วีระกร คำประกอบ หารือประเด็นการถ่ายโอนภารกิจถนนสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยไม่มีการถ่ายโอนงบประมาณร่วม พร้อมเสนอให้ปรับลดงบของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทเพื่อจัดสรรให้ท้องถิ่นอย่างเหมาะสม รวมถึงเร่งแก้ไขระเบียบเพื่อให้งบบูรณาการจังหวัดสามารถสนับสนุนการดูแลถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเรียกร้องให้ทบทวนการประมาณรายได้ของ อปท. ที่ตั้งสูงเกินจริงจากสำนักงบประมาณ ทำให้การจัดสรรงบอุดหนุนต่ำกว่าความเป็นจริง และเสนอให้รัฐบาลกลางรับผิดชอบงบประมาณเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เบี้ยผู้ป่วยเอดส์ และงบ อสม. ที่ควรแยกออกจากภาระท้องถิ่น เพื่อคืนงบประมาณให้แก่หน่วยงานท้องถิ่นอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับขีดความสามารถในการบริหารจัดการจริง
กราบเรียนท่านประธาน แม้ว่าอาจจะไม่ได้รับงบประมาณตามรูปแบบที่ ๑ ที่กระผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าควรจะได้ กิโลเมตรหนึ่งถ้าจับมาหารกัน ก็คือกิโลเมตรละ ๑๓๓,๘๕๓ บาทต่อกิโลเมตรก็ตาม แต่เรา ก็คิดว่าควรจะได้อย่างน้อยก็คงจะต้องประมาณเท่ากับมาตรฐานของถนนทางราชการปัจจุบัน ที่มีมาตรฐานต่ำสุด ก็คือถนนของชลประทาน ซึ่งกิโลเมตรละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ข้อสังเกตของ กรรมาธิการที่อาจจะอยู่บนโต๊ะท่าน ซึ่งท่านอาจจะอ่านแล้ว แต่ผมใคร่ที่จะขอเพิ่มเติม เพื่ออธิบายลงลึกในรายละเอียดสักนิดหนึ่ง
ข้อที่ ๑ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้รับงบประมาณเพื่อสนับสนุนภารกิจ ถ่ายโอนอย่างเพียงพอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงขาดความเข้มแข็งในการบริหารจัดการ ดังนั้นรัฐบาลควรพิจารณาปรับลดงบประมาณของกรมทางหลวง ซึ่งถ่ายโอนงานมาแล้วแต่ ไม่ได้ถ่ายงบประมาณมาให้ ควรจะต้องลดงบประมาณของกรมทางหลวงลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และกรมทางหลวงชนบท ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำมาจัดสรรเพิ่มสัดส่วนงบประมาณอุดหนุน ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอนมามันถึงจะ ยุติธรรม ไม่ใช่ถ่ายโอนมาแต่ภารกิจแต่ไม่ยอมถ่ายงบประมาณ และจะไม่เกิดความซ้ำซ้อนกันขึ้น ระหว่างกรมทาง กรมทางหลวงชนบท และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อที่ ๒ คณะกรรมาธิการเห็นว่าเพื่อให้การจัดสรรงบประมาณอุดหนุน สอดคล้องกับการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเหมาะสมและเพียงพอ รัฐบาลควรพิจารณาแก้ไขเพิ่มกฎและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยราชการใช้งบบูรณาการจังหวัดและงบยุทธศาสตร์จังหวัด ซึ่งท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดเป็นผู้ดูแลสามารถนำมาสนับสนุนหรืออุดหนุนให้กับภารกิจถนนขององค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้ ซึ่งก็จะช่วยในเรื่องของการดูแลถนนหนทางของท้องถิ่นเพิ่มขึ้น
ข้อที่ ๓ การประมาณการรายได้จัดเก็บขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
สำนักงบประมาณ ประเมินการจัดเก็บไว้สูงเกินไป แต่ละปีกรรมาธิการงบประมาณก็คงจะแลเห็นครับว่า งบประมาณที่สำนักงบประมาณประมาณการการจัดเก็บของ อปท. ทั่วประเทศนั้นสูงกว่า ที่ได้จัดเก็บได้จริงเกินครึ่ง แต่ประเมินไว้สูงเกินไปจึงทำให้สัดส่วนของรายได้ขององค์กร ปกครองท้องถิ่นต่อรายได้รัฐบาลไม่สะท้อนความเป็นจริง ดังนั้น ควรปรับลดตาม ความเป็นจริงไม่ใช่ว่าไปประมาณการโอเวอร์ (Over) กันจนเกินไปมากกว่าที่ควรจะจัดเก็บได้ ๒ เท่าบ้าง ๓ เท่าบ้าง ก็ทำให้สัดส่วนที่ควรจะต้องอุดหนุนให้กับท้องถิ่นลดน้อยลงไป
ข้อที่ ๔ ในส่วนการจัดสรรงบประมาณให้แก่ อปท. ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ คณะกรรมาธิการได้เห็นว่าในส่วนของเงินอุดหนุนทั่วไป ได้แก่ ข้อที่ ๑ การดำเนินงานของ อสม. ซึ่งเป็นเงินประมาณ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในส่วนนี้สมควรที่จะต้องกลับไปตั้งไว้ ที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏว่าเอาไปตั้งไว้ที่กระทรวงสาธารณสุข แต่ไม่ได้ เอาเงินส่วนนี้คืนมาให้กับท้องถิ่นครับ เมื่อไปตั้งไว้สาธารณสุขท่านเห็นด้วยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง นโยบายของรัฐบาลที่จะให้มีอาสาสมัครสาธารณสุขไม่สมควรที่จะเป็นเรื่องของท้องถิ่น เป็นเรื่องของนโยบายรัฐบาล ท่านก็เอาไปตั้งไว้ที่กระทรวงสาธารณสุขนั้นถูกต้องแล้ว แต่ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แทนที่จะกลับคืนมาให้ท้องถิ่น ปรากฏว่าท่านก็ไม่ได้คืนมาครับ ท่านก็ไปตั้งไว้ตรงนั้นเฉย ๆ แต่ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แทนที่จะมาเพิ่มให้กับสัดส่วนของ ท้องถิ่นซึ่งพึงได้รับประมาณ ๒๙.๗๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านไม่มาเพิ่มให้เขาตรงนี้ นอกจากนั้น กรรมาธิการยังได้ปรึกษาหารือกันกับท่านประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจไปยังองค์กร ปกครองท้องถิ่นคือท่านวิษณุ เครืองาม ในการที่ประชุมร่วมกันและเราได้เสนอว่า นอกเหนือ จากงบ อสม. ก็ยังมีงบเบี้ยผู้สูงอายุอีก ๗๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบสงเคราะห์เบี้ยยังชีพ คนพิการอีก ๑๘,๐๓๑ ล้านบาท งบการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้ป่วยโรคเอดส์อีก ๕๓๑ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๑๐๔,๙๖๔ ล้านบาทนี้ ซึ่งถือเป็นประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้สุทธิของรัฐบาล ซึ่งหากโอนภารกิจไปเป็นสัดส่วนของรัฐบาลกลาง เพราะเป็น หน้าที่ความรับผิดชอบตามนโยบายของรัฐบาลกลาง ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เบี้ยผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นเรื่องของรัฐบาลกลาง ทำไมจะต้องเอาสัดส่วนนี้ไปเป็นสัดส่วนของ ท้องถิ่นเขา เพราะไม่ได้เป็นนโยบายของท้องถิ่น แต่เป็นนโยบายของรัฐบาลกลางที่จะต้อง ดูแลท่านเหล่านี้ เพราะฉะนั้นการมาตั้งงบประมาณทั้งหมด ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพคนพิการ และผู้ป่วยโรคเอดส์ควรจะมาตั้งไว้ที่ พม. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อเอามาตั้งตรงนี้แล้วก็สมควรจะคืน งบประมาณเหล่านี้กลับไปสู่ท้องถิ่น แม้ว่างบ อสม. จะมาตั้งที่กระทรวงสาธารณสุขแล้วก็ตาม แต่ไม่คืนงบประมาณตัวนี้ไปยังท้องถิ่นแต่อย่างใดนะครับ จึงกราบเรียนท่านว่าแม้กระทั่ง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุก็เห็นชอบว่าสมควรที่จะเอางบประมาณทั้ง ๔ ตัวนี้กลับไป ตั้งเป็นสัดส่วนของรัฐบาลกลาง ดังนั้น คณะกรรมการก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ที่เราได้พิจารณามาทั้งหมดแล้วนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกได้โปรดพิจารณาและได้ซักถามตามสมควรครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน