บัญญัติ ชี้กัดเซาะชายฝั่งรุนแรงจากโครงสร้างแข็ง เสนอปลูกป่าชายเลนเพิ่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือปัญหากัดเซาะชายฝั่งในจังหวัดระยองจากโครงสร้างแข็ง และเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการปลูกป่าชายเลนร่วมกับชุมชน พร้อมเรียกร้องให้มีการเพิ่มความรู้ ออกกฎระเบียบควบคุม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาชน

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้แทนจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับ ชายฝั่งทะเลที่จังหวัดระยอง ก็ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเช่นเดียวกัน วันนี้ขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ผลกระทบและ แนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืนของคณะกรรมาธิการ การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการที่ได้กรุณาศึกษาและ ทำเป็นรายงานฉบับนี้ขึ้นมา ผมได้อ่านรายละเอียดในรายงานแล้ว ก็พบว่าส่วนใหญ่จะเป็น เรื่องของการบันทึกรายงานปัญหาผลกระทบ แต่ในส่วนของการหาแนวทางออกตามบริบท ของแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่อาจจะน้อยไปนิดหนึ่ง ผมขอร่วมกันแชร์ประสบการณ์ หรือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในพื้นที่ของจังหวัดระยอง การกัดเซาะชายฝั่งตามธรรมชาติ มันก็เกิดของมันอยู่แล้ว ตามกระแสลม กระแสคลื่นที่เปลี่ยนทิศเปลี่ยนทางไป อันนั้นก็เป็นการ ค่อยเป็นค่อยไป แต่ในส่วนของการกัดเซาะที่มีมากแล้วก็เป็นปัญหานั้น ก็คือการที่มี การก่อสร้างโครงสร้างแข็งในชายฝั่งทะเล เช่น มีบ้านหลังหนึ่งก่อกำแพงอยู่ที่ริมฝั่งทะเล คลื่นที่มากระทบกำแพงคอนกรีตโครงสร้างแข็งนี้ก็จะสะท้อนย้อนกลับไป พลังงานน้ำนั้น ก็จะไปกัดเซาะอีกตำบลหนึ่ง ยกตัวอย่างที่ตำบลปากน้ำกระแสที่หมู่ ๖ บ้านแหลมสน มีการก่อสร้างกำแพงแข็งกันคลื่น เนื่องจากการกัดเซาะใกล้จะมาถึงถนนแล้ว ก็ปรากฏว่า ตำบลเนินฆ้อห่างออกไปอีกหลายกิโลเมตรถูกกัดเซาะประมาณ ๓-๔ กิโลเมตร เป็นพื้นที่ ประมาณ ๑๐๐ ไร่ ซึ่งปัจจุบันที่สูญหายแหว่งไปอยู่ ยังไม่มีหน่วยงานไหน หรือไม่มี งบประมาณไหนมาแก้ไขเยียวยาให้ อันนั้นก็เป็นสิ่งที่เป็นผลกระทบ แต่ในประสบการณ์ ที่ระยองมีการปลูกป่าชายเลนทำให้มีที่งอกออกมาเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก สมัยก่อนเห็น ชายทะเลที่มีการกัดเซาะปัจจุบันเป็นป่าชายเลนที่สวยงาม แล้วก็มีการทำถนนวอล์กเวย์ (Walkway) ถนนชมป่าชายเลนไปชมพืชพรรณป่าชายเลน แล้วก็เป็นแหล่งการท่องเที่ยว แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ เป็นที่ผลิตออกซิเจนได้จำนวนมาก คือการใช้โครงสร้างอ่อนที่เป็นพืช เบื้องต้นก็ใช้ไม้ไผ่ปัก ๓ แถว ปักชิด ๆ กันขนานไปกับชายฝั่ง ๓ แถว แต่ละแถวก็ห่างกัน ๑ เมตร ไม้ไผ่ห่างกันคืบหนึ่ง ๆ อันนั้นก็จะเป็นการชะลอความแรงของคลื่นที่กระทบฝั่ง แล้วเลนต่าง ๆ ที่เล็ดลอดเข้ามาในช่องว่างของไม้ไผ่นั้นก็จะมาสะสมเป็นตะกอน หลังจากนั้น หน่วยงานภาคเอกชนที่ระยองก็มีจิตสาธารณะในการที่มาพัฒนามาช่วยกันปลูกป่าชายเลน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ต้นแสม ต้นโกงกาง ต้นโกงกางนี่แซมได้ทุกที่เป็นพืชที่ไม่มีรากแก้ว แต่ว่าต้นลำพู หรือต้นแสมก็จะมีรากแก้วแล้วก็เป็นไม้ที่ออกเป็นผล เมื่อผลตกลอยมาในน้ำ น้ำท่วมไปถึงตรงไหนเมล็ดลำพู แสม ก็จะไปงอกตรงนั้น ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่สามารถกันคลื่นได้ อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการใช้พืชที่เป็นไม้เบิกนำ อาจจะมีไม้ไผ่ด้วย เราสามารถกำหนด ทิศทางได้ว่าเราจะต้องป้องกันก่อนที่ปัญหาเหล่านี้จะมาเกินเยียวยา จำเป็นจะต้องใช้ คอนกรีตเป็นโครงสร้างแข็งไปก่อสร้าง เมื่อก่อสร้างโครงสร้างแข็งแล้วก็จะกระทบต่อไป เรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด อันนี้ก็คือสิ่งที่มนุษย์เป็นต้นเหตุการพัฒนา เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการ กัดเซาะชายฝั่งอย่างไม่มีระเบียบแบบแผน ผมก็ขออนุญาตเติมเต็มในรายงานฉบับนี้ว่า การหาทางออกเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหา เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติมก็คือว่า ๑. จะต้องให้ ความตระหนักรู้หรือสติปัญญา ความรู้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพี่น้องประชาชน ที่มีบ้านเรือนอาศัย หรือมีที่ดินอยู่ชายฝั่งทะเลว่า การกัดเซาะชายฝั่งต้องร่วมมือกัน วันดีคืนดี เพื่อนของเราไปก่อสร้างโครงสร้างแข็งทำเป็นพนังกันคลื่นตรงไหน หรือก่อสร้างตอม่อใหญ่ ขึ้นมาก็จะกระทบมาถึงเรา ต้องร่วมมือกันวางแผนร่วมกัน อาจจะระหว่างท้องถิ่น อาจจะ ระหว่างจังหวัดด้วยก็ได้ ๑. ต้องตระหนักรู้ มีความรู้มาก่อน หน่วยงานราชการต้องรณรงค์ เรื่องนี้ อันที่ ๒ เมื่อรู้แล้วราชการต้องออกกฎระเบียบว่าแค่ไหนไม่ต้องขออนุญาต แค่ไหนต้อง ขออนุญาต แค่ไหนต้องทำอีไอเอ (EIA) ถ้าหากว่าแค่ปักเสาสักต้นหนึ่งก็ไม่ได้อย่างนี้ มันก็จะ กระทบถึงพี่น้องประชาชนที่จะดำรงชีวิต ต้องมีขนาดใหญ่ขนาดไหนที่จะมีผลกระทบ จะต้อง ออกระเบียบให้ท้องถิ่น หรือโยธาธิการจังหวัด หรือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ต่อไป ก็ต้องส่งเสริมให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมที่ต้องการมาบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม เปิดช่องให้เขามาปลูกไม้เบิกนำต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นโกงกาง ไม่ว่าจะเป็นต้นลำพู ต้นแสม แล้วแต่แต่ละภาคต้นไม้ก็ไม่เหมือนกัน ในส่วนนี้ผมอยากจะมีเรื่องรายงานฉบับนี้ ต้องมีการแนบสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้เป็นภาพว่าการใช้โครงสร้างอ่อนนั้น นอกจากที่จะป้องกัน การกัดเซาะแล้วยังได้ที่ผลิตออกซิเจนเพิ่ม แล้วก็ได้ที่ดินงอกออกไปอีกต่างหาก นอกจากนั้น ก็ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ เป็นที่อนุบาลสัตว์น้ำ พวกปลา พวกกุ้งหอยปูปลาต่าง ๆ จะต้องมาอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณป่าชายเลนที่ริมฝั่งที่เราพัฒนาขึ้น ท่านประธานครับ ก็ขอฝากข้อสังเกตเพิ่มเติมกับรายงานของคณะกรรมาธิการเพื่อให้รัฐบาลช่วยดำเนินการ แก้ไขพัฒนาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ