อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ วิพากษ์ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมผ่านตัวอย่างของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ โดยตั้งคำถามถึงการจัดสรรสินเชื่อที่เน้นภาคเอกชนใหญ่ ขณะที่เกษตรกรได้รับการสนับสนุนน้อย ทั้งที่เป็นรากฐานเศรษฐกิจ และติงกรณีผู้บริหารได้โบนัสสูงแม้ธนาคารขาดทุน สะท้อนความไม่เป็นธรรมในการบริหารจัดการทรัพยากรและบุคลากรเมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจของประชาชนทั่วไป
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ วาระนี้ต้องเข้าตั้งแต่ ๒ สัปดาห์ก่อน แต่ว่าธนาคารขอเลื่อนมาเป็นวันนี้ เดิมทีเดียวผมตั้งใจจะอภิปรายถึง งบการเงินแล้วก็ตัวเลขทางบัญชีของธนาคาร แต่เมื่อเช้านี้ผมมาคิดดูแล้วครับ ผมเปลี่ยนใจ ไม่พูดเรื่องที่ผมเตรียมมาแล้ว แต่พูดเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญกว่า ซึ่งผมคิดว่า เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะเป็นตัวอย่างที่จะเอามาอธิบายเรื่องนี้ได้ดีที่สุด เรื่องสำคัญที่ว่า คือเรื่องความเหลื่อมล ้าในสังคม ดังนั้นฝ่ายโสต สไลด์ (Slide) ที่ผมเตรียมไว้ขออนุญาต ไม่ต้องขึ้น ท่านประธานครับ มีคนบอกว่าโควิด (COVID) ทำให้ความเหลื่อมล ้าที่เขามีอยู่แล้ว ในสังคมมันยิ่งกว้างขึ้น แพร่กระจายไปทุกวงการ รวมทั้งวงการการเงินการธนาคาร วันนี้ผมเลยขอใช้เวลา ๗ นาทีนี้ฉายภาพให้เห็นถึงความเหลื่อมล ้านี้ผ่านเลนส์ (Lens) ของ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ถามว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับความเหลื่อมล ้าไหม ต้องบอกว่าให้ความสำคัญครับ เพราะในหน้าที่ ๒๗ ในส่วนของยุทธศาสตร์ บอกว่าธนาคารมุ่งลดความเหลื่อมล ้าในสังคม แต่ก็เป็นปัญหาที่มีทุกภาคส่วนของประเทศไทย นั่นก็คือเรามักทำสวนทางกับคำพูด ตัวอย่าง อันหนึ่งที่เห็นชัด ๆ เลย ก็คือความเหลื่อมล ้าเรื่องคนครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ปี ๒๕๖๓ ซึ่งในปีของรายงานฉบับนี้เป็นครั้งแรกในรอบ ๑๔ ปีที่ธนาคารขาดทุน ซึ่งสักครู่ ท่านผู้บริหารก็คงจะอธิบายพวกเราฟังว่ามีเหตุผลอะไร ซึ่งก็อาจจะฟังขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง แต่ที่ฟังไม่ขึ้นเลยและรับไม่ได้ นั่นก็คือผู้บริหารที่ทำให้ธนาคารขาดทุนครั้งแรกในรอบ ๑๔ ปี แต่กลับได้รับทั้งเงินเดือน แล้วก็โบนัสเป็นรางวัลเกือบ ๕๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ตรงนี้คือความเหลื่อมล ้า ผมอยากตัดภาพไปให้เห็นข่าวเมื่อเช้านี้ครับ ชาวประมงผู้ส่งออก อาหารทะเลระยองนั่งอยู่ริมทะเลสะอึกสะอื้น ร้องไห้ กอดเสากระโดงเรือ พึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กราบแม่ย่านาง ขอแค่ว่าลูกค้าอย่ายกเลิกออร์เดอร์ (Order) สินค้าเพราะกลัวน ้ามันปนเปื้อน ตัดภาพไปที่มนุษย์เงินเดือนที่ลุ้นแต่ละวันว่าจะถูกให้ออกจากบริษัทไหม จะถูกลดเงินเดือน ไหม กลับมาที่คนกลุ่มหนึ่งที่นั่งในห้องแอร์ (Air condition) ทำธนาคาร กำไรก็ช่าง ขาดทุน ก็ช่าง ไม่เป็นอะไร แต่ได้รางวัล ๕๐ ล้าน ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือเรื่องจริง ที่ไม่อิงนิยาย เรื่องจริงที่เหมือนอยู่โลกคนละใบ ซึ่งเรื่องคนนี้ ๒ ปีที่แล้วตอนที่ธนาคารมาที่สภา ผมเคยพูดไปแล้วว่า เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ใช้คนเยอะเกินไป ตอนนั้นยังคิดว่า เมื่อกลับไปก็จะลดจำนวนคน แต่ไม่ล่ะครับ สวนทางกลับไปเพิ่มคนอีก จนปัจจุบันมี ๘๘๐ กว่าคน คนร่วมพันนี้คิดเป็นเงินเดือนทั้งปีเกือบ ๑,๔๐๐ ล้านบาท หารออกมาแล้วต่อ คนคือคนละเกือบแสน นี่คือความเหลื่อมล ้าครับ คนไทยค่อนประเทศ ผู้ประกอบการ ค่อนประเทศ จะดิ้นรนให้มีชีวิตรอดไปแต่ละวันเปรียบเทียบกับคนกลุ่มนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ธนาคารอย่าให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องใช้คนเพื่อทำงานครับ ที่สหรัฐอเมริกา มีเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ชื่อเหมือนกันเลย โลโก้ (Logo) คล้าย ๆ กัน วัตถุประสงค์ แบบเดียวกัน แต่ธนาคารเขาบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่กว่าเรา ๕ เท่า แต่ใช้คนเพียงแค่ ๕๑๕ คน ทำไมเขาทำได้ครับ นี่คือความเหลื่อมล ้าแรก เรื่องคน ความเหลื่อมล ้าที่ ๒ คือความเหลื่อมล ้า เรื่องสินเชื่อ ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้บอกว่าธนาคารมีเงินให้สินเชื่อคงค้าง ๑๓๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๑๐.๙๖ เปอร์เซ็นต์ เป็นสัญญาณที่ดีครับ แต่พอไปดูในรายละเอียดหน้า ๗๓ บอกว่า เงินให้สินเชื่อส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อ ๓ กลุ่ม คือ สาธารณูปโภคสินค้าอุตสาหกรรม และโทรคมนาคม เห็นอย่างนี้แล้วเศร้าใจครับว่าทำไม ถึงเลือกสนับสนุนแต่ยักษ์ใหญ่ กลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจประเทศ นั่นก็คือสินค้าเกษตรกรไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับธนาคารหรือครับ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นฐานราก ของเศรษฐกิจของประเทศ ถามว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือครับ กระทรวงพาณิชย์ เขาอุตส่าห์ไปเปิดด่าน ๔๖ ด้าน จาก ๙๗ ด่านดันยอดส่งออกให้สูงถึง ๑.๘ ล้านล้านบาท ซึ่งในนี้ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นสินค้าเกษตร เขาไปทำข้อตกลงอาร์เซป (RCEP) ซึ่งมาตั้งกี่ยุค แล้วไม่สำเร็จ มาสำเร็จยุคนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ว่าจะเป็นด่านหรือเป็นข้อตกลง ก็เป็นเพียงแค่เส้นสมมติแบ่งพรมแดนหรือเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นเดียว ลำพังของเหล่านี้ ไม่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นครับ เศรษฐกิจจะดีขึ้น นั่นก็คือผู้ประกอบการเขาทำการค้าได้ ซึ่งเขา ต้องการได้รับการสนับสนุนทางด้านเงินทุนแล้วก็บริการประกันจากหน่วยงานที่มีพันธกิจ เรื่องนี้โดยตรง นั่นก็คือมีเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีครับว่า ผู้บริหารของธนาคาร ทั้งที่มาวันนี้คือท่านกรรมการผู้จัดการและท่านประธานกรรมการ ก็อาจจะเป็นชุดใหม่ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรโดยตรงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรายงานฉบับนี้ โดยส่วนตัวผมเองผมก็เชื่อมั่นความสามารถของทั้งท่านประธานกรรมการและท่านกรรมการ ผู้จัดการ แต่อย่างไรก็ดีผมได้ฟังที่ท่านแถลงเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาถึงผลประกอบการ ของปี ๒๕๖๔ ซึ่งคงจะเข้าสภาปีหน้า ก็ยินดีกับท่านด้วยครับที่ว่าผลประกอบการ เป็นที่น่าพอใจ แล้วก็ชื่นชมกับหลักการของท่านที่ว่าเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งเป็นหลักการที่ถึง แม้ไม่ได้อยู่ในรายงานฉบับนี้ แต่ว่าท่านได้อธิบายให้ฟังว่าจะช่วยคนให้ครบวงจรได้อย่างไร ก็ขอฝากเอาไว้ครับ อีกมาตรการหนึ่งที่ผมเรียกว่าตัด ติด ปิด เปิด ซึ่งก็คือตัดลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แล้วก็ ติดอาวุธให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) นั่นก็คือทุน โดยหาวิธีปิดช่องว่างความเหลื่อมล ้าด้วยการ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อที่ท่านจะได้เปลี่ยนตัวเองจากหอคอย งาช้างเป็นหอกระจายสินค้า เปลี่ยนตัวเองเป็นไม้ซุงพยุงไม้ซีก เป็นลมใต้ปีกของเอสเอ็มอี (SMEs) ไทย เป็นความหวังของผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ