จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือปัญหาถนนเอกชนที่ประชาชนใช้ร่วมกันในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะถนนปัญญาในพื้นที่รามอินทรา ที่แม้เป็นของเอกชนแต่ประชาชนทั่วไปใช้เป็นเส้นทางสาธารณะ รัฐเข้าไปดูแลไม่ได้เพราะไม่ใช่ทางหลวง จึงเรียกร้องให้มีกฎหมายหรือมาตรการรองรับเพื่อให้รัฐสามารถเข้าซ่อมบำรุงโครงสร้างพื้นฐานได้เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมหรือความเสียหาย โดยเสนอให้พิจารณาจากปริมาณการใช้งานที่เกินขอบเขตหมู่บ้านเอกชนไปสู่การใช้ประโยชน combust สาธารณะอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งยกประเด็นห้าแยกวัชรพลที่ไม่มีแสงส่องสว่างในพื้นที่เอกชน เสนอแนวทางให้รัฐเข้าแก้ไขโดยพิจารณาเปลี่ยนสถานะพื้นที่เป็นของสาธารณะเมื่อไม่สามารถระบุเจ้าของได้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขต ๑๖ รามอินทรา คลองสามวาครับ ก่อนอื่นขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่านบนบัลลังก์ ที่ให้เกียรติรัฐสภาที่กรุณามานั่งรับฟังสภาพปัญหา ซึ่งผมไม่ได้มีโอกาสเข้าไปในคณะท่าน แต่ว่าก็จะฝากข้อความเพิ่มเติมในสภาพปัญหาจริงนะครับ ขอขอบพระคุณผู้แทนจาก หลายหน่วยงานด้วยความจริงใจครับ สภาพปัญหาที่ผมอ่านจากรายงานนี่นะครับ ก็เห็นว่า เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้ ถ้ามีการปฏิบัติอย่างจริงจังทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะ ยาว แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เผอิญเรื่องนี้ ๒ วันก่อนผมได้รับข้อความจากท่านรอง ประธาน คุณกันต์สิณีซึ่งเป็นรองประธานหมู่บ้านเคซีนิมิตรใหม่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านผมนะครับ มีสภาพปัญหาเหมือนที่ท่านกำลังแก้ไขครับ เมื่อปีที่แล้วได้ร้องไปยังกรมที่ดิน ท่านรองอธิบดี ณรงค์ สืบตระกูล ซึ่งสมัยนั้นท่านเป็นรองอธิบดี ท่านได้ส่งผู้แทนเข้ามาในหมู่บ้านและพูดคุย กับพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นสภาพปัญหาครับ ผ่านไป ๑ ปี ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ผมก็ได้ออก จดหมายสอบถามไปที่กรมที่ดินเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เองนะครับ วันที่ ๓ ก็คือเมื่อ ๒ วันก่อนท่านก็ได้ตอบมาว่ากรมที่ดิน มีนบุรีก็ดี กรุงเทพมหานครได้ร่วมกันแก้ไข ปัญหา ผมก็หวังนะครับว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข ส่วนที่ผมอยากจะเสนอเพิ่มอย่างนี้ครับ ท่านประธานคงจะได้ยินคำว่า ภาระจำยอม ใช่ไหมครับ หลัง ๆ นี่เขาเรียกว่า ภาวะจำทน ภาระจำยอม หรือว่าถนนที่ใช้ร่วมกันนี่นะครับ เช่นยังไม่ยอมโอนให้หลวงแล้วก็เป็นภาระจำยอม รัฐก็มักจะเข้าไปทำอะไรไม่ได้ ท่านทราบดีอยู่แล้วครับ ทั้งไฟฟ้า ประปา ถนนหนทาง แต่ผม จะยกตัวอย่างให้ท่านประธานกรรมาธิการได้ลงไปดูนะครับว่า สภาพปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นจริง ในกรุงเทพมหานครครับ ถนนรามอินทรา ถ้าเกิดท่านไปตรง กม. ๘ ถึงแฟชั่นไอส์แลนด์ จะมีทางหนึ่งเขาเรียกว่า ถนนปัญญาครับ เข้าไปจะเจอสนามกอล์ฟขวามือ ถนนนี้มีความยาว ๕-๖ กิโลเมตร วิ่งตรงเข้าไปก็จะไปผ่านถนนเลียบคลองสองบ้างละ ไปผ่านถนนพระยาสุเรนทร์ ไปผ่านถนนด้านในอีกหลายนะครับ มีพี่น้องประชาชนใช้ถนนเส้นนี้ แต่ถนนเส้นนี้เป็นเอกชน คำถามก็คือ รัฐไม่เคยเข้าไปทำอะไรเลย ทางเขาก็ต้องทำเองครับ ผมมีความรู้สึกว่าถ้าถนน ในลักษณะเช่นนี้ ถ้ามันเป็นสาธารณะแบบกึ่งจำยอมเขาเปิดให้กับคนทั่วไปใช้นี่นะครับ รัฐควรจะมีกฎหมายฉบับใดครับ ที่จะสามารถทำได้ในการเดินทางและเข้าไปทำพวกไฟฟ้า ประปา หรือการซ่อมบำรุงถนนครับ แต่ปรากฏว่าพอยื่นเรื่องไปทีไร โอ๊ย ทำไม่ได้หรอก ของเอกชน น้ำท่วมก็ไปด่าเจ้าของทำไมเขาไม่ยกให้หลวง ก็เรื่องของเขาครับ ที่ดินเขา เขาจะยกให้หรือไม่ แต่ถ้าเขาเปิดโดยไม่เก็บสตางค์ปากซอย ๓ บาทเหมือนสมัยก่อน นี่นะครับ รัฐควรจะมีระเบียบอะไร เช่น ลองนับปริมาณรถที่เข้าออก มันไม่ได้ไปแค่ หมู่บ้านเขาอย่างเดียว มันไปประชาชนทั่วไปที่อยู่ในทางสาธารณะอีก ๓-๔ ถนน รัฐควรจะมี เงื่อนไขใด มันพิสูจน์ได้ครับ นับวันหนึ่งรถวิ่งหมื่นคัน แล้ววิ่งไปที่ถนนอื่นที่ไม่ใช่ ของหมู่บ้านเขา รัฐควรจะทำแบบไหนอย่างไรได้บ้าง
นอกจากนี้ท่านประธานที่เคารพครับ บริเวณห้าแยกวัชรพล เขตบางเขน ของท่าน ส.ส. อนุสรณ์ ปั้นทอง ส.ส. ไก่ของผมนี่นะครับ ผมเป็นประธานกรรมาธิการ รัฐวิสาหกิจ คนก็ร้องมาครับ บอกว่าตรงนั้นเป็นห้าแยกวัชรพลที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ผมก็ถามไปยังการไฟฟ้าครับว่า นครหลวงทำไมท่านไม่ไปทำครับ เขาบอกตรงนั้นเป็น ที่เอกชน เห็นไหมครับ แต่คนใช้กันเยอะแยะมากมาย เป็นที่เอกชนอยู่ประมาณสัก ๑๐๐ เมตร ที่ไปเจอกันห้าแยกวัชรพลนี่นะครับ ถ้าเกิดท่านใดอยู่ในวัชรพลจะรู้ ติดกันกระจาย มืดตึ๊บ ล่าสุดนี่ครับ ผมก็สอบถามไปยังทางการไฟฟ้านครหลวงครับ ก็ได้รับคำชี้แจงบอกว่าวิธีการทำมีครับ ท่านประธานกรรมาธิการครับ วิธีการทำก็คือทำให้มัน เป็นจุดเสี่ยง พอเป็นจุดเสี่ยงปุ๊บ รัฐเข้าไปทำได้ เห็นไหมครับ บางเรื่องมันก็มีข้อกฎหมาย ที่เราสามารถแก้ไขได้ ผมก็นำเรียนท่านอนุสรณ์ ปั้นทอง ครับว่าเดี๋ยวผมจะติดตามให้ท่านว่าการไฟฟ้านครหลวงจะไป ติดไฟส่องสว่างได้หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่เป็นที่เอกชน แต่เป็นที่เอกชนที่เราใช้ร่วมกันมานาน เอาล่ะ เจ้าของอาจจะตายไปแล้วบ้าง บริษัทหาไม่เจอแล้วบ้าง ปิดกันไปแล้วบ้าง ไม่รู้จะโอนอย่างไร ให้หลวงต้องไปตามเอกสารเยอะแยะมากมาย ซึ่งอันนี้รัฐควรจะกำหนดได้แล้วครับว่า ถ้าเขาซื้อหมู่บ้านไปมีสนามเด็กเล่น มีโน่น มีนี่ มีนั่นแล้ว โอนไปเป็นนิติบุคคลแล้ว หรือไม่เป็นนิติบุคคลแล้ว เจ้าของตายไปแล้วบ้าง หาเอกสารไม่เจอ มีขอบเขตของเวลา หรือไม่ครับ เช่น ๕ ปี ๑๐ ปี ต้องตกไปเป็นของรัฐ ไปเป็นของหลวง จะได้เข้าไปบริหาร จัดการได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในกรุงเทพมหานครนะครับ ผมจึงย้ำอยู่เสมอว่าคำว่า ถนนเอกชน คำว่าซอยนี้เป็นของเอกชนเขายังไม่ยกให้หลวงนี้ มันก็ต้องไปดูวัตถุประสงค์ว่า เขาใช้กันเพื่อการใด ถ้าอยู่ดี ๆ เขามาปิดปากซอยเก็บ ๕ บาท เข้าซอยฉันทะลุไปหมู่บ้านนั้น ไปได้เร็วกว่า รถไม่ติด อย่างนี้ก็อยู่ในระเบียบข้อบังคับได้ครับ ผมจึงฝากท่านประธาน กรรมาธิการนะครับ ท่านเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน และผมดูกรรมาธิการหลาย ๆ ท่านที่นั่งอยู่นี้ ก็เป็นทรงคุณวุฒิ เป็นผู้มีอำนาจ ท่านจง ใช้อำนาจก่อนเกษียณเถอะครับ เกษียณแล้วสั่งอะไรมันก็ไม่ได้นะครับ ถ้าท่านทำแล้ว พี่น้อง ประชาชนได้ประโยชน์ ผมจะจดจำชื่อท่านไว้จนวันตายให้กับพี่น้องประชาชนครับ ก็ฝากท่าน ประธานให้กำลังท่านคณะกรรมาธิการ และผมจะติดตามต่อครับว่าสภาพปัญหาที่ท่านศึกษา นี้มันจะทำได้มากน้อยขนาดไหน ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ