ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของข้อเสนอแนะในการอบรมเจ้าหน้าที่ โดยชี้ว่าปัญหาหลักไม่ใช่ขาดความรู้ แต่ขาดความเร่งด่วนและเจตจำนงทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งแก้ปัญหาท่อระบายน้ำในพื้นที่ไม่ใช่ทางสาธารณะ รวมถึงปัญหาโครงการจัดสรรที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเสนอมาตรการภาษีที่เข้มงวดขึ้นและให้กรุงเทพมหานครรับโอนพื้นที่สาธารณะเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและเร่งด่วน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชมในการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และหามาตรการแก้ไขปัญหา การบำรุงรักษาที่ดิน การพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ส่วนบุคคล และพื้นที่เอกชนทั่วประเทศ ที่ท่านได้กรุณาศึกษามาเป็นเล่ม และจัดทำรายละเอียด ให้ทางสมาชิกได้ร่วมในการพิจารณาในวันนี้ แต่ผมมีประเด็นที่เป็นข้อสังเกต แล้วก็ประเด็น ที่จะได้สอบถามถึงทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ไปศึกษามา ซึ่งในมุมมองของผมนะครับ ที่ต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ จากการที่ผมได้ดูใน เอกสารประกอบในรายงานที่ท่านจัดทำมาทั้งหมด ซึ่งมูลเหตุเดิมผมเข้าใจว่าเป็นการเริ่มต้น จากการที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานคร แต่ในช่วงหลังมีท่านสมาชิก ในต่างจังหวัดได้นำเสนอปัญหาในภาพรวม ในเรื่องที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของทั้งประเทศ ผมขออนุญาตโฟกัส (FOCUS) เข้ามาในส่วนของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นต้นแบบของปัญหา และเป็นสารพันปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอยู่ได้ในขณะนี้ ซึ่งถ้าเราดูจากการรายงาน ที่ท่านวางมาตรการถึงการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ระยะกลาง ระยะยาว ผมไม่ได้ปฏิเสธนะครับว่าจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งยังคงต้องใช้เวลา ในการที่จะต้องพิจารณา แต่สิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้สรุปมาตรการในระยะสั้น นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ ในมุมมองของผม ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สวนกับข้อเท็จจริง สิ่งที่กรุงเทพมหานครได้ออกไปเป็นข้อบัญญัติ และเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ในการปฏิบัติ โดยเฉพาะในส่วนของถ้าเป็นระดับเขตก็ผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายโยธาซึ่งจะเกี่ยวข้อง กับการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการใช้เรื่องของระบบสาธารณูปโภคก็คือในเรื่องของ ถนนหนทาง ที่ดิน ไฟฟ้า การดูแลเรื่องของท่อระบายน้ำต่าง ๆ ซึ่งมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นการที่ท่านได้ลงมาในรายละเอียดว่าจะต้องใช้วิธีการในการอบรมให้ความรู้กับ บุคลากรเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าเป็นการเขียนเพื่อประจานและทำให้ น่าอายมาก เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าคนที่บังคับใช้มีหน้าที่ในการที่จะดูแลปัญหาทุกข์สุข ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คุณไต่เต้ามาเป็นถึงผู้อำนวยการเขต คุณไต่เต้ามาเป็น ถึงระดับหัวหน้าฝ่ายโยธา คุณไต่เต้ามาจนถึงเป็นรองปลัดที่มาเป็นตัวแทนกรรมาธิการ วิสามัญที่นั่งอยู่บนที่นี้ ซึ่งย่อมรู้และเข้าใจในบริบทของการนำไปสู่การปฏิบัติดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าผู้บริหารเอาใจใส่ในการที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เป็นการเฉพาะหน้าเร่งด่วนก่อนหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น เอาง่าย ๆ เรื่องของการดูแลเรื่องของ การลอกท่อระบายน้ำ ร้องไปเถอะ บอกไปเถอะ ถ้าถนนหนทางเส้นทางไหนไม่เป็นที่ หรือทางสาธารณะมันเป็นความยุ่งยากมากในการที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูแลในการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าด่านแรกคำถามแรกถ้าเราแจ้งไป ต้องถามว่าถนนเป็นสาธารณะหรือเปล่า จบแล้วครับ แต่ในขณะที่ในนี้ท่านเองก็เขียน รายงานลงมาว่าประชาชนคือผู้ที่เสียภาษีให้กับรัฐ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในที่หรือทางที่ไม่ได้เป็นที่ หรือทางสาธารณะก็เสียภาษีกันทุกคน อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ในเขตการปกครองของแต่ละ สำนักงานเขตกันทุกเขตทั้ง ๕๐ เขต แต่เมื่อถึงเวลาที่มีปัญหาความเดือดร้อนเจ้าหน้าที่ บอกว่า ต้องเอากฎหมายมาเป็นตัวนำในการแก้ไขปัญหา ผมว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นในขณะนี้ ถ้าทุกคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในส่วนของผู้ที่เป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหาร ยิ่งปัจจุบัน ผู้บริหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งด้วยแล้ว ท่านประธานครับ ยิ่งทำให้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนสะสม หมักหมม หนักเข้าไปใหญ่ เพราะว่าไม่เคยได้เข้าไปสัมผัส ไม่เคยได้เข้าไปใกล้ชิดกับประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตฝากตั้งเป็นข้อสังเกต ถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับว่ามาตรการระยะสั้นที่ท่านต้องบังคับให้เจ้าหน้าที่เร่ง ในการปฏิบัติเอาปัญหาเป็นตัวตั้งแล้วนำไปสู่การแก้ไขปัญหา กรุงเทพมหานครเองจะต้องมี วิธีการในการใช้บุคลากรของตัวเองให้เป็นประโยชน์
ส่วนเรื่องที่ ๒ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมพยายามดู ในรายงานที่ท่านศึกษามาตรการทางภาษีที่จะบังคับใช้กับบุคคลที่ทำโครงการจัดสรร แล้วไม่ยอมทำตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด น่าที่จะกำหนดมาตรการทางภาษีให้หนัก เพื่อที่จะเป็นสถานภาพของการบังคับให้กับคนที่ทำโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การจัดสรรที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดสร้างหมู่บ้านจัดสรร จะต้องมีส่วนร่วมในการ รับผิดชอบถ้าไม่ดำเนินการให้เป็นเรื่องของการดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชน ในระยะยาวมันย่อมตกเป็นภาระให้กับประชาชน
ประการสุดท้าย ขออนุญาตฝากครับ ตอนนี้มีเจ้าของโครงการมากมาย พยายามอยากที่จะโอนให้กับหน่วยงานอย่างกรุงเทพมหานครรับไปเป็นที่สาธารณะ แต่หน่วยงานกลับหลีกเลี่ยงและปฏิเสธในการที่จะรับ โดยอ้างว่ารับแล้วมาเป็นภาระ รับแล้วไม่มีงบประมาณไปแก้ไขปัญหา อย่างนี้ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง อย่างไรต้องรับมาไว้ ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินที่เป็นที่สาธารณะไว้ก่อน ส่วนขั้นตอนในการแก้ไขปัญหา กรุงเทพมหานครงบประมาณปีหนึ่ง ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้เขตแต่ละเขต ท่านไปดูครับได้กันเขตละ ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท ไม่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการที่จะ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องประชาชนเลย เอางบประมาณไปทำแต่ในโครงการขนาด ใหญ่ ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องของการที่ดูแลในความทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน อย่างนี้ต่างหาก ท่านประธานครับ ซึ่งผมไม่เห็นมีปรากฏในรายงานการประชุมแม้แต่น้อย และรวมทั้งที่จริงมันต้องศึกษาว่าแต่ละเขต มีเขตที่ยังไม่ได้มีการโอนให้เป็นที่สาธารณะ อยู่เท่าไร มันต้องปรากฏอยู่ในรายงานการเสนอต่อสภาแห่งนี้ด้วย โดยเฉพาะในส่วนของ กรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะได้นำไปสู่การสร้างสถานภาพของการบังคับให้นำไปสู่การแก้ไข ปัญหาในอนาคต กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ