโลเมตร โดยจะเป็นทางหลวงที่เชื่อมระหว่างจังหวัดกับจังหวัด อำเภอกับอำเภอ หรือชุมชน และต้องมีรถวิ่งผ่านวันละ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ คัน มันจริงหรือไม่ แล้วได้รับถ่ายโอน หรือไม่ แต่ผมมาศึกษาอีกครั้งหนึ่ง มาดูจริง ๆ คณะอนุกรรมการอนุมัติแต่ ๕ จังหวัด ประมาณ ๒๗๗ กิโลเมตร ที่จะมีการถ่ายโอนกลับคืนไป ผมยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้ถ่ายโอนกลับคืนนะ ครับ ยังจะต้องถ่ายลงมาท้องถิ่นเหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นปัญหาเฉพาะกิจอย่างที่เส้นสายจังหวัด อุบลราชธานีของที่ท่านประธานพูดนี้ ที่ติดกับเขตผม เดชอุดมจากกันทรลักษ์ แถวนี้มันมี เหตุผลจริง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะเขตเฉพาะเรื่อง ก็ขอให้ดำเนินการได้ ไม่ต้องปิดกั้น แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นยังมีนโยบายที่จะต้องมาเติมเต็มให้กับพี่น้อง ให้กับทางหลวง ให้ อปท. เพื่อมาสร้างถนน ให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปนะครับ ผมหวังว่ารัฐบาลคงจะต้องรับเรื่องนี้ โดยเฉพาะสมาชิกนี้ เราจะต้องเสนอเป็นเรื่องที่ถือว่าลิจิต (Legit) มาก โดยเฉพาะข้อสังเกตนี้ ให้รัฐบาลรับไป ดำเนินการ และใช้มาตราที่ใช้ขั้นตอนที่ ๑ หรือ ๒ ก็ได้ แต่ขอให้ได้เงินมาซ่อมให้ทัน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ