พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือปัญหากัดเซาะชายฝั่งและน้ำทะเลขึ้นสูงที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ของกรุงเทพฯ และจังหวัดชายฝั่งตะวันตก พร้อมเสนอโครงการเมกะโปรเจกต์ก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลขนาดใหญ่ในอ่าวไทยโดยศึกษาแบบอย่างจากต่างประเทศ เช่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำเค็มรุก ขาดแคลนน้ำจืด และการสูญเสียพื้นดินอย่างยั่งยืน พร้อมเร่งให้กรรมาธิการพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการเพื่อประโยชน์ระยะยาวทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และการพัฒนาพื้นที่ใหม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่ง จริง ๆ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา ใหญ่ของโลก มันเป็นปัญหาที่มาจากเรื่องของโลกร้อน หรือที่เรียกภาษาอังกฤษว่า ปัญหา อากาศรวน หรือไคลเมตเชนจ์ (Climate change) ซึ่งกรุงเทพฯ ก็เป็นอีกเมืองหนึ่ง ที่ถูกขึ้นชื่อว่าอีกไม่นานก็จะจมบาดาล เพราะว่าน้ำทะเลจะมีระดับสูงขึ้น เพราะฉะนั้น จังหวัดต่าง ๆ หรือที่ดินต่าง ๆ ที่อยู่ตามริมทะเลก็จะมีปัญหาอย่างมาก ซึ่งการแก้ปัญหา ที่นำเสนอมาก็ดี หรือที่หน่วยราชการต่าง ๆ ได้ทำมาก็ดี เท่าที่ผมศึกษาดูยังเป็นการแก้ปัญหา เฉพาะกิจ เฉพาะหน้า อย่างกรณีของการแก้ปัญหาทางอ่าวไทยตอนบน แถวปากน้ำ หรือจังหวัดที่อยู่ทางใต้ของ กรุงเทพฯ ทั้งหลาย มีการไปสร้างไส้กรอกทะเล มีการไปสร้างเขื่อนไม้ไผ่ เสียเงินปีหนึ่ง เป็นหลักร้อยล้านบาท แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเพราะไม่ยั่งยืน เพราะว่าน้ำทะเล มีความแปรปรวน แล้วก็มีพลังมากกว่าสิ่งที่เราสร้าง เพราะฉะนั้นปัญหานี้ก็อยากจะ ขออนุญาตโยงไปถึงสิ่งที่ได้ดำเนินการในต่างประเทศ อย่างเช่น ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เขาสู้ กับเรื่องทะเล เรื่องน้ำมาตลอดในรอบพันกว่าปีมานี้ มีการสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ทั้งทางใต้ หรือว่าในประเทศ หรือว่าทางเหนือ มีทางกั้นทะเลซุยเดอร์ซีที่อยู่ทางเหนือ มีการสร้างเขื่อน เข้าไปในทะเล แล้วก็กั้นออกมาเพื่อจะได้แผ่นดิน แต่ว่าซุยเดอร์ซีซึ่งเดิมเป็นทะเลน้ำเค็มบัดนี้ ก็กลายเป็นทะเลน้ำจืด เป็นที่ที่ถือว่าเป็นแหล่งสันทนาการ เพราะว่าเขาไม่ต้องการพื้นที่ มากไปกว่าที่มีอยู่ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากนำเสนอแนวทางอีกแนวคิดหนึ่ง อยากจะ ให้ท่านกรรมาธิการได้ลองศึกษาดู ช่วยขึ้นสไลด์ (Slide) ที่ผมเตรียมไว้ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อยากจะให้มีเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ แล้วเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่งก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) นี้
สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อย่างทางใต้ของกรุงเทพฯ จังหวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม หรือแม้ทางเพชรบุรี ต่อไปจะเจอสภาพแบบนี้ มากขึ้น ๆ อย่างที่เราเห็นในภาพ เราสูญเสียดินแดนให้กับทะเลไปหลายกิโลเมตร แล้วครับ ทะเลรุกเข้ามาเรื่อย ๆ เพราะว่าน้ำทะเลขึ้นสูง นี่คือดินแดนที่เราสูญเสียไป ที่ปากน้ำ แล้วก็ที่บางขุนเทียน
สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากนำเสนอ จริง ๆ ไม่ใช่ ของใหม่ในต่างประเทศ หลายประเทศก็ทำในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเกาหลี ในสิงคโปร์ หรือว่า ในฮอลแลนด์ที่ผมกล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ เพียงแต่ว่าขนาดเขาอาจจะเล็กกว่าที่เราจะต้องคิดตรงนี้ ผมคิดไประยะไกลครับว่า อ่าวไทยตอนบนจริง ๆ แล้วเป็นทะเลโคลนไม่มีปะการังอยู่ สัตว์ทะเลก็ลดน้อยลงไปทุกที เพราะว่ามีสิ่งสกปรกจากแม่น้ำทั้ง ๕ ที่ไหลลงไปมากขึ้น ๆ ซึ่งเราก็ต้องมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมกับทะเลมากขึ้น ปัญหาเรื่องของตะกอนที่ก่อให้เกิด เรื่องของการเดินทางมายังท่าเรือกรุงเทพฯ ซึ่งก็หมายความว่าค่าใช้จ่ายในการขุดลอก สันดอนแต่ละปีก็เป็นจำนวนมหาศาลที่มีต่องบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นถ้าเรา จะแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน อย่างระยะยาว จำเป็นจะต้องมีการสร้างเขื่อนคล้ายกับที่ซุยเดอร์ซี ที่ฮอลแลนด์ เป็นระยะประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ซึ่งเขื่อนนี้อาจจะเป็นเขื่อนที่มีความกว้างสัก ๑ กิโลเมตร และเป็นที่ที่สามารถจะเป็นถนนเชื่อมระหว่าง ๒ ฝั่งได้ ขณะเดียวกันก็เป็นตัวกั้น ไม่ให้น้ำทะเลเข้ามาทำลายสภาพแวดล้อมทางใต้ของกรุงเทพฯ เป็นการแก้ปัญหาเรื่องที่ว่า เราจะต้องมีการย้ายกรุงเทพฯ หรือเปล่า แบบจาการ์ตาที่เขาตัดสินใจย้ายเมืองหลวง ของเรา ถ้าสร้างเขื่อน กรุงเทพฯ จะได้รับการป้องกัน เวลาน้ำท่วมลงมาเราก็สามารถระบายน้ำออก ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเราจะคุมน้ำที่อยู่ทางใต้ของกรุงเทพฯ ได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นครับ ท่านประธาน นอกเหนือจากการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแล้ว เราจะได้น้ำจืดมหาศาล อย่างน้อยจะสนองตอบต่อความต้องการน้ำจืดที่ขาดแคลนในภาคกลาง ในภาคอีสานได้ เพราะเราสามารถดึงน้ำจืดไปใช้ ไม่จำเป็นต้องสร้างเขื่อนหรือสูญเสียที่ดินต่าง ๆ อย่างที่ อำเภอยี่สาร ซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่ทางใต้ของจังหวัดสมุทรสงครามต้องสูญเสียที่ดินอย่างมาก เพื่อที่จะสร้างที่เก็บน้ำจืด ซึ่งตรงนี้ถ้าเกิดมีการทำให้เกิดแหล่งน้ำจืดอย่างใหญ่ ตรงนี้ ก็จะกลายเป็นที่ที่สามารถสร้างน้ำประปาส่งไปยังภาคใต้ ภาคตะวันออก ซึ่งขาดแคลนน้ำจืด รวมทั้งภาคกลางที่ขาดแคลนน้ำจืดสำหรับการเพาะปลูก แล้วก็ไม่ให้น้ำเค็มรุกไล่เข้าไปใน แผ่นดิน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมนำเสนอตรงนี้อยากจะฝากกรรมาธิการช่วยไปศึกษาต่อว่า มีความเป็นไปได้ที่จะศึกษาเรื่องนี้ให้จริงจังแค่ไหน อย่างน้อยก็ช่วยป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่งได้ และจะเป็นการลงทุนที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง ไม่ต้องอาศัยการใช้เครื่องมือ เครื่องจักรอะไรมากมาย เพราะเป็นการถมดินที่เรามีอยู่แล้วทาง ๒ ฟากลงไปในเขื่อน เราอาจจะได้จังหวัดใหม่ขึ้นมา และดินแดนในประเทศไทยก็เพิ่มขึ้นด้วย เพราะว่าพื้นดิน ตรงนี้เป็นของไทย เป็นการลงทุนที่ผมเชื่อว่าจะมีคุณค่าและจะเป็นประโยชน์ และจะสามารถ สร้างท่าเรือน้ำลึก หรือแม้กระทั่งสนามบินทางฝั่งตะวันตกได้โดยที่ไม่ต้องไปเวนคืนที่ดิน ก็ขออนุญาตเรียนเสนอครับ ขอบพระคุณมากครับ