วราวุธ ศิลปอาชา ชี้แจงสถานการณ์น้ำในจังหวัดชัยภูมิ พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาแหล่งน้ำและเชื่อมโยงอ่างเก็บน้ำ 7 แห่ง พร้อมเน้นย้ำการร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านสมาชิก ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม จากพรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ต้องเรียนว่า ในพื้นที่ของท่าน ส.ส. เป็นพื้นที่ที่มีอ่างเก็บน ้าตามที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวไป มีอ่างเก็บน ้าขนาดใหญ่ อันนั้นก็คือเขื่อนลำปะทาว มันจะมีอยู่ ๒ เขื่อน ซึ่งผมเชื่อว่าท่าน ส.ส. ทราบดีอยู่แล้ว คือเขื่อนบนกับเขื่อนล่าง ความจุน ้าทั้งหมด ทั้ง ๒ แห่งรวมกันก็ประมาณ ๕๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร คราวนี้ระหว่างทางนี้ ตามที่เขื่อนลำปะทาวทิ้งน ้าลงมาข้างล่าง แล้วก็มีโรงไฟฟ้าเข้าไปที่อ่างเก็บน ้าโปร่งช้างน้อย ซึ่งต้องเรียนว่าอ่างนี้รู้สึกจะอยู่ในความ รับผิดชอบของกระทรวงพลังงานท่านประธานครับ จากโป่งช้างน้อยไล่ขึ้นมาที่ท่าขาม โป่งขาม ห้วยหินเกิ้ง จันทร์แดง สำนักสงฆ์ ภูโค้ง แล้วก็ห้วยอีง่อง ต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเรียนว่าแต่ละแห่งนั้น ล้วนแล้วแต่มีศักยภาพการกักเก็บน ้า แต่ว่าเท่าที่ผมดูจากตัวเลขท่านประธานครับ แต่ละอ่าง จะมีที่โป่งช้างน้อย กับที่ท่าขามที่จะมีศักยภาพในการเก็บน ้าได้เยอะหน่อย คือที่โปร่งช้างน้อยนี้ ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คิว แล้วก็ที่ท่าขามนี้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คิว แต่คราวนี้ที่เหลือนี้ครับ ท่านประธานครับ อย่างเช่น โป่งขาม หรือแม้แต่อย่างที่ซับจันทร์แดงครับท่านประธานครับ ความจุมันอยู่เพียงแค่ ๑๓,๐๐๐ กว่าคิวเท่านั้นเอง รวมทั้งหมด ๗ อ่างที่อยู่เชื่อมกันแล้วนี้ มีความจุเพียงแค่ประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ กว่าคิว คราวนี้แต่ละอ่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าเชื่อมกัน ผมได้หารือกับทางท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน ้าบาดาลครับท่านประธานครับ การที่จะเชื่อมทั้ง ๗ อ่างเข้าด้วยกันนั้น มันจะเป็นท่อรูปเกือกม้าเลย จะใช้ระยะทางประมาณ เกือบ ๒๐ กิโลเมตร อันนี้ผมเองคงต้องฝากเป็นการบ้านให้กับท่านสมาชิกนิดหนึ่งด้วยว่า ความเป็นไปได้ว่าแต่ละแห่งนั้นไม่แน่ใจว่าท้องถิ่นจะสามารถขยายความจุของอ่างได้มากน้อย แค่ไหน คือเรียนตรง ๆ ว่าผมให้ลองสำรวจดูแล้ว ตอนนี้ผมจะขออนุญาตให้ทางอธิบดี กรมทรัพยากรน ้าบาดาลครับท่านประธานครับ ประสานกับท่าน ส.ส. เกี่ยวกับเรื่องไปสำรวจ เพิ่มเติมว่าศักยภาพการใช้น ้า แล้วก็ความเป็นไปได้ของการทำท่อเชื่อมเป็นอ่างพวงทั้ง ๗ อ่างนั้น มีความคุ้มค่า คุ้มทุนมากน้อยขนาดไหน ถ้าหากว่าเราสามารถขยายพื้นที่เก็บกักน ้าในแต่ละ อ่างได้ ซึ่งเดี๋ยวปี ๒๕๖๕ นี้ผมจะขอให้ไปสำรวจเลยท่านประธานครับ แล้วการออกแบบ ก็น่าจะเป็นในส่วนของปี ๒๕๖๖ ส่วนการทำการศึกษา การทำไออีอี (IEE) เพราะว่ามันเป็น ขนาดเล็ก แต่ว่าต้องมีการศึกษาถึงผลกระทบของสิ่งแวดล้อม ไออีอี (IEE) นี้ยังไม่ถึงขั้นอีไอเอ (EIA) ไออีอี (IEE) ย่อมาจากอินิเชียล เอ็นไวรอนเมนทอล เอ็กแซมมิเนชัน (Initial Environmental Examination) จะไม่มีความเข้มงวดเหมือนอีไอเอ (EIA) ไปศึกษาดู แล้วถ้าหากว่ามีการศึกษาแล้วมีความไปเป็นได้ เชื่อว่าประมาณปี ๒๕๖๘-๒๕๗๐ จะก่อสร้างได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ศักยภาพของพื้นที่นี้ นอกจากอ่างเหล่านั้น ผมได้ดูในแผนที่ครับท่านประธานครับ เทือกเขาภูแลนคาที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงนี้ ผมได้ไปดูมาในกูเกิล (Google) นี้ท่านประธาน มันเป็นพื้นที่ที่ว่าอยู่ ๆ นี้เหมือนกับดินมันยุบลงไปทั้งแถบเลยใช่ไหมครับ ฉะนั้นพื้นที่ที่ยุบลง มาแล้ว ยุบลงมาความสูงของภูแลนคานี้คือกี่ร้อยเมตรก็แล้วแต่ จะทำให้พื้นที่ด้านล่างนี้ครับ มันมีศักยภาพการเจาะน ้าบาดาลได้มากขึ้น ซึ่งเท่าที่ทราบมาในขณะนี้ ทางกระทรวงเอง โดยกรมทรัพยากรน ้าบาดาลก็ได้มีการทำโครงการน ้าบาดาลอยู่ ๔-๕ แห่งด้วยกันครับ ท่านประธานครับ เบื้องต้นก็จะมีการทำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ อยู่ ๔ แห่ง ใช้ประโยชน์ได้ถึงประมาณ ๒๐๐ กว่าไร่ ปริมาณน ้านี้ประมาณ ๑๒๙,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อปี แล้วก็อีกโครงการหนึ่ง ประมาณ ๓๐๐ ไร่ เป็นการส่งเสริม บาดาลเพื่อเกษตรแปลงใหญ่จำนวนอีก ๑ แห่ง ดังนั้นในพื้นที่ของท่าน ส.ส. อ่างแต่ละอ่าง ก็จะยังมีความซับซ้อนอยู่นิดหนึ่ง เพราะว่าบางอย่างนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพลังงาน ครับ บางอ่างก็จะอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน แล้วบางอ่างก็จะอยู่ในการดูแลของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็คือจะเป็นของเทศบาลตำบลนาหนองทุ่มเอย หรือแม้แต่ อบต. เอง อันนี้ก็อาจจะมีความซับซ้อนในการที่จะเชื่อมต่อท่อนี้ข้ามแต่ละหน่วยงาน แต่ละหน่วยงาน แต่ถึงกระนั้นท่านประธาน ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกว่าเดี๋ยวผมจะขอทางท่านอธิบดีเร่งประสานงาน แล้วก็ดูว่าไปสำรวจแล้ว มีความเป็นไปได้แค่ไหน ถ้าหากว่าสามารถทำได้ ก็อยากให้ท่านประธานเรียนไปทาง ท่านสมาชิกว่าสบายใจได้ไม่ต้องห่วง อะไรที่ทำให้พี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดชัยภูมิเอง เป็นจังหวัดที่ท่วมด้วย แล้งด้วย ไม่ต่างอะไรกับสุพรรณบุรีบ้านผม ฉะนั้นเราเข้าใจดี ก็จะเร่ง ให้ทางกรม เร่งไปศึกษาในปี ๒๕๖๕ นี้เลยครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ