ประกอบ รัตนพันธ์ หารือเรื่องปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราช และขอกรรมาธิการให้เสนอแนะวิธีการป้องกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องราคายางพาราและป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมขอมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นรายงานผลการ พิจารณาศึกษา เรื่อง ผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน ของคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมชื่นชมว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ทำรายงาน อย่างกระชับ กะทัดรัด ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ แต่สมบูรณ์ไปด้วยสถานการณ์ผลกระทบ และแนวทางแก้ไข ก็ถือว่าดีพอสมควร แต่ว่าสิ่งที่ผมมีส่วนร่วมที่จะแสดงเป็นข้อสังเกต หลายประการด้วยกัน ซึ่งผมกราบเรียนว่าในสิ่งที่ผมพูดทางคณะกรรมาธิการมิได้ศึกษา เสนอแนะอย่างเป็นรูปธรรมและมีความเหมาะสม ผมเริ่มจากปัญหาความสำคัญ ชายทะเล ชายฝั่งของอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการท่านไปสำรวจแล้วก็ลงพื้นที่ พบว่าความยาวของชายฝั่งที่ถูกทำลาย ที่โดนคลื่นทะเลกัดเซาะถึง ๘๓๐ กิโลเมตร ในจำนวนนี้ ท่านประธานครับ ทางหน่วยราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าจังหวัด กระทรวง ทบวง กรมได้ดำเนินการแก้ไขป้องกันไป จำนวน ๗๐๐ กับ ๒ กิโลเมตร ยังเหลือระยะทางที่ยังไม่ได้ ดูแล ตัวเลขกลม ๆ ก็ ๑๓๐ กิโลเมตร เฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัด ของกระผม ชายหาดทะเลฝั่งอันดามันความยาว ๒๓๖ กิโลเมตร ในส่วนนี้ท่านประธานครับ เป็นส่วนที่ถูกคลื่น ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ ๖๑ กิโลเมตร ที่ดำเนินการไปแล้วประมาณ ๔๐ กว่า กิโลเมตร คงเหลือประมาณสัก ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการ ผมเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมันเป็นปัญหาที่มีความสำคัญและ มีผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งในเรื่องของกายภาพ ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สภาพของอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ชายฝั่ง ประมาณ ๒๓๖ กิโลเมตร น้ำกัดเซาะจนกระทั่งว่าถนนเกือบหายไปถนนที่สัญจรระหว่าง จังหวัดนครศรีธรรมราชไปยังจังหวัดสงขลา ผ่านอำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร ท่านประธาน ก็คงเห็น เพราะท่านประธานกรุณาได้ไปเยี่ยมพี่น้องในอำเภอหัวไทรและปากพนังหลายครั้ง เป็นปัญหารุนแรงมากครับ และเป็นปัญหาที่มีความสำคัญของพี่น้องชาวจังหวัด นครศรีธรรมราช วันนี้ท่านประธานครับ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพ ถามว่าแก้ไขไหม แก้ไขแล้วครับ แต่ว่าไม่ประสบความสำเร็จ เหตุผลที่ผมกราบเรียนว่าไม่ประสบความสำเร็จนั้นเพราะอะไร เพราะว่าความหลากหลาย สาเหตุ และวิธีป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเลตามชายฝั่งนั้น เราใช้มาตรการเดียวกันคงไม่ได้ เพราะแต่ละพื้นที่นั้นมีความที่แตกต่างกัน มีความที่จะ ดำเนินการในการป้องกันที่ไม่เหมือนกัน บางที่เพียงแต่ปลูกไม้กันคลื่นทะเลก็สำเร็จแล้ว บางที่ใช้โครงสร้างอย่างแข็งแรง เช่น แนวปูนซีเมนต์ หรือทิ้งหินก็สำเร็จ แต่ความสำเร็จ ในจุดหนึ่งก็เกิดเป็นปัญหาอีกจุดหนึ่ง ดังเช่นที่จังหวัดสงขลาที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ ทำที่หนึ่ง คลื่นทะเลก็ไปซัดอีกที่หนึ่ง ก็เกิดปัญหาต่อเนื่องกันแก้ปัญหาไม่มีวันจบสิ้น หลายคนเสนอว่า แนวทางหนึ่งที่จะช่วยป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะ ก็คือใช้บัฟเฟอร์ (Buffer) ตัวกันคลื่นที่มัน ยืดหยุ่นได้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าเท่าที่ผมอ่านศึกษาวิธีการในการป้องกัน คลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ก็บอกวิธีนี้หลายประเทศเขาใช้กัน เช่นใช้พวกยาง พวกล้อรถยนต์ พวกอะไรก็แล้วแต่ สอดคล้องกับที่คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ เรื่องยางพารา ที่คณะกรรมาธิการได้นำเสนอรัฐบาลว่า การที่เราป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ถ้าใช้ยางพารามาเป็นตัวผลิตเป็นตัวบัฟเฟอร์ (Buffer) ในการที่จะป้องกันคลื่นทะเลกัดเซาะ ชายฝั่งจะช่วยได้ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ช่วยพยุงราคายางพาราในประเทศให้ราคายางพาราดีขึ้น ช่วยพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนยาง
ประการที่ ๒ คุณภาพและประสิทธิภาพในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ได้ดีกว่าใช้โครงสร้างที่แข็ง ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า เรื่องนี้กรรมาธิการ มิได้เสนอแนะว่าควรจะใช้วิธีการป้องกันอย่างไร ผมกราบเรียนว่าถ้าคณะกรรมาธิการ ได้ศึกษาและมีข้อเสนอแนะอย่างชัดเจนแต่ละพื้นที่คงมีประโยชน์ต่อการป้องกันได้อย่างดียิ่ง กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ