อภิชาติ เสนอแก้กัดเซาะชายฝั่ง เน้นท้องถิ่นนำ-ปรับกฎหมาย-ศึกษาจริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

อภิชาติ ศิริสุนทร หารือปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐที่เน้นโครงสร้างแข็งซึ่งไร้ประสิทธิผลตลอด 50 ปีที่ผ่านมา และเสนอให้ปรับบทบาทให้ท้องถิ่นเป็นผู้นำในการจัดการ พร้อมเพิ่มอำนาจและงบประมาณผ่านการแก้ไขกฎหมาย ขณะที่หน่วยงานส่วนกลางทำหน้าที่สนับสนุน โดยเรียกร้องให้ชะลอโครงการที่ใช้โครงสร้างแข็งจนกว่าจะผ่านการประเมินสิ่งแวดล้อม และผลักดันการศึกษาวิจัยปัญหาอย่างเป็นระบบในทุกจังหวัดเพื่อหาแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตมีส่วนร่วม ในการเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ผลกระทบและแนวทางแก้ไข ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน ของคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทา ผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ ทางกรรมาธิการ ที่ใช้พื้นที่ของกรรมาธิการและนำเสนอต่อสภาแห่งนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึง แนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เพื่อใช้สภาสื่อสารไปยังรัฐบาล ถ้ารัฐบาลมี นโยบายที่ดีก็คงไม่เสียเวลาสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่จะต้องมาศึกษาให้ยุ่งยาก ดังนั้นขอให้ รายงานฉบับนี้ให้รัฐบาลได้นำไปอ่าน แล้วก็ไปกำหนดเป็นนโยบายเป็นแนวคิดในการแก้ไข ปัญหาให้ชัดเจน จากที่ผ่านมา จากรายงานฉบับนี้ระบุว่าสภาพการกัดเซาะชายฝั่งมันมีสภาพ ปัญหามายาวนานถึง ๕๐ ปีแล้ว ซึ่งถือว่านานพอสมควร สาเหตุทั้งหลายก็มาจากธรรมชาติ ซึ่งจากธรรมชาตินั้นก็ไม่เท่าไรหรอกครับ เพราะคนรุ่นโบร่ำโบราณเขาก็มีการแก้ไขปัญหาได้ ชุมชนเขาก็มีการแก้ไขปัญหาได้ แต่สาเหตุหลักมันมาจากมนุษย์นี่ละครับ มนุษย์คือใครล่ะครับ คนที่ไปสร้างโครงสร้างแข็งทั้งหลายก็คือรัฐบาล ก็คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายที่ไปรับ นโยบายจากรัฐบาลมาเพราะสาเหตุที่บอกว่าจากมนุษย์นี่ที่รายงานก็เขียนไว้อยู่บ้างว่า เกิดจากการที่มีแนวคิดในการแก้ไขที่ไม่ชัดเจน ที่ไม่ถูกต้อง นโยบายรัฐบาลจะไปสร้างกำแพง กันคลื่นบ้าง ไปสร้างเขื่อนบ้าง เอาหินไปวางเรียงบ้าง อันนี้เป็นปัญหาทั้งหมดเลยครับ เป็นข้อเท็จจริงท่านอยากจะใช้แต่งบประมาณ แต่ท่านไม่ศึกษาให้รอบคอบ เพราะว่าสิ่งที่ทำ ไปทั้งหมดนี้ทำที่หนึ่งมันก็ไปกระทบอีกที่หนึ่ง เพราะว่าท่านได้ไปเปลี่ยนแปลงทิศทาง ของคลื่น เปลี่ยนแปลงทิศทางของลมบ้างอะไรก็แล้วแต่ ทำที่หนึ่งก็ไปโผล่ที่หนึ่งไม่มีที่สิ้นสุด สักที ดังนั้นผมเห็นว่าท่านเขียนไว้ให้ชัดเลยครับ ปัญหาเกิดจากนโยบายของรัฐนี่แหละ ที่ไม่ถูกต้อง แก้ไขปัญหาแบบไม่ถูกทาง แก้ไขปัญหาแบบอยากใช้งบเพียงอย่างเดียว ไม่ดูผลกระทบเพราะ ๕๐ ปีที่ผ่านมาพิสูจน์ได้แล้วว่าวิธีคิดแบบนี้มันไม่ถูกต้อง ดังนั้นผมฝาก ฝากไปถึงท่านกรรมาธิการ เขียนให้ชัดเลยเกิดจากนโยบายรัฐบาล แล้วก็ประเด็นแนวทางการแก้ไขปัญหากัดเซาะที่ท่านกรรมาธิการเสนอมา ในนี้มีหน้าที่ ของหน่วยงานหลายหน่วยงาน เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรทางทะเล ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการนโยบายและแผน ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เยอะแยะไปหมด แต่ท้องถิ่นท่านไม่ให้ความสำคัญ ท่านต้องเขียนให้ชัดเลยครับ ถึงเวลาที่หน่วยงานเหล่านี้ต้องยุติบทบาทเสียที เพราะอะไรครับ มันเป็นที่ยืนยันมาแล้วว่า ๕๐ ปีที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นที่ท่านเสนอบอกให้ บูรณาการ ผมคิดว่าควรที่จะต้องให้ท้องถิ่นเขาเป็นเจ้าภาพได้แล้ว เพราะท้องถิ่นเขาน่าจะรู้ ปัญหาของเขาดี เพียงแต่ว่าท่านต้องไปแก้กฎหมายให้เขามีอำนาจ ต้องไปแก้กฎหมายให้เขา มีงบประมาณในการจัดการเรื่องนี้ให้ชัดและให้เขาเป็นเจ้าภาพหลัก หลังจากเขาเป็นเจ้าภาพ หลักแล้ว หน่วยงานเหล่านี้ที่ผมกล่าว หรือทางกรรมาธิการกล่าวไปทั้งหลายก็มีหน้าที่หนุน เสริมใช่ไหมครับ เพราะหน่วยงานที่ผมกล่าวมาทั้งหมด ๔-๕ หน่วยงานที่ท่านเขียนมา แนวคิดในการแก้ไขปัญหาล้วนแต่ยึดติดที่อะไรครับ แก้ไขปัญหากับโครงสร้างแข็งอย่างที่ หลายท่านพูด ซึ่งผมยืนยันว่ามันเป็นวิธีคิดที่ไม่ถูกต้อง ถึงแม้จะมีความจำเป็นก็ให้ศึกษา ในเชิงกรณีให้ครบ

ท่านประธานครับ ผมอยากเสนอแนะอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า ควรที่จะต้อง ศึกษาวิจัยในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ หมายถึงครบกระบวนทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น ทุกจังหวัดว่า ถ้าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งหลายอย่างองค์รวมควรทำอย่างไร ไม่ใช่แก้ ที่หนึ่งแล้วไปกระทบอีกที่หนึ่ง ไม่ได้ ดังนั้นควรที่จะต้องมีงานศึกษาวิจัยเรื่องนี้ ในระหว่างที่ งานศึกษาวิจัยยังไม่ครบถ้วน ผมคิดว่าผมเห็นด้วยกับทางกรรมาธิการที่บอกว่า ภาครัฐควร ชะลอโครงการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งที่ใช้โครงสร้างและยังไม่ผ่านการพิจารณา ผลกระทบสิ่งแวดล้อม อันนี้หมายถึงโครงสร้างแข็งใช่ไหมครับ ระบุไว้ให้ชัด ให้ชะลอ หรือถ้ามีความจำเป็นก็ศึกษาเฉพาะกรณีให้มันชัดว่าอย่าให้ไปกระทบต่ออีกที่หนึ่ง อันนี้ จะชัดเจนครับ

สุดท้ายครับ ถึงแม้ว่าการแก้ไขปัญหา ๕๐ ปีมันจะล้มเหลว ผมคิดว่าสุดท้าย ที่สุด รัฐบาลต้องมีเจ้าภาพในระดับท้องถิ่น ต้องให้ความสำคัญเขาซึ่งผมเสนอไปแล้ว ดังนั้น ต้องแก้กฎหมายให้อำนาจ และให้องค์กรต่าง ๆ ทั้งหลายที่กล่าวมาไม่ต้องบูรณาการแล้ว ให้ท้องถิ่นเขาเป็นคนบูรณาการ ให้อำนาจเขา แล้วปัญหาทั้งหลายมันก็จะจบสิ้น ใช้การศึกษาวิจัยให้ถูกต้องทั้งระบบว่าแนวทางมันควรเป็นอย่างไร อันนี้น่าจะเป็นทางออก ที่งดงามไปด้วยกันได้ดี ขอบคุณครับท่านประธาน