รักษ์ แจงผลงานเอ็กซิมแบงก์ เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจมั่นคง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

รักษ์ วรกิจโภคาทร ชี้แจงบทบาทของเอ็กซิมแบงก์ในฐานะสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาที่สนับสนุนเศรษฐกิจไทยและทุนไทยในต่างประเทศ พร้อมย้ำจุดยืนการลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนเอสเอ็มอี และขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจบีซีจีอย่างยั่งยืน

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและ นำเข้าแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพรักทุกท่าน ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทั้ง ๓ ท่าน ที่ทำหน้าที่เหมือนกับเป็น เวก-อัป คอล (Wake-up call) ให้กับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เอ็กซิมแบงก์ (EXIN Bank) ถือเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีความแข็งแกร่งแห่งหนึ่งของกระทรวงการคลัง เรามีเรตติง (Rating) ในประเทศ ทริปเพิล เอ (Triple A) เรตติง (Rating) ที่เป็นระหว่าง ประเทศหรือว่าเป็นโกลบอล สแตนดาร์ด (Global standard) อยู่ที่ประมาณทริปเพิล บี พลัส (Triple B Plus) ซึ่งภาพนี้เป็นภาพที่เรามีวิธีการในการระดมทุนต่างไปจากพี่ร่วม กระทรวงคนอื่น ก็คือเราต้องทำตัวเองให้แข็งแกร่งเสมอ ซึ่งท่าน ส.ส. อิสระก็ได้กรุณาพูดถึง เรื่องของพอร์ตฟอลิโอ (Portfolio) ของเรา ผมขออนุญาตไปทีละประเด็น ในเรื่องของ ความเหลื่อมล ้า เรามีพอร์ตฟอลิโอ (Portfolio) อยู่ที่ ณ สิ้นปี ๒๕๖๔ เราเติบโตเพิ่มขึ้นสูง ที่สุดในกระทรวง อีก ๑๓ เปอร์เซ็นต์ เรามาจบที่สิ้นปีอยู่ที่ ๑๕๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอ็นพีแอล (NPL) ที่ต ่ามาก เมื่อเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ของตลาดอยู่ที่ประมาณ ๔ กว่า ๆ ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ เอ็นพีแอล (NPL) ของเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) มีอยู่เพียงแค่ ๒.๗๓ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ก็คือครึ่งหนึ่งของตลาด ที่ต้องเป็นอย่างนั้นก็เป็นเพราะว่าเรามีความตั้งใจ ในการที่จะลงมาจากหอคอยงาช้าง กลับมาเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเดียวของประเทศไทย อีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับเมื่อวันนี้ ๒๘ ปีที่แล้ว ในความเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา มันมีนัยสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ในวันที่สินเชื่อไม่สามารถที่จะระบายตัวได้ในตลาด ในปี ๒๕๖๒ และ ๒๕๖๓ สินเชื่อในตลาดเติบโตเพียงแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๔ เติบโต มาเป็น ๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ในทุกสถาบันการเงินเกือบทุกแห่งของรัฐบาลจะเติบโตอยู่ใกล้ ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือที่มาว่าเมื่อมีวิกฤติในตลาดการเงิน ธนาคารพาณิชย์จะยกการ์ด (Guard) ค่อนข้างสูงในการที่จะปล่อยสินเชื่อ แต่ในฐานะที่เราเป็นสถาบันการเงินของรัฐ เราต้องเข้าไปช่วย นั่นคือนัยตัวแรก คือการเข้าไปซ่อมอุตสาหกรรมที่เกิดวิกฤติ ในการ ขาดทุนในปี ๒๕๖๓ ก่อนที่ผมจะมาดำรงตำแหน่ง จริง ๆ ในปีนั้นเรากำไรจากโอเพอเรชัน (Operation) อยู่กว่า ๑,๘๐๐ ล้าน แต่ที่ขาดทุนเพราะว่าเราเป็นลูกคนเดียวที่เข้าโกลบอล สแตนดาร์ด (Global standard) หรือที่เราเรียกว่าทีเอฟอาร์เอส ๙ (TFRS 9) เราสำรอง ค่าเผื่อหนี้ที่สงสัยจะสูญอยู่ ๒ ราย รายหนึ่งก็คือเป็นสายการบินขนาดใหญ่ อีกรายหนึ่ง เป็นทุนไทยที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก็คือประเทศลาว และลูกค้ารายนั้นก็เป็น กระทรวงการคลังลาว ถามว่าทำไมเราถึงต้องให้สินเชื่อกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือแม้กระทั่ง ทุนไทยที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะว่าเราทำตามนโยบายที่เราจะนำเอาสิ่งที่เป็น ซินเนอร์จี (Synergy) ของซีแอลเอ็มวีที (CLMVT) กลับมา วันนี้ทุนไทยที่เติบโตอยู่ ต่างประเทศ หรือที่เราเรียกว่า ไทยแลนด์ ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ (Thailand direct investment) นี้ เซอร์พาส (Surpass) สิ่งที่เราเรียกว่าฟอร์รีน ไดเรกต์ อินเวสเมนต์ (Foreign Direct Investment) ก็คือเอฟดีไอ (FDI) โมเดล (Model) ธุรกิจนี้คือโมเดล (Model) ที่เรากำลังจะ ขยับให้ประเทศเรากลับไปเป็นเสือตัวที่ ๕ ของอาเซียนอีกครั้งหนึ่ง ภาพนี้เป็นภาพที่ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ณ ปัจจุบัน จีเอ็นไอ (GNI) หรือว่ากรอส เนชันนอล อินคัม (Gross National Income) ที่เราสามารถคอนทริบิวต์ (Contribute) ได้เราทำได้ดีกว่า มาเลเชียน เอ็กซิม (Malaysian EXIM) เราทำได้ดีกว่าอินโดนีเซียน เอ็กซิม (Indonesian EXIM) แล้วในขณะเดียวกันภาพอนาคตของเราคืออะไร ภาพอนาคตของเราคือการเป็นหนึ่ง เดียวในการที่จะเป็นบีซีจี แบงก์ (BCG Bank) ไบโอ เซอกูลาร์ กรีน (Bio-Circular-Green) วันนี้พอร์ต (Port) ที่เป็นดิเวลอปเมนต์ พอร์ต (Development port) เรามีมากถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และปีนี้เราตั้งใจที่จะเติบโตอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เราเพื่อที่จะทำอะไรครับ ฐานทุนเรามีอยู่ค่อนข้างเล็ก เรามีฐานทุนอยู่ประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งหมายความว่าเราสามารถขยายสินเชื่อได้ประมาณ ๑๑.๖๗ เท่า เราสามารถที่จะไปแตะ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่แม่ไม่ต้องเพิ่มทุนให้อีก เพราะฉะนั้นในมุมของการที่เราเป็น ดิเวลลอปเมนต์ แบงก์ (Development Bank) เราก็จะลดการเหลื่อมล ้าทุกครั้ง ที่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับทุนไทยที่ข้ามโขง ข้ามอิระวดี สามารถที่จะสร้างซัปพลาย เชน มัลติพลายเออ (Supply chain multiplier) ได้มากกว่า ๒.๕ เท่าเสมอ เพราะฉะนั้น เอสเอ็มอี (SMEs) ตัวเล็ก ๆ วันนี้เรามีแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เราเชื่อมกับอาลีบาบา (Alibaba) ปีที่แล้วเราเอาเอสเอ็มอี (SMEs) ไทยตัวเล็ก ๆ มาฝึกในห้องเรียน แล้วก็เอาตัวเอง และผลิตภัณฑ์ของตัวเองเข้าในแพลตฟอร์มอาลีบาบา (Platform Alibaba) ได้กว่า ๕๐๐ ราย จาก ๕,๐๐๐ เหรียญ ค่าแรกเข้าเอ็กซิม (EXIM) แอบซอร์บ (Absorb) ให้หมด ปีนี้ เราตั้งใจที่จะพาคนตัวเล็กเข้าสู่ตลาดแพลตฟอร์มอาลีบาบา (Platform Alibaba) อีกกว่า ๑,๕๐๐ ราย นั่นคือที่มาของการที่เราจะเปลี่ยนคำสาบว่าเรามีพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) อยู่ ๓ ล้านราย เป็นผู้ส่งออกได้เพียง ๒๕,๐๐๐ ราย คือน้อยกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ เราจะเปลี่ยน โมเดล (Model) เวียดนามมีจำนวนผู้ส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) สูงกว่าเรา ๑๐ เท่า คือมีเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ราย เพราะฉะนั้นถ้าเราจะช่วงชิงความได้เปรียบกลับคืนมา เราต้อง เปลี่ยนวิธีคิดของพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ของเรา วันนี้เรามีเอกซ์ปอร์ต สตูดิโอ (Export Studio) เราสามารถที่จะถ่ายภาพ เราสามารถที่จะทำแพกเกจจิง (Packaging) ร่วมกัน กับสถาบันวิจัยของรัฐอีก ๒ แห่ง เราเพิ่งได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยมมาเมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมาในเรื่องของการสร้างการบูรณาการ นั่นคือโมเดล (Model) ใหม่ของภาครัฐอย่าง เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ในการที่จะเป็นเกมเชนเจอร์ (Game changer) คือดึงเอา ศักยภาพของสินค้าไทยที่เป็นที่ต้องการในตลาดโลก เพราะฉะนั้นค่าระวางเรือเมื่อสักครู่ ที่ทางท่าน ส.ส. ยุทธพงศ์ ได้กล่าวไปสักครู่หนึ่ง เราเป็นหนึ่งในแบงก์รัฐแบงก์เดียวที่ช่วย อุตสาหกรรมการต่อเรือของประเทศ วันนี้เรามีพอร์ตฟอลิโอ (Portfolio) อุตสาหกรรมการ ต่อเรือของประเทศอยู่กว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) แล้วเราก็เป็นแบงก์ (Bank) เดียวที่พยายามที่สร้างอินแลนด์ โลจิสติกส์ ซิสเทม (Inland logistics system) เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการสามารถแสวงหาความได้เปรียบในตลาดใหม่อาร์เซป (RCEP) ซึ่งมี ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วก็มีสมาชิกรวมถึงพอปพูเลชัน (Population) กว่า ๒,๒๐๐ ล้านคน อันนี้เราก็กำลังจะมีโปรแกรมกับกระทรวงพาณิชย์คือการจับคู่กู้เงินลุยตลาดอาร์เซป (RCEP) ในวันพุธหน้า นั่นคือที่มาของตัวตนใหม่ ถามว่าการจับคู่กู้เงินก็หมายถึงว่าเราเอาเลฟออฟฟิศ (Leave office) หรือว่าสาขาที่อยู่ต่างประเทศของเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) แล้วก็ให้เขา ทำบิสสิเนส แมตชิง แอกทิวิตี (Business matching activity) เมื่อมีผู้ซื้อผู้ขายฝั่งนั้น เราสามารถที่จะทำหน้าที่ในการที่จะให้สแตนด์บาย เครดิต ไลน์ (Standby credit line) ทุกครั้งที่เราทำบิสสิเนส แมตชิง (Business matching) เราสามารถสร้างมูลค่า ในแต่ละแมตช์ (Match) ได้ไม่ต ่ากว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือภาพของเอ็กซิม (EXIM) ใหม่ ที่เรากำลังจะเดินต่อไป เรามี ๒ เลเยอร์ (Layer) คือการทำดิเวลอปเมนต์ แบงก์ (Development Bank) ให้เกิดขึ้นจริงในมุมของอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) และทุนไทยที่ไปต่างชาติ กับอีกเลเยอร์ (Layer) หนึ่ง คือเราจะสร้างนักรบพันธุ์ใหม่ที่เป็น เอสเอ็มอี (SMEs) ไทยให้เขามีที่ยืนในเวทีโลก กราบขอบพระคุณครับ