พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล หารือปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน การจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับผู้รับผิดชอบ และการขาดข้อมูลวิชาการสนับสนุนการตัดสินใจ โดยเรียกร้องให้จัดทำเช็กลิสต์ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผลักดันให้สภาส่งรายงานไปยังรัฐบาลเพื่อดำเนินการต่ออย่างเร่งด่วน พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณและเพิ่มบทบาทนักวิชาการในการวางนโยบายเพื่อให้การแก้ไขมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตมาอภิปรายเรื่องของรายงานผลการพิจารณา ศึกษา เรื่อง ผลกระทบและแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน ของทางคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉันต้องกราบขอบพระคุณทางอนุกรรมาธิการเป็นอย่างมากที่ได้ให้ ความสำคัญและให้ความสนใจเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง และตั้ง คณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ และจากผลที่ท่านไปพิจารณาทั้งลงพื้นที่ ทั้งสรุปเล่มรายงาน ดิฉันได้อ่าน และท่านได้เขียนครอบคลุมประเด็นอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จำเป็นจะต้องขอคะแนนสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งสภาแห่งนี้ ได้นำผลการพิจารณาการศึกษาครั้งนี้ส่งไปยังรัฐบาลโดยด่วน ทำไมดิฉัน ถึงบอกว่าจำเป็นจะต้องให้การสนับสนุนและนำเล่มรายงานผลการศึกษาให้รัฐบาลโดยด่วน ก็เพราะว่าอย่างนี้ท่านประธานคะ วันนี้ทั้งข้อเสนอของทางอนุกรรมาธิการที่ได้พิจารณา ในเล่มนี้ มันมีบางรายการที่จำเป็นจะต้องใช้กำลังของรัฐบาลในการส่งต่อให้นโยบายที่อยู่ ในเล่มได้ประสบความสำเร็จ ดิฉันขอแยกออกมาเป็น ๓-๔ ประเด็นด้วยกันนะคะ
อย่างแรกเลยค่ะท่านประธาน วันนี้ทางกรรมาธิการท่านได้บอกว่า มันมีความ จำเป็นที่จะต้องบูรณาการในหลายหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาด้วยกันนะคะ อย่างเช่น ท่านได้เขียนไว้ชัดเจนในหน้าที่ ๕๖ ท่านบอกว่า วันนี้แม้ว่าประเทศเราได้มีคณะกรรมการ นโยบายแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ทาง คณะกรรมการนี้ เดิมท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนนั่งเป็นประธาน แต่วันนี้ได้มอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรี ท่านประวิตรได้มาเป็นคนดูแล แต่ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะมีคณะกรรมการชุดนี้ เพื่อที่จะมาทำแผนบูรณาการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ แต่เอาเข้าจริง ๆ ท่านประธานคะ มันยังไม่สามารถบูรณาการได้จริง ๆ ค่ะ เพราะว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่กลับไม่มีอำนาจ หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ทำไม่ได้ หรือบางหน่วยงานมีทั้งอำนาจทั้งหน้าที่ก็ทำงาน ตัวใครตัวมัน ขอยกตัวอย่างอย่างนี้ค่ะท่าน วันนี้ประเด็นที่ทางกรรมาธิการได้ห่วงใยก็คือ เรื่องของอีไอเอ (EIA) และเรื่องของเช็กลิสต์ (Checklist) แต่เรื่องของการทำเช็กลิสต์ (Checklist) วันนี้ก็ยังไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ คำว่าบูรณาการก็เลยไม่เกิดขึ้นจริง เพราะอะไรคะ หน่วยงานที่ทำเช็กลิสต์ (Checklist) วันนี้คือทาง ทช. ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง แต่ก็ยังไปติดขัดบางประการอยู่ที่กรมเจ้าท่า เพราะฉะนั้นดิฉันถึงบอกว่ามันมี ความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอนุมัติเล่มนี้เพื่อเสนอไปยังทางรัฐบาล ให้ทางรัฐบาลได้เร่ง ประเด็นนี้ ให้ทำเช็กลิสต์ (Checklist) ให้เสร็จโดยเร็ว วันนี้การอนุมัติงบประมาณในการทำ โครงสร้างต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอาจจะดีขึ้น เมื่อก่อนบางหน่วยงาน อยากสร้างอยากทำอะไรก็ได้ทำ แต่ ณ วันนี้ตั้งแต่มีคณะกรรมการแผนชาติเกิดขึ้นมา มีอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อกลั่นกรองโครงการเกิดขึ้น ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ โครงการใดก็ตามที่จะขอทำโครงสร้างเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง จำเป็นจะต้องผ่าน อนุชุดนี้ก่อน ดังนั้นโครงสร้างใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น อย่างน้อย ๆ พวกเราก็อาจจะเบาใจได้ ส่วนหนึ่งว่า ๑. ทำได้ถูกต้องตามแผนของชาติ ทำได้ถูกต้องตามที่ทาง ทช. เขาได้กำหนด เอาไว้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดมันต้องได้ยอมรับกันในทั้งทุก ๆ ฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะแค่หน่วยงานที่ยื่น แต่มันต้องได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยต้องขอ ความร่วมมือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เล็งเห็นถึงประโยชน์ตรงนี้ด้วย เพราะอะไรคะ ทั้งอีไอเอ (EIA) ทั้งเช็กลิสต์ (Checklist) มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ถ้าเราบอกว่า เราจะปล่อยให้การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมันต้องคืนกลับด้วยวิธีธรรมชาติ ดิฉันเห็นด้วยค่ะว่าธรรมชาติแก้ด้วยธรรมชาติ แต่ในทุก ๆ นาทีที่เรากำลังดำเนินชีวิตไป มันก็มีอีกหลายคนที่เขาต้องรับผลกระทบจากการกัดเซาะ เพราะฉะนั้นแล้วการมีอีไอเอ (EIA) หรือการมีเช็กลิสต์ (Checklist) มันก็อุ่นใจอย่างหนึ่งสำหรับการสร้างโครงสร้างใหม่ ที่จะช่วยให้เกิดการยอมรับทุกฝ่าย อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ค่ะ
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของงบประมาณ ท่านประธานคะ วันนี้งบประมาณ ก้อนใหญ่ ๆ มันกลับไปอยู่ในหน่วยงานที่ วันนี้ดิฉันขอยกตัวอย่างก็คือ ทั้งงบประมาณ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง หน่วยงานที่รับผิดชอบหลักวันนี้ แทนที่จะเป็น ทช. หรือเจ้าท่า กลายเป็นงบหลักไปอยู่ที่โยธาธิการและผังเมืองค่ะ ทั้ง ๆ ที่ โยธาธิการและผังเมืองเองท่านมีผู้เชี่ยวชาญ มีนักวิชาการ หรือมีผู้ชำนาญการด้านการแก้ไข ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งไม่มากพอค่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องการจัดสรรงบประมาณจึงเป็น ความจำเป็นอีกอย่างหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องมีการปรับโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณ ไม่ใช่ ให้เฉพาะ ไม่ใช่ว่าดูแค่ว่าโยธานะคะ อาจจะเป็นงบส่วนหนึ่งแค่น้อยนิด ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบโยธา แต่มันหมายถึงงบอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ทั้งระบบ อย่างนี้ดิฉันคิดว่ามันไม่ถูกต้องค่ะ
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าวันนี้การกัดเซาะชายฝั่งเกิดขึ้นทุกวัน แต่ผู้เชี่ยวชาญ คนชำนาญการที่มีอยู่ในประเทศนี้ก็ยังไม่เพียงพอ ดิฉันอยากเห็นนักวิชาการ ที่มีความชำนาญด้านนี้ได้ไปเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจหรือการวิเคราะห์โครงการใน หน่วยงานของคณะกรรมการชาติด้วย เราไม่อยากให้แค่คนใดคนหนึ่งไปอยู่ประจำที่ใดที่หนึ่ง แต่อยากให้คนที่มีความรู้หลาย ๆ ท่านได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ ชายฝั่งทั้งระบบด้วย ดิฉันถึงเห็นความจำเป็นวันนี้อย่างยิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้อง เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ส่งต่อไปรัฐบาลค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ