พิสิฐ ตั้งข้อสังเกตงบกลาง 23,000 ล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

พิสิฐ ลี้อาธรรม ตั้งข้อสังเกตการเปลี่ยนแปลงงบกลางกว่า 23,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนงบบุคลากร ค่าใช้จ่ายเยียวยาโควิด และงบรักษาพยาบาลข้าราชการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงเหตุผลการจัดสรรงบประมาณอย่างชัดเจน รวมถึงการบริหารจัดการบุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการแสดงแผนอัตรากำลังและข้อมูลการบริหารบุคลากรอย่างโปร่งใสเพื่อให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะขอบคุณสำนักงบประมาณ ที่ได้จัดทำเอกสารนี้ตามที่ ระบุไว้ในมาตรา ๕๑ ของ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ก็คือให้สภาได้รับทราบว่าหลังจากที่ รัฐสภาได้อนุมัติวงเงินงบประมาณของปี ๒๕๖๔ ไปแล้ว โดยมีการดำเนินการอย่างเข้มข้น มีกรรมาธิการงบประมาณมาดูเป็นรายการ ๆ ไป แล้วก็ได้ผ่านออกไปเป็นกฎหมาย แล้วท่าน ก็ได้มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับนั้น แล้วก็กลับมารายงานต่อสภาว่าที่ได้ดำเนินการไป มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยอนุมัติไปบ้าง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ขออนุญาตขอบคุณไว้ก่อน ในรายงานที่ท่านทำมาหลัก ๆ ก็จะมีอยู่ ๓ ส่วนด้วยกัน เท่าที่ผมเห็น ก็คือมีการเปลี่ยนแปลง รายการของงบกลาง มีเรื่องของงบบูรณาการ แล้วก็มีเรื่องของงบบุคลากร ก็เลยทำให้เกิด ความคิดขึ้นมาว่า จริง ๆ งบประมาณเรื่องใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการทำงานในด้านอื่น ในเรื่องของงบประจำต่าง ๆ ในเรื่องของงบลงทุนต่าง ๆ ส่วนงบกลางก็ดี หรืองบบุคลากรก็ดี ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง น่าจะไม่ใช่ส่วนใหญ่เสียด้วยซ ้า ก็เลยสงสัยอยู่เหมือนกันครับว่า รายการ ส่วนนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายการเลยหรืออย่างไร อันนี้ก็เป็นอีกคำถามหนึ่งที่ขออนุญาต สอบถาม สำหรับรายการงบกลางนี้ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงรายการถึง ๒๓,๖๓๘ ล้านบาท ก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีจำนวนสูงสุด เทียบกับของบุคลากรที่มีอยู่ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท หรือของงบบูรณาการที่มีอยู่เพียง ๕๓ ล้าน เพราะฉะนั้นรายการของ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท คือ งบกลางก็น่าจะเป็นรายการที่ผมขออนุญาตอภิปรายในประเด็นนี้ให้ละเอียด ผมเคยอภิปราย ครับท่านประธานว่า ในงบกลางนี้แท้ที่จริงแล้วส่วนใหญ่กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบบุคลากร ภาครัฐ เป็นงบเกี่ยวกับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เรื่องของบำเหน็จ บำนาญ เบี้ยหวัด ค่ารักษาพยาบาลเหล่านี้เป็นต้น ผมเคยนำเสนอว่าน่าจะเอางบกลางส่วนนี้มารวมอยู่ใน งบบุคลากร ไม่ควรจะอยู่ในงบกลาง งบกลางควรจะเป็นงบเกี่ยวกับงานที่เป็นงานฉุกเฉิน งานที่ประเมินได้ยาก เหล่านี้เป็นต้น ก็ขออนุญาตฝากเป็นประเด็นว่าหากท่านมีโอกาสน่าจะ ลองพิจารณาดู เพราะว่าในการโอนงบประมาณครั้งนี้ที่ท่านทำเสนอมาก็ยิ่งชี้ชัดว่า ระหว่าง งบกลางที่เป็นงบบุคลากรกับงบบุคลากรที่ท่านมีการโอนเปลี่ยนแปลงมันมีความไม่นิ่งอยู่ มากมายด้วยกัน เพราะฉะนั้นจริง ๆ ไม่สมควรที่จะแยกเป็น ๒ กอง งบบุคลากรส่วนนี้ควรจะ มารวมอยู่ในงบบุคลากร ก็ฝากท่านช่วยพิจารณาประเด็นนี้เสียใหม่ ทีนี้ในรายงานที่เกี่ยวกับ งบกลางในหน้า ๔ ผมเองก็ยังสงสัย อยากจะให้ท่านอธิบายว่ารายจ่ายเกี่ยวกับการบรรเทา แก้ไขปัญหาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด (COVID) ท่านบอกว่า โอนออกไป ๒,๗๘๐ ล้านบาทเศษ แล้วก็แถวที่ ๒ ก็จะมีการบอกว่ามีรายการสำรองฉุกเฉิน หรือจำเป็นมีการโอนเข้าเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด (COVID) อีก ผมก็มี ความไม่เข้าใจว่าทำไมมีการโอนออกจากรายการเรื่องโควิด (COVID) แล้วก็โอนเข้าเป็นเรื่อง โควิด (COVID) อีก ทำไมต้องมาแยกเป็น ๒ รายการแบบนี้ ซึ่งถ้าเราหักส่วนนี้ออกไปที่เหลือ ๓ รายการที่เป็นตัวรับโอนจากงบฉุกเฉินก็คืองบเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ งบสำรองชดเชยของข้าราชการ แล้วก็งบเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล รวมแล้วเป็นเงินกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้จริง ๆ อย่างที่ผมเรียน ควรจะอยู่รวมกับงบบุคลากรมากกว่าที่จะมาแยกรายการ ก็อยากจะขออนุญาตให้ท่าน ได้ลองชี้แจงว่าเหตุใดงบเหล่านี้ท่านไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบเกี่ยวกับรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นถึง ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท อีกด้านหนึ่งน่าเป็นห่วงครับ ที่งบรักษาพยาบาลของข้าราชการมีการก้าวกระโดดอย่างมาก ท่านจะมีนโยบายในการดูแล เรื่องนี้ให้เหมาะสมอย่างไร ที่จะไม่ให้งบเหล่านี้มันเลยเถิดเกินไป มีความเหมาะสม อยู่ตรงไหน อันนี้ก็เป็นคำถามที่จะขอถามเกี่ยวกับเรื่องงบกลาง

ส่วนงบเกี่ยวกับบุคลากรที่สำคัญมีปรากฏอยู่ในหน้า ๘ ที่เป็นตัวรวม มีการ โอนเข้า โอนออกประมาณ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการเป็นฝ่ายเสียเงิน งบประมาณที่เคยได้รับต้องถูกหักไปให้กับ หน่วยงานอื่น ก็มีคำถามเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการว่าเรื่องของการวางแผนการศึกษาก็ดี เรื่องของปัญหาคุณภาพของการศึกษาก็ดี คือเป็นคำถามใหญ่ที่พวกเราต้องการให้มีการ ปรับปรุง แต่ไฉนงบประมาณจึงไม่ได้มีการดูแลใช้จ่ายให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี ๒๕๖๔ มีข้อชี้แจงว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถบรรจุครูได้ถึง ๑๘,๖๕๐ อัตรา เกือบ ๆ ๒๐,๐๐๐ คน ทั้งที่จริง ๆ ท่านก็บอกเองว่าในช่วงโควิด (COVID) มีปัญหาเรื่องของ การตกงาน ปัญหาเรื่องของเด็กจบใหม่ไม่มีงานทำ แต่ทำไมกระทรวงศึกษาธิการ จึงไม่สามารถที่จะดูแลในเรื่องนี้ เอาคนเป็นครูมาเป็นผู้สอน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะขอให้ กระทรวงศึกษาธิการถ้าเป็นไปได้ก็คงต้องมีการคุยกันต่อ แต่ว่าเรื่องของบุคลากรเป็นเรื่องที่ น่าจะให้ความสำคัญในการวางแผนมากกว่านี้

สุดท้ายครับท่านประธาน ที่ท่านเสนอมาทั้งหมดมันเป็นเรื่องตัวเลข ทางการเงิน แล้วก็เป็นเรื่องของบุคลากรเป็นหลัก จริง ๆ ท่านน่าจะต้องมีตัวเลขเกี่ยวกับ แผนบุคลากรให้สภาได้เห็นครับ ว่าแต่ละกระทรวงมีบุคลากรเป็นข้าราชการ เป็นลูกจ้าง เป็นลูกจ้างชั่วคราวเท่าไร มีการเพิ่มเท่าไร ลดเท่าไร อันนี้จะเป็นประโยชน์ที่จะทำให้เรา สามารถประเมินได้ว่าการทำงานของระบบงบประมาณกับเรื่องของคนมันไปด้วยกันแค่ไหน ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับ ขอบพระคุณมากครับ