โกวิทย์ พวงงาม ชี้แจงผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและที่ดินรกร้างเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้าไปดูแลบริหารพื้นที่สาธารณะและจัดการที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการกำหนดให้หมู่บ้านจัดสรรทุกประเภทปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และสนับสนุนให้ อปท. เข้าดำเนินการบริการขั้นพื้นฐานและพัฒนาความร่วมมือกับเจ้าของหมู่บ้านในการให้บริการทางเลือกอย่างเหมาะสม
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ ผมขอบคุณ ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านสรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ได้เปิดโอกาสให้กระผมได้ชี้แจง รายงานการศึกษาปัญหาการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และมาตรการแก้ไขปัญหา การบำรุงรักษาที่ดิน การพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ส่วนบุคคล และพื้นที่เอกชนทั่วไป ผมเรียนท่านประธานโดยสรุปอย่างนี้นะครับว่า เรามี ๒ อนุ อนุ ๑ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการใช้ข้อบังคับของกรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านประธานอนุกรรมาธิการ ก็คือท่าน ส.ส. กรณิศ จะชี้แจงในลำดับต่อไป ส่วนของผมนั้นก็มาเน้นอย่างที่ท่านประธานท่านสรอรรถได้กล่าวแล้วก็คือว่า พื้นที่ ที่จะเกี่ยวข้องกับที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นที่ราชพัสดุ ที่สาธารณประโยชน์ ที่รกร้างว่างเปล่า หรือที่ดินที่เป็นหมู่บ้านจัดสรรในประเภทต่าง ๆ ก็ดี ตรงนี้ผมสนใจตามญัตติที่ผมเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ควรจะใช้ประโยชน์ เพื่อสาธารณประโยชน์ใช้สอยของพี่น้องประชาชน และการบำรุงรักษาทรัพย์สมบัติ ของสาธารณะเพื่อประโยชน์ประชาชน จากการศึกษาโดยสรุป ผมสรุปดังนี้นะครับ
ข้อที่ ๑ ก็คือว่าในพื้นที่ขององค์กรท้องถิ่นซึ่งมีที่ดินสาธารณะอยู่ ๓ ประเภท ที่ดินประเภทราชพัสดุ ที่ดินประเภทที่สาธารณประโยชน์ และที่ดินรกร้างว่างเปล่า ข้อสรุป ของเราก็คือว่า การใช้ที่ซึ่งท้องถิ่นส่วนหนึ่งก็ขอใช้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นใช้ทางราชการ หรือขอใช้เพื่อประโยชน์เชิงภารกิจของ อปท. เช่น ทำตลาด ทำน้ำประปา เป็นต้น อันนี้ ตามระเบียบทางราชพัสดุก็ขอใช้ตามพระราชบัญญัติระเบียบพัสดุ ปี ๒๕๖๒ แต่อย่างไรก็ตาม ในการขอใช้ไม่ว่าจะเป็นที่สาธารณะหรือพื้นที่รกร้างว่างเปล่า อำนาจอยู่ที่นายอำเภอเสนอให้ ผู้ว่าได้อนุมัติให้ใช้ ก็กราบเรียนว่าท้องถิ่นทั่วไปจะต้องเข้าใจในจุดนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งเราก็ได้เสนอ ให้มีการสำรวจพื้นที่เพราะว่าพี่น้องประชาชนและท้องถิ่นไม่ทราบ เพราะฉะนั้นข้อเสนอ ในระยะสั้นของอนุกรรมาธิการที่ส่งไปยังกรรมาธิการก็คือ จะต้องสำรวจที่ดินที่หน่วยงาน ของรัฐถือกรรมสิทธิ์ การใช้ประโยชน์พื้นที่ การแจ้งให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการปักป้าย หรือการบอกแนวเขตเพื่อจะทำให้ท้องถิ่นได้ทราบแล้วนำพื้นที่นั้นมาใช้ประโยชน์แก่พี่น้อง ประชาชน แล้วการขออนุญาตในการใช้ประโยชน์นั้นจะมีคณะกรรมการจังหวัดอยู่ ผมคิดว่าหลายเรื่องในที่ดินอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งโดยสรุปก็คือที่ดินที่มีการจัดสรรที่ดิน นั่นก็คือ หมู่บ้านจัดสรร หมู่บ้านจัดสรรถ้าแบ่งโดยสรุปก็มีอยู่ ๒ ประเภท ประเภทที่อยู่ภายใต้ โครงการที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรกับประเภทที่ดินภายใต้การจัดตั้ง เป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้ง ๒ ประเภท ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าทั้ง ๒ ประเภทนี้ อปท. ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวตามที่ผมเคยเสนอญัตติ แต่จากการศึกษามี พ.ร.บ. หมู่บ้านจัดสรรได้กำหนดเอาไว้ ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปยังเพื่อนสมาชิกว่า อปท. ไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปพัฒนา การเสียประโยชน์ก็เกิดขึ้น แก่พี่น้องที่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรเอง ไม่ว่าจะเข้าไปจัดการขยะ เข้าไปบำรุงรักษาถนนหนทาง เป็นต้น ที่ผมยกเป็นตัวอย่างเพราะว่าข้อเสนอแนะที่เราได้เสนอไว้ ในประเด็นแรกก็คือพื้นที่ ที่จะดำเนินการใช้สอยในพื้นที่ราชพัสดุ ในประเด็นที่ ๑ ก็คือว่า ในกฎหมายบอกว่า ๑๐ ไร่ สามารถทำสวนสาธารณะได้ ๓ ไร่ ทำลานกีฬาได้ แต่เกินกว่านั้นต้องขอที่ราชพัสดุ อันนี้คือ ข้อเสนอในประเด็นที่ ๑ เรามองว่าต้องยุติที่จังหวัดคือคณะกรรมการจังหวัด เพื่อจะให้จบ แล้วก็สามารถให้ท้องถิ่นเข้าไปดำเนินการได้นะครับ ในส่วนที่ ๒ ก็คือที่ดินที่เป็นโครงการ จัดสรร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราเสนอว่าทั้ง ๒ ประเภทไม่ว่าที่ดินที่ได้จัดตั้งเป็น นิติบุคคลและไม่ได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคลก็ตาม การประกาศโครงการขายก็ดี ประกาศเชิญชวน ผู้ซื้อให้ซื้อ เราเสนอว่าห้ามเปลี่ยนแปลงผังที่ดินจัดสรร อันนี้คือข้อที่ชัดเจนว่าเจ้าของ ผู้จัดสรรที่ดินจะไปเปลี่ยนแปลงโครงการไม่ได้ ซึ่งหลายครั้งเจ้าของที่ดินจะเปลี่ยนแปลงโครงการไปทำโน่นทำนี่ไม่เป็นไปตามโฆษณา ของหมู่บ้านจัดสรร เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้หลีกเลี่ยงระเบียบการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพราะว่าถ้าผู้ซื้อซื้อเกินกว่ากึ่งหนึ่งของหมู่บ้านจัดสรร ผู้ซื้อจะต้องดำเนินการจดทะเบียนเป็น นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ซื้อหลีกเลี่ยงเราก็เสนอแนะว่า การทยอย ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินจะทยอย พอทยอยแล้วมันก็ไม่ได้เกิดการจดทะเบียนเสียที แต่เราก็บอกว่า ถ้าเกินกึ่งหนึ่งแล้วผู้ซื้อจะต้องจดทะเบียนเป็นหมู่บ้านจัดสรร ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าที่ผ่านมา การสร้างความรู้ ความเข้าใจกับผู้อยู่อาศัยและผู้จัดสรรที่ดินจะต้องเข้าใจว่า การจัดตั้งเป็น หมู่บ้านจัดสรรที่ผู้ซื้อจำนวนกึ่งหนึ่งที่จดทะเบียนหมู่บ้านจัดสรรต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม ระเบียบของ พ.ร.บ. หมู่บ้านจัดสรร ท่านประธานครับ ผมคิดว่านั่นคือระยะสั้นที่เรา ได้กล่าวไว้ แต่ในระยะกลางผมเรียนว่าจะต้องอย่างที่ท่านประธานท่านสรอรรถได้พูดว่า ระยะกลางเราก็ต้องไปดู เพราะฉะนั้นการประกาศของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินเราเสนอว่า หมู่บ้านจัดสรรจะแบ่งประเภทออกเป็นหลายประเภทด้วยกัน มันมีความเหลื่อมล้ำ เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นต้องแบ่งประเภทของหมู่บ้านจัดสรรเพื่อจะดำเนินการได้นะครับ แล้วก็ประกาศให้ประชาชนได้ทราบ
ส่วนที่ ๒ ก็คือว่า ลักษณะของการบริการสาธารณะในหมู่บ้านจัดสรร จริง ๆ แล้วผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรร แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นเยอะมาก ในการบริการขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการบริการเรื่องขยะ บริการเรื่องการบำรุงรักษาใช้สอย ในหมู่บ้านจัดสรร ทำอย่างไรเราจะให้ อปท. เข้าไปดำเนินการ อันนั้นก็ยังเป็นปัญหา แล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่า เราจะต้องให้มีการแบ่งประเภทของการบริการสาธารณะ เช่น ในบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานผมเข้าใจว่าถ้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเขาจะตกลง เพื่อให้ท้องถิ่น อาจจะเป็นเขตเทศบาล เขต อบต. เข้าไปบริการเรื่องที่ผมกล่าวถึงนะครับ ส่วนบริการทางเลือกก็อาจจะเป็นข้อตกลงกันระหว่างเจ้าของหมู่บ้าน เช่น ขุดลอกท่อ หน้าหมู่บ้านของตัวเอง เช่น ดำเนินการตัดต้นไม้ที่อยู่หน้าบ้าน เป็นต้น อันนั้นเป็นข้อตกลง ที่เจ้าของบ้านกับท้องถิ่นจะต้องดูว่าจะจ่ายกันอย่างไร นั่นคือข้อเสนอ ซึ่งรายละเอียดจะอยู่ ในรายงาน
อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ถ้าให้ไม่ยุ่งยากตามที่ผมได้เสนอญัตติเข้ามาก็คือว่า ทำอย่างไรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปบริการประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านก่อนโอน เป็นนิติบุคคล ผมเข้าใจว่ายังมีอีก ๒ เรื่องที่เราเสนอไว้ก็คือการให้ตัวแทนของท้องถิ่น และตัวแทนของผู้ซื้อจะต้องร่วมกันในคณะกรรมการสาธารณูปโภคดูว่าจะตกลงกันอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้มันก็มี ๒ แบบ แบบหนึ่งก็คือว่า ในกฎหมายบอกว่า ให้จดทะเบียนการโอน ซึ่งตรงนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่แต่ถ้าอุทิศให้มันก็จะทำได้ดีกว่า เพราะฉะนั้น ทั้งหมดโดยสรุปก็คือว่า วันนี้เราก็เปิดช่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปได้หลายเรื่อง ไม่ว่าในที่สาธารณะที่ผมกล่าวแล้ว เพราะว่าหลายที่ท้องถิ่นเข้าไปจัดสวนสาธารณะให้ ท้องถิ่นกลับไปทำลานกีฬาให้ หรือบางที่ท้องถิ่นกลับไปทำเรื่องของบ้านพักอาศัยให้ อันนี้ก็เป็นช่องที่ทำให้การจัดการที่ดินเกิดประโยชน์โดยท้องถิ่นเข้าไปจัดการ เพราะว่า ทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีท้องถิ่นอยู่แล้วนะครับ นั่นคือประเภทที่ ๑ ส่วนหมู่บ้านจัดสรรมันยังมีปัญหามาก เพราะว่าเจ้าของหมู่บ้านเองก็มีประโยชน์อยู่กับ หมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการยื้อไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ก็ยังมีปัญหาเรื่องการใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะผมก็คิดว่าในรายงานทั้งหมดที่เรากล่าวมา ผมขออนุญาตให้ท่านสันติชัย พูดระยะยาวสักนิดหนึ่งในการแก้กฎหมายสั้น ๆ ขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียว ขอบคุณครับ