สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

สมชาย ฝั่งชลจิตร สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต โดยเน้นย้ำถึงการให้โอกาสประชาชนที่มีความสามารถในการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการขายทางออนไลน์ และเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสในการประกอบอาชีพ

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคใต้ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ซึ่งคุณเท่าพิภพ พรรคก้าวไกล ได้นำเสนอต่อสภา ผมมีเรื่องเล่าครับท่านประธาน แต่ไม่ใช่ เรื่องเล่าในแคว้นนอร์ม็องดีหรือว่าจะในเมืองสกอต หรือในญี่ปุ่น หรือเกาหลี แต่ผมมีเรื่องเล่า ในประเทศไทย ท่านประธานเป็นนักการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คงติดตามข่าวว่า ในประเทศไทยครั้งหนึ่งไม่นานมานี้มีคุณน้าสาวคนหนึ่งนั่งขายแป้งข้าวหมากอยู่ในตลาด แน่นอนว่าแป้งข้าวหมากนี้เป็นวิถีชีวิตของพี่น้องที่สามารถทำขึ้นมาบริโภคกันได้ แต่วันเวลานั้นคุณน้าสาวเอาน้ำแป้งข้าวหมากตักใส่ถุง ขายถุงละ ๑๐ บาท เจ้าหน้าที่ สรรพสามิตซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ในการตรวจสอบคุ้มครองสุราของนายทุนที่ถูกฎหมาย ไปดำเนินการจับกุมและมีข่าวคราวเรื่องโทษปรับเป็นหมื่นเรื่องเล่านี้มันต่างกับเรื่องเล่า ที่แคว้นนอร์ม็องดีและเรื่องเล่าที่สกอตแลนด์ หลังสุดครับ มันมีเรื่องที่ผมต้องฟังอย่างสลดหดหู่ ก็คือวันที่คุณเท่าพิภพเองนี่ละ ซึ่งมีความรู้ความสามารถในการผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) อาจจะเรียกว่าเบียร์ (Beer) สดก็ได้ ทำขึ้นมาเพื่อที่จะกินเองบริโภคเอง แต่ว่าวันหนึ่งมันทำมากไปหน่อยหนึ่งก็ออกมาขาย ที่เพื่อนบ้านอยากจะลองชิมด้วยว่ารสชาติ มันเป็นอย่างไรบ้าง มันก็เหมือนกับเบียร์ (Beer) ที่เขาขายกันปกติทั่วไป แต่คุณเท่าพิภพ ก็โดนจับเพราะไม่ได้รับอนุญาต นี่คือสิ่งที่มันปรากฏต่อหน้าคนไทยทั้งหลายว่าคนเล็กคนน้อย ทำไมทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ภูมิปัญญามันมีความสามารถที่จะผลิตหรือจะทำ เรื่องเหล่านี้ได้ บริโภคเอง ไว้ใช้ในครอบครัวเอง ในอดีตที่ผ่านมาในสมัยที่ผมอายุยังน้อย ๆ ที่บ้านผมกลั่นสุราที่ถูกเรียกกันว่าสุราเถื่อนนี่ละ แต่เป็นสุราพื้นบ้านที่เราใช้น้ำตาลโตนด เป็นวัตถุดิบในการหมัก วันที่ญาติพี่น้องจะบวชลูกชาย พวกเราก็ต้มไว้เพื่อที่จะกินกันในบ้าน วันที่มีงาน ลดค่าใช้จ่ายโดยการทำขึ้นมาเอง แต่หน่วยงานราชการก็มีความเข้มข้น ต่อการใช้กฎหมาย หลังจากที่กลุ่มทุนผูกขาดเขาได้รับสิทธิในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในประเทศนี้ แล้วคนไทยทั่วประเทศที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกบังคับว่าต้องไปบริโภค ของเขานะ ถ้าบริโภคของตัวเองทำขึ้นมาเองนี้ไม่ได้ มันผิดกฎหมาย กลุ่ม ๑๐ คน ๑๐ ครอบครัว ที่หัวหน้าพรรคผมพูดถึง วันนี้มีที่ดินในประเทศนี้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ไร่ เขาถูกได้รับสิทธิพิเศษ สามารถที่จะร่ำรวยขึ้นเอา ขึ้นเอา ขึ้นเอา แต่ทุกอย่างผู้บริโภคคือประชาชนและถูกบังคับ เครื่องมือที่เขาใช้สำหรับการก้าวสู่ตำแหน่ง ผู้ผูกขาดหรือทุนผูกขาดในประเทศไทย เขาใช้ภาวะตอนไหนละครับ พ.ร.บ. สุราที่ออกมา ครั้งแรกในประเทศนี้ที่พอจำได้ก็คือ ปี ๒๔๙๓ อำนาจเผด็จการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นี่ก็เริ่มในการที่จะให้โอกาสสำหรับกลุ่มทุนผูกขาด พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๑ รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ อุ้มรอบ ๑ รอบแล้ว แต่ที่มันสำคัญมากขึ้นก็คือหลังรัฐประหารปี ๒๕๕๗ กฎหมาย ระเบียบ กฎ กระทรวง ภายใต้ อำนาจของรัฐประหารหรือคณะรัฐบาลที่ชื่อว่า คสช. เปิดโอกาสแล้วก็กวาดทุกสิ่งมาอยู่ในตัก หรือบนโต๊ะของกลุ่มทุนผูกขาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลังสุดครับ ในปลายปี ๒๕๖๓ คนหนุ่มคนสาวอยากจะผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้กินไว้ใช้และขายด้วยตนเอง พื้นที่ขาย ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วย ไม่ว่าจะเป็นคอนวีเนียนซ์ (Convenience) ไม่ว่าจะซูเปอร์สโตร์ (Super store) เราขายไม่ได้ เราต้องขายทางออนไลน์ (Online) คำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรีในปลายปี ๒๕๖๓ ไม่กี่ปี ๒-๓ ปีมานี้เอง ห้ามคนหนุ่มสาวที่ผลิตไวน์ ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มาจากวัตถุดิบในท้องถิ่นของตัวเอง ถูกห้ามขายทางระบบ ออนไลน์ (Online) แล้วให้อำนาจในการให้เจ้าหน้าที่ไปยึดได้ทุกที่ที่พบในแพ็กเกจจิง (Packaging) ที่ส่งไป เพราะฉะนั้นมันมีความจำเป็นครับ ถ้าจะเปิดโอกาสให้คนไทยทั้งประเทศ หรือคนหนุ่มสาวที่อยากจะมีร้านเบียร์ (Beer) ของตัวเอง ผลิตวันละ ๕๐ ลิตร แล้วขายในร้านตัวเองจนหมดแล้วพรุ่งนี้ค่อยผลิตใหม่ นี่คือการเติมศักยภาพทางการผลิต ให้กับประชาชนคนเล็กคนน้อย เปิดช่องทางทางเศรษฐกิจให้เขาเหล่านั้นได้ทำได้ โครงสร้าง กฎหมายฉบับนี้จึงต้องแก้ไขตามที่มีการเสนอครับ จึงมีความจำเป็นว่าเราต้องสนับสนุน กฎหมายฉบับนี้ให้ผ่านสภาเพื่อให้รับหลักการครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน