สมชาย ชี้กัดเซาะชายฝั่งรุนแรง หลังสร้างเขื่อนคอนกรีตสะท้อนแรงคลื่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

สมชาย ฝั่งชลจิตร หารือปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยวิพากษ์แนวทางการแก้ปัญหาแบบวิศวกรรมที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเรียกร้องให้ศึกษาผลกระทบเชิงระบบนิเวศก่อนดำเนินการใดๆ

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายต่อการศึกษาผลกระทบและแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะ ชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน ผมอยากจะชวนเชิญท่านประธานไปยืนชายฝั่งทะเลในชายหาด ที่มีทรายขาว ๆ และวันที่มีคลื่นขนาดใหญ่เมื่อมีพายุ ถ้าเรายืนอยู่ตรงนั้นเราจะเห็นว่า คลื่นขนาดใหญ่มันก็จะมีแรงขับพลังอย่างไรก็ตามมันก็จะหายเข้าไปในทราย นี่คือสิ่งที่ทราย มันได้ตอบคำถามเราว่า แม้ว่าจะมีพลังของคลื่นอย่างไรก็ตามถ้ามันมาเจอกับทรายอ่อนนุ่ม มันก็จะหายไป พลังแรงเหล่านั้นมันก็จะซ่อนอยู่ในทราย แต่วันใดก็ตามที่เราไปยืนอยู่ที่ กำแพงกันคลื่นที่เป็นคอนกรีต เวลาพลังแรงงานที่มันเปลี่ยนจากลมมาเป็นน้ำในทะเล ซึ่งมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล มันก็ส่งพลังมากระทบกับแนวกันคลื่นที่เป็นคอนกรีต แข็งแรงนี่ละ มันก็จะมีน้ำกระเซ็นกระซ่านของน้ำมาให้เราเห็นกระจาย แต่ส่วนหนึ่งที่มัน เกิดขึ้นจริงก็คือแรง นี่เป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ มันไม่ได้หายไปไหน มันก็สะท้อนกลับไป และในทางทฤษฎีมันก็บอกว่ามันจะต้องมีทิศทางของแรงรับ มันขึ้นกับแรงลมและกระแสน้ำ ที่มันไหลอยู่ในวันเวลานั้น ปรากฏการณ์เหล่านี้มันจึงเกิดให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนครับ ท่านประธาน ที่คณะกรรมาธิการรายงานมาที่หาดชงโคและที่บ่ออิฐสงขลา แนวกันคลื่น ที่ปรากฏอยู่ข้าง ๆ ไม่กี่ปีครับหาดทรายอีกข้างหนึ่งมันหายไป นี่คือผลของความเป็น วิทยาศาสตร์ที่แท้จริงของธรรมชาติ ท่านประธานครับ ในวิธีคิดกับการแก้ปัญหาการกัดเซาะ ชายฝั่งทำไมมันเพิ่งเกิดเมื่อ ๕๐ ปีที่ผ่านมา เพราะนี่มันเป็นเรื่องของมนุษย์ เมื่อก่อนนี้ตอนที่ ผมเด็ก ๆ ชายหาดทั้งหลายที่มันเกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะที่นครศรีธรรมราช มันไม่มีเจ้าของ หาดมันคือที่สาธารณะ หาดมันคือที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ แต่วันนี้หาดภายใต้ โครงสร้างของระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมนี่ละมันถูกเป็นเจ้าของ และเจ้าของก็ทำหน้าที่ ในการปกป้องส่วนของตัวเองเท่านั้น ผลกระทบที่จะเกิดกับส่วนอื่นไม่เกี่ยว และที่สำคัญที่สุด โครงสร้างของรัฐไทยคิดแบบแยกส่วน ก็คือคิดเฉพาะส่วน โดยเฉพาะแนวคิดแบบเชิง วิศวกรรม ไม่เอาความคิดแบบผลกระทบของสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ ธรรมชาติมันมีมิติแห่งความสัมพันธ์ มันไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวสิ่งหนึ่งและมันจะไม่กระทบ ต่อสิ่งหนึ่ง คลื่นที่กระทบกับกำแพงกันคลื่นในจุดหนึ่งจุดใดมันไม่กระทบเฉพาะจุดที่มี กำแพงกันคลื่น ผลกระทบมันมีความสัมพันธ์ในเชิงธรรมชาติที่เป็นวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ เราละเลยสิ่งนี้ เราคิดแต่ในเชิงวิศวกรรมว่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะฉะนั้นแนวทางที่คณะกรรมาธิการ ศึกษามันศึกษาแต่ปัญหาเฉพาะหน้าและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในอดีตที่ผ่านมาประชาชน ในแผ่นดินไทยยอมรับชะตากรรมของการเปลี่ยนแปลงชายหาด และเขาเชื่อว่าวันหนึ่ง ธรรมชาติมันจะเอาคืนหาดให้กับเขา แต่เมื่อคุณสร้างกำแพงแข็งกันคลื่นไปแล้ว สิ่งที่จะ กลับมามันกลับมาไม่ได้ แต่มันก็ส่งผลกระทบต่อส่วนอื่น ๆ อาจจะไปเป็น ๑,๐๐๐ กิโลเมตร ผลกระทบที่มันเกิดกับกำแพงกันคลื่นที่ประจวบคีรีขันธ์อาจจะไปมีผลที่ชายหาดที่บางแสนก็ได้ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริง เพราะวิถีของการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติในปัจจุบัน ยิ่งเราพูดถึง ไคลเมตเชนจ์ (Climate change) บรรยากาศโลกมันเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น การแปรปรวนของธรรมชาติมันจึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สิ่งหนึ่งที่เราต้องคิดในเรื่องของ การป้องกันผลกระทบที่เกิดจากการกัดเซาะ เราต้องพูดถึงว่าจะต้องมองถึงปัญหาที่มันเป็น ลักษณะมิติแห่งความสัมพันธ์ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเรื่องมากมายครับ ที่คอนกรีต เสริมเหล็กที่ไปอยู่ชายทะเลหรืออยู่ในแม่น้ำ ยิ่งอยู่ในแม่น้ำ โดยเฉพาะแม่น้ำปากพนังมันได้ ทำลายระบบนิเวศของน้ำกร่อย จนกระทั่งว่าวันนี้ปลาที่มันเป็นแหล่งเพาะฟักที่ปากพนัง ก็หายไป นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ว่า ผลกระทบ จากการดำเนินการในเชิงของการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง หรือว่าแก้ปัญหาในเรื่องอะไร ก็ตามที่มันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็ขอให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาแนวทาง ของผลกระทบของสิ่งแวดล้อมให้เรียบร้อยเสียก่อน ให้มันมีลักษณะสมบูรณ์เสียก่อน เพราะสิ่งแวดล้อมมันคือชีวิตของผู้คน สิ่งแวดล้อมมันคือปัจจัยสำหรับการดำรงชีวิต ของสรรพสิ่งทั้งหลาย ปลาก็ต้องใช้สิ่งแวดล้อมในการเจริญเติบโตและฟักไข่ คนก็ต้องมี ความพร้อมที่จะใช้สิ่งแวดล้อมในการที่จะอยู่กับมันให้ได้ ไม่ใช่ว่ากรอบคิดว่า ฉันคือเจ้าของ ที่ดินแปลงนี้ ฉันคืออำนาจรัฐที่ดูแลทางทะเลภายใต้โครงสร้างของระบบราชการ คิดแต่จะตั้ง งบประมาณ ไม่ทราบว่าจะมีเงินทอนกันมากหรือไม่เวลาทำในทะเล แต่ชอบทำกันนัก ในโครงสร้างแข็งเพื่อที่จะกันคลื่น นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากไว้ให้ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษา เพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน